เริ่มลงทุนครั้งแรก ปี 2021 ควรเริ่มจากอะไรในยุคโควิด

ก้าวเข้าสู่ช่วงปี 2021 ที่ทรหดสุดๆสำหรับพ่อค้า-แม่ขาย และคนหาเช้ากินค่ำ หรือเรียกได้ว่าเป็นผลกระทบกับทุกคนเลยจริงๆ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องลงทุนในช่วงยุคโควิดแบบนี้ ต้องเรียนรู้และใช้สติให้มาก เพราะนอกจากจะมีโรคระบาด เศรษฐกิจก็ย่ำแย่มากด้วย หากใครที่สนใจอยากจะลงทุนเพราะไม่อยากเก็บเงินไว้เฉยๆ ต้องมาอ่านบทความนี้ จะรวบรวมเกี่ยวกับการลงทุนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของยุคสมัยนี้ด้วย 

การลงทุนในยุคโควิดจำเป็นต้องมีหลายตัวเลือก เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับเงินตัวเอง ซึ่งถ้าเรามีตัวเลือกที่เยอะมากเท่าไหร่ก็ส่งผลดีมากเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าการลงทุนมักจะมีความเสี่ยงเสมอ เราไม่สามารถการันตีได้ตั้งแต่เริ่มแรกว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน ก็เหมือนกับคนที่ชอบแทงบอล ส่วนใหญ่ก็จะศึกษาจากเซียน ฟันธงบอลวันนี้ เป็นแนวทางจะทำให้เรามีตัวเลือกทีมที่คิดว่าจะชนะได้ง่ายกว่าการวิเคราะห์เอง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ถ้าเราไม่มีตัวเลือกอะไรเลย คิดแต่ว่าลงทุนให้ได้กำไรก็อาจจะทำให้เสียเงินที่ลงทุนไปได้ง่ายๆ

เทคนิคการลงทุนที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงแค่ความรู้ส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับคนที่อยากลงทุนจำเป็นต้องมีช่องทางศึกษาให้ได้มากที่สุด นี่เป็นแค่แนวทางคร่าวๆที่จะช่วยให้คุณได้กล้าตัดสินใจและรับรู้ถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะตามมา เราจะเปรียบเทียบให้คุณได้เห็นชัดมากขึ้นว่าในปี 2021 ควรจะลงทุนในรูปแบบไหนถึงจะเหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้

ลงทุนอะไรดี ในยุคโรคระบาด

หุ้น คือตราสารที่ออกโดยบริษัทห้างหุ้นส่วนและสหกรณ์ เปรียบเสมือนกับการเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ และเมื่อมีคนสนใจร่วมหุ้น กิจการก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุนนิยมก็จะได้มาจากคนทั่วไป ไม่จำกัดว่าจะเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ได้ หรือจะเรียกง่ายๆก็คือ การเอาธุรกิจมาแบ่งขายเป็นส่วนๆนั่นเอง

เชื่อว่าคนที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนน่าจะเคยผ่านมาบ้างแล้วเกี่ยวกับ หุ้น ซึ่งเป็นตัวเลือกแรกๆเลยของคนสมัยนี้ที่นิยมลงทุนกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีและรอบคอบมากเช่นกัน เพราะการลงทุนกับหุ้นถือว่ามีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทต่างประเทศ หากสนใจอยากเล่นตัวไหนแนะนำให้ศึกษาไปทีละตัวแบบละเอียดจะดีกว่า ไม่ได้มีเพียงแต่คนที่ลงแล้วได้กำไรมหาศาลแต่คนที่ล้มละลายกับหุ้นไปเยอะก็มี ดังนั้นแนะนำว่าให้ซื้อแค่เพียงพอประมาณ แล้วเก็บเล็กเก็บน้อยเอาดีกว่า

ข้อดีของการเล่นหุ้น

เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพราะวิธีเริ่มต้นลงทุนสามารถทำความเข้าได้ง่าย และเริ่มเล่นด้วยตัวเองได้ ที่สำคัญเริ่มต้นได้จากทุนที่ไม่สูงมาก 

นักลงทุนนิยมเล่นกันเป็นจำนวนมาก เพราะทำเงินได้จริงๆ อีกทั้งเราสามารถเลือกลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยได้ตามใจเรา 

มีข้อมูลให้ศึกษาหลายช่องทางมาก ทั้งทางอินเทอร์เน็ต หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านหุ้นหลายๆคนที่มีประสบการณ์แน่นๆ ช่วยให้เราศึกษาและเข้าใจได้ง่ายมาก

ข้อเสียของการเล่นหุ้น

มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาตามสถานการณ์โลก ซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาทิศทางที่แน่นอนได้เลย อาจจะได้กำไรง่าย แต่ถ้าหากเกิดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่ดีก็อาจจะสูญเสียทั้งต้นทุนและกำไรที่ต่อยอดมานานก็ได้

ควรมีเงินเก็บสำรองไว้เยอะๆ เพราะถ้าหากลงทุนหนักแต่ดันไปตรงในจังหวะที่ไม่ดี ก็มีโอกาสที่จะเสียตั้งเต่เริ่มลงทุนครั้งแรก ดังนั้นควรจะเริ่มจากเล็กไปมากตามความเหมาะสมดีกว่า

ทองคำ นับว่าเป็นการลงทุนที่คนไทยให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะว่าโอกาสขาดทุนมีน้อยมาก เนื่องจากราคาทองที่ขึ้น-ลง มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้ลงหรือขึ้นจนน่าเกลียดเกินไป ไม่แปลกที่คนจะนิยมซื้อทองเก็บไว้แทนเงินสด ที่สำคัญวิธีซื้อไม่ได้ยุ่งยาก หาซื้อได้ตามร้านทองทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ทองรูปพรรณ หรือ ทองคำแท่ง และการเทรดทองคำใน Gold Spot และ Gold Future บางคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง เพราะเป็นการซื้อขายเกร็งกำไรทองที่มีมาเนิ่นนานมากแล้ว จนมาถึงปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ตลอด 

ข้อดีของการลงทุนทองคำ

ทองคำ เป็นที่ต้องการในตลาดโลกอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยเก่าจนมาถึงตอนนี้การลงทุนทองก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับแรกเป็นส่วนใหญ่ของคนที่คิดจะทำการลงทุน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ได้ทั้งใส่และเก็บ ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้ทองมีโอกาสขึ้นราคาสูงมาก ต่างกับการเล่นหุ้นอย่างสิ้นเชิง

จากการคาดเดาราคาทองในอนาคตมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาได้เรื่อยๆ ตามสถานการณ์หรือผลกระทบของบ้านเมือง จากราคาก่อนหน้านี้ที่จับต้องได้กลายเป็นราคาที่แพงมาก ซึ่งคนที่มีอยู่แล้วต้องการนำไปขายยังไงก็ได้กำไรเต็มๆ

มีทองเก็บถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะใช้ใส่ได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อย่างเดียว หรือเรียกง่ายๆว่านำมาใช้ประโยชน์ได้หลายทางมาก โดยเฉพาะใช้เสริมบารมีตัวเอง

ข้อเสียของการลงทุนทองคำ

ความผันผวนของราคาทอง บางทีอาจจะทำให้เราคาดไม่ถึง สำหรับคนที่ต้องรับเร่งใช้เงิน ต้องศึกษาราคาทองให้ดี เพราะถ้าหากซื้อในตอนที่ทองแพงแต่มาขายตอนที่ทองลงก็ขาดทุนได้เยอะเหมือนกัน 

เสียเวลาเดินทางนิดหน่อย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะตามร้านทองมักจะมีโจรกรรมอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นต้องระวังตัวให้ดี

จำเป็นต้องใช้เงินก้อนซื้อ เพราะราคาทองคำมีถึงหลักพันและหลักหมื่น ซึ่งถ้าหากใครสนใจอยากลงทุนจริงๆแต่มีเงินน้อยก็ไม่สามารถซื้อได้

เคล็ดลับการลงทุนที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ในปี 2564

เคล็ดลับการลงทุนที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ในปี 2564

ในช่วงปี 2564 ผู้ประกอบการทั้งเก่าและใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงและไม่แน่นอน จำเป็นต้องอัปเดตความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เงินอย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็ต้องมีทางเลือกที่สองสำรองไว้เพื่อทำให้เงินเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

เราจึงมีคำแนะนำการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อให้ฝ่าฟันผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในปีนี้ไปให้ได้ โดยมีเทคนิคดังนี้

1.เตรียมเงินลงทุนแต่เนิ่น ๆ
หากต้องการเงินมาลงทุนในปีนี้ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ วางแผนงบประมาณการลงทุนและพยายามรัดเข็มขัดเก็บออมเงินไว้ก่อน พยายามลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ตัดการใช้จ่ายเล็กน้อยที่ไม่สำคัญออกไป เพื่อให้สามารถประหยัดเงินมากขึ้นและสะสมไว้เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจภายหลัง เช่น การชงกาแฟกินเองที่บ้าน ทำให้ประหยัดกว่าไปร้านกาแฟบ่อย ๆ หรือยกเลิกสมาชิกฟิตเนสและเคเบิลทีวี เมื่อประหยัดได้มากพอและพร้อมที่จะลงทุนแล้วให้มองหากองทุนที่เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ง่ายสำหรับคนที่เริ่มต้นธุรกิจ เมื่อขายคืนได้ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้าจะใช้เป็นเงินทุนสำรองในอนาคตได้

เพราะการเริ่มต้นธุรกิจใหม่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกเหนือจากเงินทุนทำธุรกิจ ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต และการลงทะเบียนต่าง ๆ แล้ว ยังต้องซื้ออุปกรณ์และวัสดุต่าง ๆ ต้องใช้เงินก้อนโตพอสมควร แต่ถ้าวางแผนกลยุทธ์การออมอย่างรอบคอบ และลงทุนในธุรกิจที่เหมาะสมกับทิศทางของตลาด จะช่วยลดความเครียดเรื่องเงินทุนลงได้มาก

2.วางแผนสำรองไว้เสมอ
การลงทุนเป็นเรื่องท้าทายและมีความเสี่ยง เมื่อเริ่มต้นแผนการลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2564 ด้วยแล้ว ผู้ประกอบการที่ดีมักจะระมัดระวังความเสี่ยง เปิดใจกว้างและวางแผนสำรอง มีตัวเลือกการลงทุนครั้งที่สองเสมอ ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร ควรมุ่งมั่นเรียนรู้ตลาดเพื่อให้คาดการณ์ทิศทางตลาดในอนาคต เปิดรับโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ เลือกลงทุนในสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจก้าวหน้า ที่กล่าวมานี้คือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และทำให้ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง รวมทั้งแก้ไขจุดอ่อนที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องเผชิญ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตได้มากที่สุด

3.ยอมรับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น
ทุกวันนี้ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เป็นเรื่องง่ายที่จะท้อแท้และหมดกำลังใจจากการสูญเสีย ต้องทำใจยอมรับว่าความล้มเหลวอาจเกิดขึ้นได้ หากมีจิตใจมุ่งมั่น ไม่ถอดใจไปง่าย ๆ พร้อมกับคิดบวกว่าการคืนทุนและทำกำไรใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้ายอมอดทนและเรียนรู้จากประสบการณ์ความผิดพลาด สามารถปรับปรุงแก้ไขไปตามสถานการณ์ได้เหมาะสม สุดท้ายการลงทุนจะประสบความสำเร็จในระยะยาว ความล้มเหลวในครั้งแรกจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป หากความล้มเหลวทำให้เกิดหนี้สิน ต้องหาทางจ่ายให้หมดโดยเร็วที่สุด เพื่อลดจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว

หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด ควรติดต่อธนาคารเพื่อเจรจาขอเรตดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและช่วยให้หลุดพ้นจากหนี้ได้เร็วขึ้น สามารถประหยัดเงินไว้ใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจมากขึ้น

เช็กให้ชัวร์กับ 5 ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่

เช็กให้ชัวร์กับ 5 ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่

เชื่อว่าทุกคนต่างมีความฝันอยากเก็บเงินก้อนโต เพื่อเป็นเงินทุนไว้ใช้จ่ายในอนาคตด้วยกันทั้งนั้น แต่หากเก็บออมผ่านบัญชีออมทรัพย์ ดอกเบี้ยอันน้อยนิดที่ได้มาแต่ละปีอาจทำให้เงินงอกเงยไม่ทันใจ หลายคนจึงหันมาใช้เงินเพื่อการลงทุน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เงินงอกเงยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้มีนักลงทุนมือใหม่จำนวนมากหันมาลงทุนด้วยวิธีต่าง ๆ และสำหรับใครที่เป็นมือใหม่และต้องการทดลองลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงิน แนะนำเช็กให้ชัวร์และพิจารณาความพร้อมของตนเองก่อนเสมอว่าพร้อมแล้วกับการลงทุนหรือยัง

5 ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1.รู้วัตถุประสงค์ก่อนลงทุนเสมอ
ก่อนเริ่มต้นลงทุนอะไรก็แล้วแต่ อย่าลืมถามตนเองก่อนว่าวัตถุประสงค์การลงทุนคืออะไร เช่น ลงทุนเพื่อเป็นเงินทุนยามฉุกเฉิน ลงทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาบุตร ลงทุนเพื่อเป็นรายได้ยามเกษียณ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรรู้ด้วยว่าต้องการผลตอบแทนมากหรือน้อยแค่ไหน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

2.รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้แค่ไหน
เชื่อว่าทุกคนคงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ซึ่งแน่นอนว่าหากตัดสินใจลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนควรรับความเสี่ยงได้ ที่สำคัญควรสำรวจตัวเองก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากหรือน้อยเพียงใด เพราะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกประเภทการลงทุน

3.รู้จักการลงทุนแต่ละประเภทดีแล้วหรือไม่
ต้องบอกว่าการลงทุนมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกประเภทการลงทุนควรทำความรู้จักข้อดีและข้อเสียของการลงทุนประเภทต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน เช่น การลงทุนตราสารหนี้ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อยและได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ หรือการลงทุนหุ้นแต่ละชนิดที่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากและน้อยแตกต่างกัน เป็นต้น

4.ลงทุนนานเท่าไหร่ถึงได้ผลตอบแทนคุ้มค่า
การลงทุนแต่ละประเภทให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมคำนวณการได้รับผลตอบแทนโดยคร่าว ๆ เช่น หากมีเงินลงทุนก้อนโตและต้องการผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ แนะนำให้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ แต่ถึงอย่างนั้นควรอดใจรอช่วงที่ราคาที่ดินดีดตัวสูงแล้วจึงขายทำกำไร เป็นต้น

5.อย่าลืมติดตามผลการลงทุนเสมอ
เมื่อตัดสินใจลงทุนแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เงินทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน หรือทุก 1 ปี เป็นต้น เพราะหากผลลัพธ์การลงทุนไม่คุ้มค่าหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ จะได้ปรับแผนการลงทุนได้ทันท่วงที และลดโอกาสสูญเสียเงินต้นอีกด้วย

นอกจาก 5 เรื่องควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่หยิบมาบอกต่อกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ควรตระหนักไว้เสมอคือ การลงทุนมีความเสี่ยง โดยการลงทุนย่อมมีทั้งกำไรและขาดทุน ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

เปิดวิธีการลงทุนและเก็บออมเพื่ออนาคต

เปิดวิธีการลงทุนและเก็บออมเพื่ออนาคต

การลงทุนและการเก็บออมเป็นวิธีการที่เรียกได้ว่าเป็นวิธีการและแนวทางอันดับต้น ๆ ที่เราจะนึกถึง ถ้าหากว่าเราอยากมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่อยากลำบากในอนาคต ซึ่งตามความเป็นจริงนั้น การเพิ่มพูนและเก็บรักษาเงินทอง ทรัพย์สินต่าง ๆ ได้ดีที่สุดก็คือการที่เราใช้เงินที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยสร้างเงินในอนาคตและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ รวมถึงกรณีฉุกเฉินที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วนอีกด้วย ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับวิธีออมและลงทุนที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน สภาพเศรษฐกิจ และสภาพคล่องทางการเงินของแต่ละคนกัน

3 วิธีการลงทุนและการออมเงินสุดปัง

วิธีแรกก็คือการลงทุนกับสิ่งที่มีความเสี่ยง อย่างที่เราทราบกันดีว่าการลงทุนทุก ๆ อย่างนั้น มีความเสี่ยง โดยความเสี่ยงนั้นจะเพิ่มขึ้นตามผลตอบแทนที่จะได้รับ ซึ่งถ้าผลตอบแทนมาก ความเสี่ยงก็จะสูงตามไปด้วย ในส่วนนี้ขอแนะนำให้เราพิจารณาจากสภาพคล่องทางการเงินของตนเอง ถ้าหากว่าเรามีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี ก็สามารถที่จะนำเงินของเราไปลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงได้ ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ การซื้อกองทุนรวม เป็นต้น เพราะถ้าหากว่ามีการผันผวนของหุ้นที่สูง เราก็จะได้รับผลกระทบมากตามไปด้วย โดยสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ไม่ได้ลงทุนในสิ่ง ๆ เดียว ทั้งนี้เราอาจจะเลือกลงทุนในหุ้นหลาย ๆ ตัว กองทุนหลาย ๆ กองทุน แบ่งเงินลงทุนในสัดส่วนที่มีความพอดีและเหมาะสม ก็จะทำให้เรามีโอกาสสร้างรายได้จากการลงทุน

วิธีที่สองก็คือการออมเงินในรูปแบบของการซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่เราจะลงทุนด้วยนั้นควรจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต อย่างบ้าน คอนโด ที่ดิน อาคารสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนทรัพย์สินที่มีการชำรุด สึกหรอได้ง่าย และมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าลดลงในอนาคต ให้พยายามหลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนในส่วนนี้ไปก่อน

วิธีสามก็คือ การเปิดบัญชีเพื่อการออมโดยเฉพาะ หลาย ๆ คนหาเงินมาได้มากก็จริง แต่มีเงินใช้เพียงแค่เดือนชนเดือน เพราะขาดการเก็บออมเงิน วิธีง่าย ๆ ที่ขอแนะนำคือ นำเงินเข้าบัญชีฝากประจำหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ก็จะทำให้เรานำเงินออกมาใช้ได้ยากขึ้น

วิธีการข้างต้นทั้งหมดนี้คือวิธีการที่มีประสิทธิภาพและสามารถที่จะช่วยทำให้เงินทองของเราเพิ่มพูนมากขึ้นได้จริง ซึ่งต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ประสบการณ์มาใช้ให้ถูกจังหวะถูกเวลา และไปในแนวทางที่ถูกต้อง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ และเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อีกด้วย

ธุรกิจอะไรน่าลงทุนหลังไวรัสโควิด-19 ระบาด

ธุรกิจอะไรน่าลงทุนหลังไวรัสโควิด-19 ระบาด

จากการที่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายทั่วโลก ทำให้ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนหลายประเภท เมื่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและขาดสภาพคล่องตัวอย่างมาก ทำให้นักธุรกิจจำนวนมากต้องศึกษาและปรับตัวอย่างมาก โดยเฉพาะการพิจารณาลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ หลังจากเวลานี้ไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหลังจากนี้ 1-2 ปีจะมีธุรกิจที่น่าลงทุน ดังนี้

1.ธุรกิจขายอาหาร
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าคนทั่วโลกมีการใช้ระบบออนไลน์สั่งอาหารมากขึ้น และใส่ใจสุขอนามัยเลือกรับประทานอาหารจากร้านที่ทำสดใหม่ สะอาด มีมาตรฐานสูง และมีบริการพร้อมส่งไปยังที่อยู่ลูกค้าเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในลักษณะเช่นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นร้านอาหารที่ใส่ใจเรื่องความสะอาดและหากยิ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วย ก็จะยิ่งได้รับความสนใจอุดหนุนจากผู้บริโภคมากขึ้น

2.ธุรกิจการจัดส่งสินค้า
การขนส่งสินค้ามีอัตราการเติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะภายในประเทศที่ผู้คนลดการเดินทางสัญจรเพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคต่าง ๆ และช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการรัดเข็ดขัดในภาวะที่คนส่วนใหญ่มีรายได้ลดลงด้วย ผู้ที่ทำธุรกิจจัดส่งสินค้าทั้งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในครัวเรือน สินค้าไอที ฯลฯ จะมีลูกค้ารอใช้บริการมากขึ้นอย่างแน่นอน

3.ธุรกิจออนไลน์
การทำเว็บไซต์รับคำสั่งซื้อสินค้าเป็นสิ่งจำเป็น ตอบโจทย์พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญคือ การพัฒนาระบบการสั่งซื้อที่สะดวกรวดเร็วและการรักษาความปลอดภัยให้แก่ความลับลูกค้า เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต จะช่วยให้มีโอกาสเติบโตได้มาก นอกจากนี้การเปิดเพจ Facebook หรือ Instagram ยังเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้นด้วย

4.ธุรกิจเกษตรเชิงท่องเที่ยว
ผู้ที่มีความชำนาญในการเพาะปลูกพืชสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ด้วยการวางแผนพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม จัดโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมสวนเกษตรได้เพื่อเพิ่มยอดขาย ทั้งควรจ้างทีมทำเว็บไซต์ที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงในการออกแบบและวางระบบการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากฟาร์มโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จะเพิ่มโอกาสขายได้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

5.ธุรกิจขายตรง
การลงทุนทำธุรกิจเองอาจมีความเสี่ยงสูง ผู้ที่เป็นมือใหม่จึงควรเลือกทำตามระบบของบริษัทขายตรง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และมีแนวโน้มสูงที่จะมีรายได้แบบ passive income และมีอิสระในการใช้เวลาในอนาคตข้างหน้าด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องศึกษาระบบและข้อมูลสินค้าอย่างรอบคอบ และระวังการแอบอ้างจากระบบแชร์ลูกโซ่

จะเห็นได้ว่าการลงทุนมีหลายรูปแบบที่น่าทำในช่วงหลังไวรัสโควิด-19 ระบาด ขอเพียงเลือกสิ่งที่คุณชอบหรือถนัด และมุ่งมั่นพัฒนาฝึกฝนประสบการณ์ให้มากขึ้น ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูงแน่นอน

ลงทุนอย่างไรให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง

ลงทุนอย่างไรให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง

การลงทุนทำธุรกิจทุกประเภท ผู้ลงทุนย่อมคาดหวังให้ธุรกิจเติบโตได้ดี เจริญรุ่งเรือง มีลูกค้าเก่าและใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ใช่ทุกรายจะได้ตามที่หวัง เรามาดูกันว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแนะนำหลักการลงทุนอย่างไรให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง

1.ลงทุนในสิ่งที่เข้าใจถ่องแท้
การทำธุรกิจนั้นต้องเริ่มจากสิ่งที่ตนเองเข้าใจเป็นอย่างดี เช่น การลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ควรศึกษาระบบบัญชีของแต่ละหุ้นก่อนลงทุน เลือกบริษัทที่คุ้นเคย หรือหากลงทุนเปิดโรงงานทำกิจการของตัวเองก็ต้องรู้อย่างลึกซึ้งตั้งแต่การเลือกสถานที่เพาะปลูก คัดเลือกคุณภาพวัตถุดิบ การสร้างมาตรฐานกระบวนการผลิต การทำบัญชีและภาษี การส่งเสริมการตลาด การจัดส่ง ฯลฯ เพื่อให้เงินทุนที่จ่ายไปมีโอกาสได้ผลกำไรกลับมามากที่สุด

2.หาแหล่งเงินทุนที่ดอกเบี้ยต่ำ
ปัจจุบันมีสถาบันการเงินที่สนับสนุนการลงทุนของผู้ประกอบการรายใหม่ในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำแผนการลงทุนและให้เงินลงทุนแบบคิดดอกเบี้ยต่ำ ผู้ที่ต้องการประหยัดต้นทุนการทำธุรกิจและอยากได้คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ควรเข้าหาสถาบันเหล่านี้เพื่อศึกษาข้อมูล จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ส่วนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ควรใช้เงินออมเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้กู้เงินหรือจำนำจำนองของมีค่าเพื่อนำเงินมาเล่นหุ้น เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกปรับสูญเสียทรัพย์สินหากไม่เป็นไปตามแผนที่คาดไว้

3.มีระบบการจัดการที่ดีรอบด้าน
ระบบจัดการที่ดี หมายถึง การวางแผนธุรกิจที่มีทั้งระยะสั้น กลางและยาวอย่างเป็นรูปธรรม การควบคุมต้นทุนและคุณภาพของสินค้าอย่างรัดกุม การทำระบบบัญชีเบิกจ่ายและระบบภาษีที่รอบคอบ การวางแผนการตลาดที่ต้องจัดสรรงบประมาณแยกไปต่างหาก ฯลฯ หากทำได้อย่างเหมาะสม จะมีโอกาสที่ธุรกิจจะรอดมากกว่าเจ๊ง เพราะเมื่อพบความผิดปกติจะแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

4.ลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์
หากต้องการทดลองบริหารงาน หรืออยากจำกัดความเสี่ยงให้มากที่สุด ควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีผู้ทำเอาไว้เป็นแบบอย่างแล้ว นั่นคือ การซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือแรกเข้าหลักพันถึงล้าน เช่น ธุรกิจขายอาหาร ธุรกิจปั๊มน้ำมัน สินค้าแฟชั่น ฯลฯ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญในการกำกับดูแลและเป็นที่ปรึกษาให้แก่คุณได้

5.การตลาดออนไลน์
ในปัจจุบันผู้คนนิยมซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น คุณจำเป็นต้องเปิดเพจในเฟซบุ๊กเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และต้องโฆษณาหรือทำ SEM (search engine marketing) เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์เป็นช่วง ๆ กระตุ้นให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ ทั้งนี้ ควรจ้างแอดมินประจำเพจ เพื่อให้บริการตอบกลับลูกค้าด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง ต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้และวางแผนหลายด้านพร้อมกัน ซึ่งต้องมีความอดทนและมุ่งมั่น จึงจะมีผลตอบแทนกลับมาตามที่ต้องการและป้องกันความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ได้

ออมเงินแสนอย่างเศรษฐี แบบมนุษย์เงินเดือน

ออมเงินแสนอย่างเศรษฐี แบบมนุษย์เงินเดือน

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ปัญหาใหญ่ของมนุษย์เงินเดือนก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องเงินออม เพราะว่าส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระหนี้สินและรายจ่ายที่มากเกินกว่ารายได้ประจำ ทำให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หาอาชีพเสริม หรือทำงานนอกเวลา เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งนอกจากวิธีการประหยัดแบบรัดเข็มขัดแล้ว ใครที่กำลังประสบปัญหาเก็บเงินไม่ได้ ออมเงินไม่อยู่ ลองดูเทคนิคที่เราแนะนำแล้วเลือกเอาไปใช้สักสองสามวิธี เลือกที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง เผื่อจะเป็นทางเลือกที่ดีเหมาะกับคุณ

  • เริ่มเก็บเงินเศษหลักร้อยจากจำนวนเต็มของเงินเดือนมาเป็นเงินออม เช่น เงินเดือน 17,500 ให้แยกเศษ 500 มาเป็นออม ส่วนจะเก็บใส่กระปุกออมสินหรือฝากธนาคารก็แล้วแต่ความสะดวก
  • เก็บเงินออมตามวันที่ โดยเริ่มจากวันที่ 1 ของแต่ละเดือน เช่น วันที่ 1 หยอดกระปุก 1 บาท พอถึงวันที่ 31 ก็หยอด 31 บาท ทำอย่างนี้วนไปทุก ๆ เดือน พอครบ 365 วัน ก็จะมีเงินออมราว 5 พันกว่าบาทแล้ว
  • แยกเงินทอนที่ได้จากค่าโดยสารรถเมล์ หรือซื้อของใช้ที่ร้านสะดวกซื้อหรือตลาดสด หยอดกระปุกเก็บไว้ทุกครั้งที่มีการใช้จ่าย พอสิ้นเดือนก็มานับและนำไปฝากธนาคาร ซึ่งอาจทำให้หลายคนประหลาดใจกับจำนวนเงินออมด้วยวิธีนี้ก็เป็นได้
  • ออมเงินเพิ่มแบบรายสัปดาห์ เช่น ตั้งใจออมเงินสัปดาห์ละ 10 บาท สัปดาห์แรกต่อไปก็ต้องหยอดเพิ่มเป็น 20 บาท และ 30 บาท จนครบในสัปดาห์ที่ 52 ซึ่งต้องหยอดเงิน 520 บาท สิ้นปีเราจะมีเงินเก็บ ประมาณ 13,000 บาท หรือถ้าใครมีรายได้เสริมและสามารถออมได้มากกว่านี้ ก็จะยิ่งมีเงินออมมากขึ้น
  • แบ่งเงินใส่ถุงแยกเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับในแต่ละวัน วิธีนี้กำลังเป็นที่นิยม เช่น หากเราวางแผนใช้เงินไม่เกินวันละ 200 บาท สิ้นเดือนเมื่อเงินเดือนออก ก็ให้หักเงินออมและหักรายจ่ายสำคัญไว้ ส่วนที่เหลือแยกใส่ถุงไว้ให้ครบ 1 เดือน แล้วประหยัดการใช้ ถ้าวันไหนมีเงินเหลือก็เอามาหยอดกระปุกเป็นเงินออมเพิ่มขึ้นได้อีก

สิ่งสำคัญคือการหักห้ามใจไม่ให้เผลอใช้จ่ายเกินกำลัง และลองทำสมุดบันทึกรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวัน เพื่อที่เราจะได้มีข้อมูลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งจะช่วยให้มีเงินออมเพิ่มมากขึ้น หากคุณทำได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย อนาคตเศรษฐีคนใหม่คงอยู่ไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน แต่ว่าจะช้าหรือเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ตัวของคุณเองว่าจะใจแข็งและอดทนต่อสิ่งฟุ่มเฟือยที่มีกลยุทธ์ทางการตลาดมาล่อตาล่อใจ ให้คุณเอนเอียงไปตามได้มากน้อยสักแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจแน่วแน่ เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ให้ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้

การลงทุนแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ง่ายกว่าที่คิด!

การลงทุนแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ง่ายกว่าที่คิด!

การลงทุนแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ง่ายกว่าที่คิด!

การลงทุนถือเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามาก ใคร ๆ ก็สามารถที่จะลงทุนเพื่อให้เกิดผลกำไรที่งอกเงยได้แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ สำหรับใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็สามารถที่จะเริ่มต้นลงทุนได้อย่างไม่ยาก

สิ่งแรกที่เราควรรู้สำหรับการลงทุนก็คือ ในการลงทุนนั้น เราควรที่จะใช้เงินเย็นหรือเงินที่เราสามารถแบ่งสรรปันส่วนมาใช้ได้โดยไม่เดือดร้อน ไม่กระทบกับสภาพคล่องทางการเงินของเรา พูดง่าย ๆ ก็คือในส่วนนี้เราไม่ควรที่จะกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาใช้ในการลงทุน เพราะถึงแม้ว่าการลงทุนจะมีโอกาสที่ได้รับผลตอบแทนมาก แต่ความเสี่ยงในการที่จะขาดทุนก็สูงตามไปด้วย

การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับมนุษย์เงินเดือน

การลงทุนแบบที่ 1 ก็คือ การลงทุนในสลากออมทรัพย์ เป็นวิธีการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย คล้ายกับการซื้อลอตเตอรี่แต่เงินต้นที่ได้ลงทุนไปนั้นไม่ได้สูญเปล่า เสมือนเป็นการออมเงินอีกทางหนึ่งนั่นเอง แต่จะแตกต่างจากการฝากประจำตรงที่มีโอกาสลุ้นรางวัลในแต่ละงวด ทั้งนี้จะได้มากหรือได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับรางวัลที่ได้นั่นเอง ผลตอบแทนในวิธีการนี้ก็จะไม่แน่นอน อาจได้หรือไม่ได้เลยก็ได้ ซึ่งถ้าหากเราฝากเงินด้วยการซื้อสลากครบกำหนดตามเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็น 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปีก็จะได้รับดอกเบี้ยด้วย ถือเป็นวิธีการออมเงินทางอ้อมวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ

การลงทุนแบบที่ 2 ก็คือ การลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนประเภทนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าแบบแรกคือ มีโอกาสที่จะขาดทุนนั่นเอง ในส่วนนี้เราต้องศึกษาแต่ละกองทุนที่เรามีความสนใจว่ามีแนวโน้มของผลตอบแทนเป็นเช่นไร จำนวนเงินขั้นต่ำที่ใช้ลงทุนต้องเป็นเท่าไหร่ แล้วเรามีความต้องการผลตอบแทนในระยะสั้นหรือระยะยาว ก็ให้เลือกตามความเหมาะสมและความต้องการของตนเอง วิธีการนี้เราจะเป็นเพียงผู้ลงทุน ทางกองทุนจะมีผู้จัดการกองทุนที่เข้ามาบริหารเงินลงทุนของเราทั้งหมด

การลงทุนแบบที่ 3 ก็คือการลงทุนในหุ้น ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในบรรดาการลงทุนที่ได้กล่าวมาข้างต้น เพราะเราจะต้องเป็นคนบริหารจัดการเองทั้งหมด ทั้งการซื้อหุ้น ขายหุ้น ทั้งนี้หากเราคิดจะลงทุนในหุ้น ก็ควรที่จะใส่ใจในวิธีการลงทุน และติดตามการเปลี่ยนแปลงข่าวสารเศรษฐกิจ การผันผวนของหุ้นอย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นได้ว่าการลงทุนล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น แต่การที่เราไม่คิดจะเสี่ยงหรือลงทุนอะไรเลย ก็คงไม่สามารถที่จะเพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่ได้ ดังนั้นหากว่าเรามีความตั้งใจ ใฝ่หาความรู้ข้อมูลต่าง ๆ และประเมินความเสี่ยงในการลงทุนอยู่เสมอ การลงทุนก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวของมนุษย์เงินเดือนอีกต่อไป

เคล็ดลับการลงทุน ทำธุรกิจให้เติบโตตลอดกาล

เคล็ดลับการลงทุน ทำธุรกิจให้เติบโตตลอดกาล

เคล็ดลับการลงทุน ทำธุรกิจให้เติบโตตลอดกาล

การลงทุนอะไรก็ตาม ผลลัพธ์ในการลงทุนส่วนใหญ่แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มแรก เมื่อลงทุนทำมาค้าขายหรือทำธุรกิจจะมีการขาดทุน กลุ่มที่สอง ทำธุรกิจไม่ถึงขั้นขาดทุนแต่ได้กำไรน้อยกว่าที่คิดไว้ กลุ่มที่สาม ลงทุนทำธุรกิจได้กำไรเท่าที่คิดไว้ และกลุ่มที่สี่ เมื่อตั้งใจหรือวางแผนที่จะลงทุนแล้วลงมือทำจริง ปรากฏว่า ได้กำไรไหลมาเทมาเกินความคาดหมายไว้ เช่น คิดว่าได้กำไรสักประมาณ 1 ล้าน แต่กลายเป็นกำไรสิบล้านหรือร้อยล้าน จนทำให้คนที่ลงทุนเกิดความสงสัยเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาแบ่งปันเกี่ยวกับลักษณะการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจพร้อมเคล็ดลับการลงทุนทำธุรกิจให้เติบโตตลอดกาล ดังต่อไปนี้

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

เราคิดว่าคุณเคยสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจกันมาบ้างแล้วว่า วงจรธุรกิจในบางปีจะเป็นดาวรุ่ง พอเวลาผ่านไปหนึ่งปี หรือสองปีอาจจะอยู่ในช่วงขาลงก็ได้ ในทางกลับกันมีธุรกิจอื่นกลับอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะฉะนั้น ให้คุณถามตัวเองว่า คุณจะทำธุรกิจประมาณหนึ่งหรือสองปี แล้วล้มเลิกหรือไม่ ถ้าคำตอบพบว่า ไม่ใช่ คุณก็จะต้องทุ่มเทในการเรียนรู้เข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนการทำธุรกิจนั้น ถึงแม้ว่าการลงทุนธุรกิจจะเป็นแบบเดียวกันในประเทศสักหมื่นธุรกิจก็ตาม

เคล็ดลับการลงทุนทำธุรกิจให้เติบโตตลอดกาล

คนส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการลงทุนทำธุรกิจ มักมองไปที่ผลลัพธ์ หมายความว่า อยากให้มีลูกค้าและได้กำไรมาก ๆ ด้วยการคอยลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีลูกค้ามาสั่งสินค้าและจ่ายเงินให้กับธุรกิจที่ทำอยู่ แต่ในความเป็นจริง การลงทุนสร้างเส้นทางของธุรกิจนั้น ต้องให้ความสำคัญใน 3 เรื่องนี้ คือ สินค้าต้องมีคุณภาพดี ส่งตรงเวลาและราคายุติธรรมถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่ราคาถูกที่สุดก็ตามหรือที่เรียกว่า “คุ้มราคา” ลูกค้าก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ บางทีจนรับงานไม่ทันด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่ามีบริษัทคู่แข่งเป็น 10 ราย ลูกค้าก็วิ่งมาหาบริษัทของคุณ ในทางตรงข้าม หากการทำธุรกิจแบบลวก ๆ ก็จะส่งผลให้ลูกค้าหนีได้

เคล็ดลับการลงทุนทำธุรกิจให้เติบโตตลอดกาล ไม่ว่าใครก็มีความต้องการกำไรมาก ๆ แต่สิ่งสำคัญควรคำนึงถึง คือ ความถูกต้องหรือไม่ได้เอาเปรียบใคร นอกจากนี้ให้คุณจดจำประโยคเตือนใจ คือ “ประกอบเหตุ สังเกตผล ทนเอาเถิด ประเสริฐนัก” ซึ่งเป็นประโยคที่มีความหมายว่า การลงทุนทำธุรกิจเหนื่อยตอนต้นแต่จะสบายตอนปลายเพียงคุณทำธุรกิจที่ดีจริง ด้วยการมุ่งการประกอบเหตุที่ดี แล้วสังเกตผลว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าตรงตามอย่างที่คิดไว้ แสดงว่าใช้ได้ แต่หากไม่ตรงก็มาปรับการประกอบเหตุใหม่ แล้วผลดีก็จะเกิดขึ้นตามมานั่นเอง

อยากรวย ต้องคิดแบบคนรวย

อยากจะรวย จะต้องคิดอย่างคนรวย

ความรวยเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็ปรารถนา หากได้ตั้งคำถามกับทุกคนในโลกก็คงตอบว่า อยากรวย แต่ที่ไม่รวยเพราะได้มีความคิดบางอย่างเป็นตัวขัดขวางไม่ให้ก้าวไปถึงความรวยในจุดที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้ ถ้าใครอยากรวยก็ให้เริ่มต้นศึกษาแนวความคิดของคนรวยและนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองและปรับวิธีการบริหารเงินให้ดีกว่าเดิม

แนวคิดที่ 1 มีทัศนคติที่ดีต่อเงินทองหรือความร่ำรวย

คนส่วนใหญ่ที่ไม่รวย มักมีความคิดลบต่อคนที่ร่ำรวยหรือเงินทอง เช่น คิดว่าคนรวยมีการเอารัดเอาเปรียบ คดโกง เงินซื้อความสุขไม่ได้ ในทางตรงข้ามคนรวยมีทัศนคติคิดว่า เงินที่หามาได้นั้น สามารถไปด้วยกันกับความดีและความสุข

แนวคิดที่ 2 เชื่อว่าต้องร่ำรวย มีความมั่งคั่ง

คนรวยมีความเชื่อว่า ในเมื่อเกิดมาแล้วจะต้องมีความร่ำรวยหรือมีความมั่งคั่งจะได้ไม่เสียชาติเกิด โดยเขามองว่า “คนอื่นทำได้ เขาก็ทำได้เช่นกัน” ทำให้คนรวยชอบศึกษาหาความรู้จนสามารถสร้างความร่ำรวยได้โดยวิธีการหาทรัพย์แบบสุจริต ซึ่งบางคน ก่อนที่จะเป็นคนรวย ได้เริ่มต้นจากการทำงานเป็นลูกน้องในองค์กรเพื่อที่จะได้ศึกษาหาประสบการณ์ พอมาถึงวันที่มีความรู้และความสามารถเพียงพอแล้ว ก็จะผันตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ แถมยังเป็นเจ้าของกิจการที่ดีเพราะเคยเป็นลูกน้องมาก่อน และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากรวย คุณจะต้องเปิดใจในความรู้ใหม่ ๆ หมายความว่า ต้องไม่คิดว่าตัวเองมีความรู้พอแล้ว หรือไม่เป็นคนประเภทที่เรียกว่าน้ำเต็มแก้ว ถ้าคิดแบบนี้แล้วคุณจะเปิดใจศึกษาความรู้เช่นเดียวกับคนรวย

แนวคิดที่ 3 กล้าตัดสินใจหรือกล้าที่จะเสี่ยง

หากอยากร่ำรวยต้องไม่กังวลและหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็น กลัวความล้มเหลว กลัวขาดทุน แต่ให้ลุยหรือทำไปก่อนเหมือนคนรวย เพราะคนรวยแสวงหาหนทาง วางแผนและลงมือทำแบบไม่รอโอกาสจากการซื้อลอตเตอรี่ รอโชคชะตาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด

แนวคิดที่ 4 มีความมุ่งมั่น เข้มแข็งและความอดทนต่ออุปสรรค

ข้อสังเกตง่ายๆเลยคือ ลองดูเหล่านักเตะในทีมฟุตบอลชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล แมนซิตี้ บาร์ซ่า นักเตะที่รวยจากการค้าแข้งไม่มีคนไหนไม่สู้อุปสรรค ไม่อดทน คนรวยจะมองเป้าหมายเป็นหลัก ทำให้อุปสรรคที่เข้ามากลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเลย เนื่องจากเป้าหมายที่ทำอยู่ตอนนี้มีความยิ่งใหญ่กว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอุปสรรค แต่สำหรับใครที่ยังไม่รวย หลายคนอาจเกิดความอิจฉา ถ้าเป็นแบบนี้ควรเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ แล้วให้สังเกตคนรวยว่า เขามีคุณสมบัติอะไรในสิ่งที่เราไม่มี เช่น ความมุ่งมั่น ความเข้มแข็งต่ออุปสรรค เป็นต้น แล้วนำคุณสมบัติของคนรวยมาเป็นต้นแบบปรับใช้ในชีวิตตัวเอง

เมื่อมี 4 แนวความคิดของคนรวยแล้ว สิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้เลย และไม่แพ้กับแนวคิดดังกล่าวข้างต้น คือ การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ใช้เงินเกินตัว โดยการแบ่งเงินออกเป็น 6 ส่วน คือ ส่วนใช้จ่าย เที่ยว เงินเก็บ เงินทำบุญ ส่วนอีกสองส่วนคนรวยจะเน้นมากเพราะทำให้เงินงอกเงยได้ คือ ส่วนการศึกษาเรียนรู้กับส่วนไว้ลงทุน ดังนั้น การบริหารเงินเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามซึ่งคุณสามารถสังเกตได้จากคนรวยบางคนได้ขึ้นรถไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนตัว ใช้เงินหรือบัตรเครดิตตามความจำเป็น ทำให้ไม่สร้างหนี้ เพราะเขาได้ทำบัญชีรายรับและรายจ่ายอย่างชัดเจนทำให้ใช้เงินอย่างมีสติได้ดีเลยทีเดียว