businessidealightbulb

ส่องไอเดียธุรกิจน่าลงทุนในไทยปี 2565

สร้างธุรกิจจากจุดเริ่มต้นที่ใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อยหรือและค่าใช้จ่ายล่วงหน้าน้อยลง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเริ่มสตาร์ทอัพหรือธุรกิจเสริมเพิ่มรายได้จากงานประจำก็ได้ ไอเดียธุรกิจขนาดเล็กน่าลงทุนในปี 2565 มีดังนี้

  1. ธุรกิจดรอปชิป – ใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริม เราแนะนำให้ลงทุนธุรกิจดรอปชิป (Dropship หรือ Drop Shipping) เป็นธุรกิจขายปลีกออนไลน์ที่ไม่ต้องมีสต็อก โดยเราจะเป็นตัวแทนจำหน่ายให้ซับพลายเออร์ เพียงนำข้อมูลสินค้า รูปภาพ รายละเอียดต่างๆ และราคาของสินค้ามาโพสต์ขายบนเว็บไซต์ เมื่อลูกค้าสนใจสั่งซื้อและชำระเงิน เราจะส่งต่อคำสั่งซื้อไปยังเจ้าของสินค้า ถือเป็นแนวทางการทำธุรกิจที่ง่ายและต้นทุนต่ำ เรามีหน้าที่รับผิดชอบด้านการตลาด บริหารสินค้าคงคลัง และบริการลูกค้า ไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าใดๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องจ่ายเงินเช่าโกดังเก็บสต็อกสินค้า นับเป็นธุรกิจทำเงินเร็วและต้นทุนถูกที่สุด สิ่งสำคัญคือการเลือกซัพพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้วางใจได้
  2. นักทดสอบแอปพลิเคชั่น – การพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่สร้างเงินล้านไม่ใช่เรื่องง่าย มีผลงานเพียง 0.5% เท่านั้นที่ทำสำเร็จบรรลุเป้าหมาย ลองค้นคำว่า วิเคราะห์บอล ในแอพสโตรดูจะพบว่ามีเป็นพันแอพ แต่มีไม่กี่แอพที่คนนิยมโหลดเกิน 10,000+ ดาวโหลด เนื่องจากแอปพลิเคชั่นส่วนใหญ่ไม่เหมาะกับตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ไม่ได้รับความสนใจมากพอ และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเป็นต้นทุนที่สูงเกินไป แต่ก็ยังมีความพยายามพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ออกมาเจาะตลาดผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาชีพนักทดสอบแอปพลิเคชันเป็นไอเดียที่น่าจะทำรายได้ดี ทำการทดสอบประเมินคุณภาพ ค้นหาข้อบกพร่องและข้อผิดพลาด พร้อมทั้งหาทางแก้ไขปรับปรุงคุณภาพเพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงทีก่อนส่งถึงมือลูกค้า
  3. ขายอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ – ทุกวันนี้ไม่ว่าใครก็ต้องมีมือถือพกติดตัว อุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์จึงเป็นตลาดใหญ่ที่มีผู้ซื้อจำนวนมาก อุปกรณ์เสริมก็ไม่จำเป็นต้องซื้อมาสต็อกเก็บไว้ ใช้หลักการดรอปชิปกับซับพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ก็เพียงพอแล้ว กลุ่มอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ ได้แก่ เคสโทรศัพท์, ที่วางโทรศัพท์ในรถและโต๊ะทำงาน, ขาตั้งกล้องสำหรับการไลฟ์, หูฟัง, ลำโพงบลูทูธ, ที่ชาร์จแบบพกพา, ที่ชาร์จไร้สาย เป็นต้น เมื่อลงประกาศขายอุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์มีจุดสำคัญที่ลืมไม่ได้คือระบุอุปกรณ์โทรศัพท์ที่เข้ากันได้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดต้องเปลี่ยนคืนสินค้าให้ผู้ซื้อที่ได้รับสินค้าแล้วใช้กับมือถือรุ่นที่ใช้อยู่ไม่ได้ ไอเดียธุรกิจขนาดเล็กสำหรับผู้เริ่มต้นเลือกแบบไหนดีขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความรู้ความถนัดของแต่ละคน สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นหลักคือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีแนวโน้มตัดสินใจซื้อง่ายที่สุด, สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะช่วยให้ทำการตลาดง่าย เช่น กลุ่มคนรักสัตว์ คนกินมังสวิรัติ, เนื้อหาบทความและโฆษณาที่โดนใจลูกค้า, ตั้งราคาเหมาะสมโดยคำนึงถึงต้นทุนและการเสนอส่วนลดในบางโอกาส ครอบคลุมถึงค่าจัดส่งด้วย หากตั้งราคาสินค้าต่ำเกินไป ทำให้ดูเหมือนว่าสินค้ามีคุณภาพต่ำ ตั้งราคาสูงเกินไปทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อยาก

ธุรกิจใหม่ไม่มีอะไรแน่นอน คิดทบทวนให้ดีว่ามีความถนัดด้านไหน หากการลงทุนไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ล้มเลิกแผนเดิมก็ไม่ได้เจ็บตัวมาก สามารถกลับลำมองหาแนวคิดทางธุรกิจต่อไปจนกว่าจะพบแนวทางใหม่ที่เหมาะสมและสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ในปีนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ Cryptocurrency

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ Cryptocurrency

ใคร ๆ ก็ทราบดีว่าการลงทุนเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราเกิดความมั่นคงทางการเงินได้ในปัจจุบันและอนาคต เพราะค่าเงินที่เราใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต้องเสื่อมค่าลงตามระยะเวลาอันเป็นไปตามกลไกทางการเงินตามปกติ 

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสื่อมค่าดังกล่าวเราจึงต้องนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรักษาระดับค่าเงินหรือเพิ่มมูลค่าให้กับเงินลงทุนของเรา ซึ่งทั้งหมดคือการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้กับเรานั่นเอง

การลงทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมานอกจากการลงทุนแบบดั้งเดิมในอสังหาริมทรัพย์ ทองคำหรือหลักทรัพย์ต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งในสินทรัพย์ที่ผู้คนให้ความสนใจลงทุนกันมากก็คือ การลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี่ Cryptocurrency หลายคนเมื่อเกิดความสนใจก็ตัดสินใจกระโดดลงไปในตลาดทันทีโดยไม่ได้ศึกษาที่มาที่ไปของเงินสกุลดิจิทัลให้ดีเสียก่อน ทำให้บางครั้งเกิดความผิดพลาดจนต้องสูญเสียเงินลงทุนไปเป็นจำนวนมากก็มี 

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงเบื้องต้น เราจึงควรทำความรู้จักว่าเงินดิจิตอลหรือคริปโตเคอเรนซี่มีอะไรบ้างที่เราควรต้องรู้?

1. Cryptocurrency ผันผวนมากกว่าสินทรัพย์อื่น

ด้วยความที่การซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่เป็นการซื้อขายผ่านบล็อกเชนที่มีความอิสระสูง และด้วยความใหม่บวกกับกระแสความนิยมที่เกิดขึ้นอย่างมาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคาซื้อขายค่อนข้างรวดเร็วและแตกต่างกันมากในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งต้องบอกว่านี่คือธรรมชาติของสินทรัพย์ดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้ อิทธิพลทางความรู้สึกของนักลงทุนจึงมีผลต่อราคาสูงมาก

2. Cryptocurrency ไม่ใช่สกุลเงินที่เป็นมาตรฐานสากล

ทั้งด้วยความใหม่และความเข้าใจที่ยังไม่แพร่หลาย ดังนั้นการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินสกุลดิจิตอลจึงมีประเทศที่ให้การยอมรับและออกกฎหมายรับรองการซื้อขายแลกเปลี่ยนจำนวนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังไม่เปิดให้มีการใช้จ่ายหรือซื้อขายเงินดิจิตัลอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งนักลงทุนเองต้องศึกษากฎหมายก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ให้ดีเสียก่อน

3. กฎหมายไทยไม่รับรองการซื้อขายบางประเภท

หากนักลงทุนทำการซื้อขาย Cryptocurrency ผ่านผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ในต่างประเทศ หากเกิดปัญหาขึ้นทางหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตัลของประเทศไทยจะไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือดูแลให้ได้ รวมไปถึงผู้ให้บริการบางรายในประเทศเองด้วยที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

4. โปรดระวังการหลอกลวงลงทุนใน Cryptocurrency 

ด้วยความนิยมและกระแสที่มาแรง ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะสวมรอยเป็นผู้ให้บริการที่ถูกต้อง เข้าไปเสนอทางเลือกการลงทุนให้กับนักลงทุนที่ขาดความรู้ในการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ ซึ่งเรื่องนี้นักลงทุนต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังให้มาก ก่อนที่จะกลายเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้

สโลแกนที่เราได้ยินกันเป็นประจำในเรื่องการลงทุนใด ๆ ก็คือการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุนเสมอ ซึ่งการลงทุนใน Cryptocurrency ก็เช่นกัน หากยังรู้ไม่จริง อย่าเพิ่งรีบกระโดดเข้ามาเป็นดีที่สุด

“กองทุนรวม” ไม่ยากถ้าคิดลงทุน

“กองทุนรวม” ไม่ยากถ้าคิดลงทุน

ปัจจุบันการออมเงินไว้ในบัญชีเงินฝากคงไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแม้แต่เงินเฟ้อก็ยังเอาชนะไม่ได้เลย แต่เงินฝากก็มีข้อดีคือ มีสภาพคล่องสูง เรียกคืนได้ทันทีเมื่อถอน กองทุนรวมจึงเข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือทางการเงิน ที่เป็นได้ทั้งการออมและการลงทุนไปพร้อม ๆ กัน 

กองทุนรวมคืออะไร?

พูดแบบเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นคือ การนำเงินทุกคนมากองรวมกัน แล้วนำไปลงทุนอะไรสักอย่างที่ต้องมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน และมีคนมาคอยบริหารให้เงินกองนั้นโตขึ้น ๆ กองทุนรวมใช้เงินจำนวนน้อยกว่าการเทรดหุ้น ด้วยเหตุนี้จึงได้รับความนิยมสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ก่อนจะขยับไปเปิดพอร์ตเทรดหุ้นต่อไป 

ประเภทกองทุนรวม

มีทั้งแบบกองทุนเปิดที่มีการซื้อขายได้ในทุกวันทำการและกองทุนปิด คือมีระยะเวลากำหนดไว้เพื่อเลิกกอง กองทุนรวมมีทั้งแบบกองทุนที่ลงทุนไปเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นและกองทุนที่ลงทุนไปเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี 

นอกจากนี้ กองทุนรวมยังมีแบบจ่ายเงินปันผล และไม่มีการจ่ายเงินปันผล แบบที่มีเงินปันผลก็จะได้ทั้งผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น และถ้ากองทุนมีกำไรสะสมก็ยังได้รับเงินปันผลตามไปด้วย ส่วนแบบไม่มีปันผล กำไรต่อหน่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าแบบมีปันผล เพราะต้องไม่ลืมว่าถ้ากองทุนไม่มีกำไร ก็ไม่สามารถจ่ายปันผลได้เช่นกัน 

จะลงทุนกองทุนรวมควรคำนึงถึงอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญที่สุดคือความเสี่ยงจากการลงทุนที่เราจะยอมรับได้ เพราะการลงทุนกองทุนรวมจึงอาจเป็นไปได้ทั้ง“กำไร” หรือ “ขาดทุน” ดังนั้น “ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเลือกลงทุนในกองทุนรวมนั้น ๆ โดยสิ่งที่นำมาพิจารณาเพิ่ม ได้แก่ 

1. นโยบายการลงทุน จะเป็นตัวกำหนดและบอกเราว่า กองทุนรวมนี้จะนำเงินเราไปลงทุนในเงินฝาก, พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน, หุ้นสามัญประเภทใด, กองทุนรวมในประเทศ/ต่างประเทศ ฯลฯ 

2.กองทุนรวมนี้เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร ประเภทที่เงินต้นต้องอยู่ครบหรือคนที่สามารถรอคอยได้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูง ๆ ในอนาคต ฯลฯ

3. ระดับความเสี่ยงของกองทุนรวม เสี่ยงน้อย – เสี่ยงปานกลาง – เสี่ยงสูง 

4. สัดส่วนการลงทุน กองทุนนี้เทน้ำหนักไปที่สินทรัพย์อะไร หุ้น, หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้ ฯลฯ 

5.ค่าธรรมเนียมที่กองทุนเรียกเก็บจากนักลงทุนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจต้องนำมาคิด หักค่าธรรมเนียมเวลาซื้อหรือหักค่าธรรมเนียมเวลาขายหรือไม่ และหักกี่ % 

6.ผลตอบแทนการดำเนินงาน จะเป็นตัวชี้วัดว่ากองทุนรวมตัวนั้นบริหารเป็นอย่างไร โดยดูได้จากผลตอบแทนย้อนหลัง 3, 6, 12 เดือน 3 ปี 5 ปี ตั้งแต่ตั้งกองทุน 

นอกจากคำแนะนำข้างต้นนี้แล้ว คุณยังสามารถศึกษาข้อมูลเหล่านี้ได้จากเอกสารที่เรียกว่า “หนังสือชี้ชวน Factsheet” และ “ผลการดำเนินงานย้อนหลัง Monthly Fund Update” เพียงเท่านี้ การเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวมก็ไม่ยากอีกต่อไป

4 เทคนิคที่เปลี่ยนทุนหลักร้อยให้เป็นผลกำไรหลักหมื่นหลักแสน

กระแสฟุตบอลกำลังมาแรงมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ แล้วหลายคนก็รู้ดีว่าการแข่งขันฟุตบอลมักจะมาคู่กันกับการพนัน จนทำให้สร้างรายได้มากถึง 200-300 บาทต่อวัน และมีบางคนที่ทำกำไรได้มากถึงหลักแสน จากการเดิมพันในช่วงระยะเวลา 1 ปี แล้วก็มีเซียนบอลจำนวนหนึ่งที่ความสามารถเปลี่ยนทุนเดิมพันหลักร้อยให้เป็นผลกำไรหลักหมื่นหลักแสนได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ เล่าเรื่องมาขนาดนี้แล้ว เชื่อว่ามีหลายคนกำลังให้ความสนใจและอยากรู้เทคนิค ดังนั้นเรามาดูกันกับ 4 เทคนิค

เทคนิคที่ 1 : เลือกเว็บเดิมพันที่เป็น Partner ในการลงทุนระยะยาว โดยผู้เล่นต้องให้ความสนใจกับเรื่องตัวเว็บพนันที่ผู้เล่นจะใช้บริการในการลงทุนเสียก่อน เนื่องจากเว็บเดิมพันนั้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในด้านประสบความสำเร็จ หากเกิดเลือกใช้บริการในเว็บพนันที่ไม่มีคุณภาพก็อาจจะล้มเหลว ส่วนการเลือกเว็บพนันออนไลน์ที่ดีนั้นควรจะมีโปรโมชั่นเข้ามาช่วยส่งเสริมในการทำกำไร ช่วยให้ผู้เล่นมีโอกาสขาดทุนน้อยลงจากการวางเดิมพันในแต่ละครั้ง ยกตัวอย่าง คืนเงินที่ผู้เล่นเสียไปเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ หรือเป็นเว็บที่ไม่เอาเปรียบผู้เล่นจนเกินไปในเรื่องของอัตราการต่อรองที่เปิดมาให้เดิมพัน

เทคนิคที่ 2 : เลือกโหมดเดิมพันที่เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ ไม่ใช่เลือกแต่โหมดที่ได้รับความนิยม ยกตัวอย่างเช่น โหมดการเดิมพันแฮนดิแคปอัตราต่อรอง หรือเดิมพันแบบสเต็ปที่ได้ผลกำไรมากเป็นหลายเท่าตัว เพราะใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำกำไรจากโหมดเหล่านี้ได้ มาดูกันไปทีละโหมด เริ่มที่โหมดลูกเตะมุม สามารถทำการเก็งกำไรได้จากจำนวนลูกเตะมุมของทั้งสองทีม ส่วนเทคนิคในการเก็งกำไรจากลูกเตะมุมนั้นให้ดูฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมเป็นหลัก แล้วถ้าเกิดทั้งสองทีมมีการบุกใส่กันตลอดทั้งเกม ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าเข้าข่ายโหมดแต้มสูงที่นับจากจำนวนประตูของทั้งสองทีมที่ทำได้

เทคนิคที่ 3 : ต้องวางแผนจะได้มองเห็นการทำกำไรในระยะยาว ซึ่งการเดิมพันในแต่ละครั้งนั้นจะหวังแค่ดวงช่วยไม่ได้ โดยที่ผู้เล่นควรกำหนดเอาไว้ว่าลงทุนจำนวนเงินเท่าไหร่และจะแบ่งใช้เดิมพันทั้งหมดกี่วัน โดยเทคนี้จะช่วยลดปัญหาของการโอเวอร์เบทหรือการลงเดิมพันด้วยจำนวนเงินที่เยอะมากเกินไปในแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการขาดทุนมานักต่อนักแล้ว และในทุกๆครั้งที่ผู้เล่นสามารถทำกำไรได้ในแต่ละวัน ควรจะเป็นกำไรที่ขั้นต่ำ 2 เท่าของเงินที่ผู้เล่นขาดทุนจากการลงทุนไปก่อนหน้า เช่นขาดทุน 100 บาท โดยจำนวนเงินกำไรที่ผู้เล่นควรทำได้ในแต่ละวันก็คือ 200 บาทเป็นอย่างต่ำ

เทคนิคที่ 4 : ให้เลือกเก็งกำไรไปทีละคู่ไม่ต้องรีบร้อนเล่นทีละหลายคู่ เอาจริงแล้วจำเป็นต้องเดิมพันวันละหลายคู่ก็ได้ เพราะถ้าเกิดผู้เล่นใช้เงินลงทุนหนักๆที่คู่มั่นใจเพียงแค่ 1 คู่ เราก็สามารถทำกำไรได้ไม่แพ้กับการลงทุน 3 คู่หรือ 5 คู่ แล้วการเดิมพันทีละคู่นั้นมีประโยชน์ตรงที่ทำให้ผู้เล่นสามารถโฟกัสในการลงทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยการคาดการณ์ผลการแข่งขันที่แม่นยำจากช่วงเวลาวิเคราะห์บอลที่มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากมี 500 บาท แล้วแบ่งเป็นคู่ละ 100 บาท อาจจะได้กำไรแค่ 3 คู่ แล้วขาดทุนไป 2 คู่ แต่ถ้าเกิดผู้เล่นลงทุนคู่เดียวไปหนักๆ 500 บาท แล้วชนะขึ้นมาก็จะได้รับกำไรกลับมาเต็มที่ 500 เลย

ทั้ง 4 เทคนิคที่ได้กล่าวมาไม่ใช่เทคนิคที่ตายตัวหรือต้องทำตามแบบเคร่งครัดแต่อย่างใด แต่ว่าผู้เล่นสามารถนำเทคนิคต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ได้ในรูปแบบของการลงทุนของตัวผู้เล่นเอง เพียงแต่รูปแบบของการลงทุนที่เรานำมาเสนอนี้ มีเซียนบอลหลายๆคนเลือกใช้ ถ้าหากอิงจากสถิติแล้วพบว่าได้ผลเกิน 90% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการต่อยอดและการเรียนรู้เข้าใจของตัวผู้เล่นเองด้วย

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5 รูปแบบ ที่คนไทยนิยม

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5 รูปแบบ ที่คนไทยนิยม

การลงทุนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสร้างความมั่นคงในชีวิตในระยะยาว และหนึ่งในการลงทุนระยะยาวที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจที่จะแบ่งเงินทำให้งอกเงยมากที่สุด ก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ประเภทของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็มีตั้งแต่การซื้อที่ดิน บ้าน อาคารชุด คอนโดมิเนียม ไปจนถึงการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่มีผู้บริหารจัดการกองทุนคอยดูแลให้อย่างมืออาชีพ

หากเราจะพูดถึงเฉพาะรูปแบบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนชาวไทย จะมีอยู่ด้วยกัน 5 รูปแบบ คือ

1.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบเก็งกำไร
การเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ที่นิยมกันมาก ก็คือ การเก็งกำไรใบจองห้องชุด ซึ่งต้องเป็นห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมในทำเลทองยอดนิยม มีความต้องการซื้อสูง เช่น ย่านสีลม ไอคอนสยาม แนวเส้นทางรถไฟฟ้า ฯลฯ การเก็งกำไรจากการขายต่อใบจองเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากและได้ผลตอบแทนกลับมาเร็ว

2.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายเดือน
การลงทุนแบบนี้ เราต้องมีเงินลงทุนเบื้องต้นพอสมควร โดยเราต้องหาซื้อบ้านหรืออาคารชุดที่อยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าอยู่อาศัยรายเดือน เช่น ใกล้มหาวิทยาลัย อยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งทำงาน เช่น โรงงาน ออฟฟิศต่าง ๆ หรือใกล้ระบบการคมนาคมที่สะดวกอย่างรถไฟฟ้า เป็นต้น

3.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายวัน
การลงทุนในลักษณะนี้อาจคล้ายกับการลงทุนในแบบที่ 2 เพียงแต่การเลือกทำเลของอสังหาริมทรัพย์ที่เราจะลงทุนมีความแตกต่างกัน คือ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่ารายวัน ควรเลือกทำเลที่เราจะลงทุนในย่านท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพหรือตามจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือธรรมชาติที่สวยงาม จะมีนักท่องเที่ยวมองหาที่พักแบบรายวันตลอดปี

4.การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์
สำหรับคนที่มีเงินลงทุนไม่มากหรือไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงมากเกินไป การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อรับผลตอบแทนผ่านการบริหารกองทุนจากผู้จัดการกองทุนมืออาชีพก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะเราไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง เพียงแต่เราต้องศึกษาข้อมูลของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปบริหารจัดการให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนเท่านั้น

5.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อพัฒนาก่อนปล่อยขาย
มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อีกรูปแบบที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่พอมีความรู้ในเรื่องการออกแบบตกแต่งหรือรีโนเวทให้ถูกใจคนซื้อ ด้วยการลงทุนในบ้าน อาคารหรือห้องชุดมือสองนำมาปรับปรุงใหม่ก่อนที่จะขายต่อหรือการซื้อที่ดินเปล่ามาพัฒนาเป็นพื้นที่บ้านพักผ่อนในต่างจังหวัดก็มีหลายคนที่นิยมทำกัน ปัจจัยสำคัญในการลงทุนรูปแบบนี้คือ ต้องการมีทีมดูแลเรื่องการก่อสร้างที่ดี ควบคุมต้นทุนได้ จะช่วยให้การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก่อนขายต่อ ได้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ

การลงทุนใด ๆ มีความเสี่ยง แม้แต่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นถาวรวัตถุก็ตาม ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนจึงเป็นคำเตือนที่ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้แก่นักลงทุนหน้าใหม่เสมอ ๆ

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงนั้นสามารถลดลงได้ด้วยการหาความรู้ในการลงทุน ซึ่งการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นหนึ่งช่องทางที่ให้ผลตอบแทนที่ดี ช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายในการเก็บออมและเพิ่มกระแสเงินสดในบัญชีให้มากขึ้น

การลงทุนในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. การลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถจับต้องได้ เช่น การลงทุนซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อปล่อยเช่า เป็นต้น, 2. การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ได้แก่ บิตคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอร์เลียม (Ethereum) เป็นต้นและ 3. การลงทุนในหลักทรัพย์ เช่น การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น

สหกรณ์ออมทรัพย์ คืออะไร?
สหกรณ์ออมทรัพย์ คือ กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อลงทุนสะสมหุ้นของสหกรณ์ร่วมกัน เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ที่ต้องการกู้เงินไปใช้จ่ายได้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่น ซึ่งสมาชิกที่สะสมหุ้นจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลในทุก ๆ ปี

สหกรณ์ออมทรัพย์ เหมาะกับใคร?
การลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์เหมาะสำหรับพนักงานประจำที่ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงในการลงทุนสูง แต่ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากประจำ โดยผู้ที่จะสามารถลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ได้จะต้องเป็นพนักงานประจำของหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนของหน่วยงานที่มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์รวมชุมนุมสหกรณ์ในประเทศไทยประมาณ 7,976 แห่ง (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563)

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์
ข้อดีของการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือผู้ที่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องการลงทุน โดยการลงทุนในหุ้นสหกรณ์เป็นการลงทุนที่ให้อัตราดอกเบี้ยตอบแทนค่อนข้างสูงและยังปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้แม้ว่าการลงทุนในสหกรณ์จะมีความเสี่ยงต่ำแต่ก็สามารถเกิดความผิดพลาดได้ โดยเหตุการณ์ที่สามารถสร้างผลเสียต่อสมาชิกที่ลงทุนมี 2 ประเด็นหลัก คือ การบริหารจัดการในสหกรณ์ไม่ดี ทำให้สหกรณ์เสียสภาพคล่องทางการเงิน และการทุจริตในหน่วยงาน ซึ่งการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์อยู่เสมอเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงทุนได้

โดยสรุปแล้ว การลงทุนในสหกรณ์เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับสมาชิกที่ต้องการสร้างสภาพคล่องทางการเงินและต้องการเงินทุนหมุนเวียนในความเสี่ยงต่ำ แต่การลงทุนทุกประเภทล้วนมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ทั้งสิ้น ผู้ลงทุนควรศึกษาและหมั่นอัปเดตข้อมูลการลงทุนกับสหกรณ์ เพื่อจะได้ทราบการดำเนินงานและการนำเงินทุนของสมาชิกไปลงทุนประเภทใด มีผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร โดยนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจ

ลงทุน ปี 2021 ธุรกิจอะไรมาแรง

ลงทุน ปี 2021 ธุรกิจอะไรมาแรง

แม้ว่าใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าการลงทุนในปี 2021 ดูไม่น่าจะไปไหวและยังไม่น่าจะหอบเงินก้อนโตมาทำธุรกิจใด ๆ ในช่วงเวลานี้ เพราะด้วยความซบเซาของเศรษฐกิจและปัญหาเชื้อ Covid-19 ที่ระบาดอย่างหนัก จึงทำให้ทุกธุรกิจต่างก็สั่นคลอนไปหมด แต่ยังคงมีธุรกิจมาแรงในปี 2021 ที่คุณไม่ควรมองข้าม คือ

1.ความงาม
การลงทุนด้านความงามของปี 2021 ถือว่าทำรายได้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง คือ ธุรกิจคลินิกความงาม, การศัลยกรรม และการเสริมความงามต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้สวยได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถือว่ามาแรงอย่างมากและยังคงขายดีอยู่เสมอ แม้ Covid-19 จะรุนแรงมากแค่ไหน แต่เรื่องของความสวยงามในผู้หญิงและการดูแลบุคลิกภาพของผู้ชายยังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มของคนในวงการบันเทิง ดังนั้นคลินิกความงามต่าง ๆ จึงพากันเสริมโปรโมชันเด็ดเพื่อดึงดูดลูกค้ากันเป็นจำนวนมาก

2.ค้าขายผ่าน E-commerce
สำหรับพ่อค้าและแม่ค้าทั่วไป ถ้าต้องการให้ธุรกิจอยู่รอดในยุค Covid-19 ระบาด สิ่งที่คุณควรทำคือการปรับเปลี่ยนมาค้าขายผ่านทางเว็บไซต์ E-commerce ต่าง ๆ เลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่คุณจะสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว มีระบบสำเร็จรูปให้คุณลงสินค้า ลงรายละเอียดและราคาได้ง่าย ที่สำคัญคือการเริ่มต้นขายไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ถือว่าเป็นการค้าขายที่มีพื้นที่ฟรีให้คุณได้ไปใช้กันอย่างเต็มที่ เมื่อใดที่ขายดีแล้วจึงค่อยโหมโฆษณาก็ยังถือว่าได้กำไร

3.YouTuber
ถ้าต้องการลงทุนด้านความบันเทิง โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองงบมาก มีเพียงแค่โทรศัพท์มือถือกล้องสวย 1 เครื่อง และ Content สุดสร้างสรรค์ สามารถปรับเปลี่ยนมาสู่การเป็นธุรกิจ YouTuber ที่มอบความสนุกสนาน ความบันเทิง หรือความรู้ต่าง ๆ ให้กับผู้คนบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งเหล่า YouTuber ไทยจากหลากหลายช่องที่มีผู้ติดตามจำนวนนับล้าน สามารถทำรายได้สูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

4.เทคโนโลยีด้านวิเคราะห์
ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2021 โดยเฉพาะการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบ Big Data, ข้อมูลการพัฒนาและการวิเคราะห์, การพัฒนาเพื่อความชำนาญที่มากขึ้น, ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านธุรกิจ, ข้อมูลเกี่ยวกับราคาและกำไร รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนเงินดิจิทัลอย่างเหรียญคริปโตเคอเรนซี นักวิเคราะห์ด้านนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อตลาดการเงินดิจิทัลอย่างมาก จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

5.Street Food
เรื่องของอาหารและเครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งรูปแบบธุรกิจที่คุณไม่ควร พลาด เพราะอาหารยังคงมีความสำคัญต่อมนุษย์เสมอ ซึ่งในยุคนี้ธุรกิจอาหารที่ถือว่ามาแรงมาก คือ ธุรกิจแบบ Street Food ที่สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ราคาไม่แพงมากและค่าส่งไม่สูง ทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งให้ลูกค้าได้ทันเวลา ถือเป็นเทรนด์มาแรงและถูกใจคนในยุค Covid-19 เป็นอย่างมาก

ถ้าคุณกำลังมองหาการ ลงทุน ที่เหมาะสมกับตัวเอง ให้ความคุ้มค่าและเป็นเทรนด์ของปี 2021 ขอแนะนำทั้ง 5 ธุรกิจที่กล่าวมานี้ ยิ่งถ้าคุณมีความสามารถเฉพาะด้านด้วยแล้ว รับรองว่าธุรกิจจะไปได้สวยแน่นอน

ไอเดียลงทุนสินค้าขายดีในสถานการณ์โควิด-19

ไอเดียลงทุนสินค้าขายดีในสถานการณ์โควิด-19

วิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ธุรกิจบางประเภท เช่น อุปกรณ์การแพทย์ ไม่เพียงอยู่รอดได้เท่านั้น ยังมียอดสั่งซื้อเพิ่มสูงด้วย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ หน้ากาก เจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างจาน เพราะความกังวลด้านสุขอนามัยทำให้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพขายดี เป็นที่สนใจของนักลงทุนที่กำลังมองหาไอเดียธุรกิจขนาดเล็กใช้งบประมาณน้อยในตอนเริ่มต้น มาดูดันว่ามีสินค้าอะไรบ้างยอดขายขยายตัวสูงตั้งแต่การระบาดใหญ่

1.หน้ากากอนามัย ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากแพทย์ทั่วโลกยืนยันว่าเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัสได้ผลดี มีธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะเกี่ยวกับเสื้อผ้าและสิ่งทอพลิกโฉมสายการผลิตให้กลายเป็นโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินทุนในการปรับปรุงสายการผลิตไม่มากนัก

2.ถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ ต้องสวมถุงมือเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อไวรัสโคโรนาที่แพร่ระบาดอย่างหนัก ถุงมือมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัส รวมถึงคนจำนวนมากเริ่มสวมถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งด้วย ทำให้ปริมาณการผลิตเติบโตเร็วมาก

3.เจลล้างมือและสเปรย์แอลกอฮอล์ นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดพบว่ายอดขายเจลล้างมือและผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็นร้อย ๆ เท่า ช่วงแรกอาจเกิดปัญหาขาดแคลนบ้าง แต่ภายหลังบริษัทส่วนใหญ่เร่งการผลิตได้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันกับความต้องการ สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตรายใหม่ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมาในท้องตลาดเรื่อย ๆ แม้แต่ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือบริษัทเคมีการเกษตรเริ่มผลิตเจลล้างมือออกมาจำหน่ายเช่นกัน

4.สบู่ พฤติกรรมการล้างมือบ่อย ๆ ทำให้ยอดขายสบู่เพิ่มมากขึ้น สบู่ก้อนเป็นผลิตภัณฑ์ล้างมือที่กำจัดเชื้อไวรัสบนผิวหนังได้และเป็นรูปแบบที่มีราคาถูก โดยถูสบู่ล้างมืออย่างถูกวิธีแต่ละครั้งอย่างน้อย 20 วินาที สบู่กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เฟื่องฟูมาในยุคไวรัสแพร่ระบาด เป็นโอกาสทางธุรกิจที่พลาดไม่ได้เพราะใช้เงินลงทุนน้อย สามารถตั้งโรงงานขนาดเล็กที่บ้านสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองได้ง่าย

5.กระดาษชำระ กระดาษชำระและทิชชู่เปียกเป็นสินค้าที่ขาดแคลนทันทีหลังประกาศล็อกดาวน์ ผู้คนซื้อหามากักตุนไว้เพราะการผลิตไม่ทันกับความต้องการ โรงงานต้องทำงานเพื่อให้ทันกับความต้องการ ผู้ประกอบการผลิตออกมาตามการใช้งานหลายประเภท เช็ดหน้า เช็ดปาก เช็ดมือ ใช้ในห้องน้ำ และดูดซับน้ำมันในอาหาร

6.เครื่องจ่ายเจลล้างมือแบบแฮนด์ฟรี เป็นอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติแบบไม่ต้องสัมผัสที่มีความต้องการใช้งานมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับเชื้อโรค ใช้งานในหลายสถานที่ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์ราชการ เป็นต้น

ผู้ประกอบการหลายรายหันมาสำรวจโอกาสทางธุรกิจเพื่อตอบรับความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ และการเริ่มต้นตั้งโรงงานผลิตใช้เงินทุนไม่มาก หลังจากธุรกิจชะงักงันมาพักใหญ่ การกลับไปทำงานไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ลองนำแนวคิดเหล่านี้ไปพิจารณาว่ามีโอกาสทางธุรกิจใดบ้างเหมาะกับตัวคุณ

เริ่มลงทุนครั้งแรก ปี 2021 ควรเริ่มจากอะไรในยุคโควิด

ก้าวเข้าสู่ช่วงปี 2021 ที่ทรหดสุดๆสำหรับพ่อค้า-แม่ขาย และคนหาเช้ากินค่ำ หรือเรียกได้ว่าเป็นผลกระทบกับทุกคนเลยจริงๆ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องลงทุนในช่วงยุคโควิดแบบนี้ ต้องเรียนรู้และใช้สติให้มาก เพราะนอกจากจะมีโรคระบาด เศรษฐกิจก็ย่ำแย่มากด้วย หากใครที่สนใจอยากจะลงทุนเพราะไม่อยากเก็บเงินไว้เฉยๆ ต้องมาอ่านบทความนี้ จะรวบรวมเกี่ยวกับการลงทุนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของยุคสมัยนี้ด้วย 

การลงทุนในยุคโควิดจำเป็นต้องมีหลายตัวเลือก เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับเงินตัวเอง ซึ่งถ้าเรามีตัวเลือกที่เยอะมากเท่าไหร่ก็ส่งผลดีมากเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าการลงทุนมักจะมีความเสี่ยงเสมอ เราไม่สามารถการันตีได้ตั้งแต่เริ่มแรกว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน ก็เหมือนกับคนที่ชอบแทงบอล ส่วนใหญ่ก็จะศึกษาจากเซียน ฟันธงบอลวันนี้ เป็นแนวทางจะทำให้เรามีตัวเลือกทีมที่คิดว่าจะชนะได้ง่ายกว่าการวิเคราะห์เอง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ถ้าเราไม่มีตัวเลือกอะไรเลย คิดแต่ว่าลงทุนให้ได้กำไรก็อาจจะทำให้เสียเงินที่ลงทุนไปได้ง่ายๆ

เทคนิคการลงทุนที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงแค่ความรู้ส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับคนที่อยากลงทุนจำเป็นต้องมีช่องทางศึกษาให้ได้มากที่สุด นี่เป็นแค่แนวทางคร่าวๆที่จะช่วยให้คุณได้กล้าตัดสินใจและรับรู้ถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะตามมา เราจะเปรียบเทียบให้คุณได้เห็นชัดมากขึ้นว่าในปี 2021 ควรจะลงทุนในรูปแบบไหนถึงจะเหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้

ลงทุนอะไรดี ในยุคโรคระบาด

หุ้น คือตราสารที่ออกโดยบริษัทห้างหุ้นส่วนและสหกรณ์ เปรียบเสมือนกับการเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ และเมื่อมีคนสนใจร่วมหุ้น กิจการก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุนนิยมก็จะได้มาจากคนทั่วไป ไม่จำกัดว่าจะเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ได้ หรือจะเรียกง่ายๆก็คือ การเอาธุรกิจมาแบ่งขายเป็นส่วนๆนั่นเอง

เชื่อว่าคนที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนน่าจะเคยผ่านมาบ้างแล้วเกี่ยวกับ หุ้น ซึ่งเป็นตัวเลือกแรกๆเลยของคนสมัยนี้ที่นิยมลงทุนกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีและรอบคอบมากเช่นกัน เพราะการลงทุนกับหุ้นถือว่ามีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทต่างประเทศ หากสนใจอยากเล่นตัวไหนแนะนำให้ศึกษาไปทีละตัวแบบละเอียดจะดีกว่า ไม่ได้มีเพียงแต่คนที่ลงแล้วได้กำไรมหาศาลแต่คนที่ล้มละลายกับหุ้นไปเยอะก็มี ดังนั้นแนะนำว่าให้ซื้อแค่เพียงพอประมาณ แล้วเก็บเล็กเก็บน้อยเอาดีกว่า

ข้อดีของการเล่นหุ้น

เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพราะวิธีเริ่มต้นลงทุนสามารถทำความเข้าได้ง่าย และเริ่มเล่นด้วยตัวเองได้ ที่สำคัญเริ่มต้นได้จากทุนที่ไม่สูงมาก 

นักลงทุนนิยมเล่นกันเป็นจำนวนมาก เพราะทำเงินได้จริงๆ อีกทั้งเราสามารถเลือกลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยได้ตามใจเรา 

มีข้อมูลให้ศึกษาหลายช่องทางมาก ทั้งทางอินเทอร์เน็ต หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านหุ้นหลายๆคนที่มีประสบการณ์แน่นๆ ช่วยให้เราศึกษาและเข้าใจได้ง่ายมาก

ข้อเสียของการเล่นหุ้น

มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาตามสถานการณ์โลก ซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาทิศทางที่แน่นอนได้เลย อาจจะได้กำไรง่าย แต่ถ้าหากเกิดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่ดีก็อาจจะสูญเสียทั้งต้นทุนและกำไรที่ต่อยอดมานานก็ได้

ควรมีเงินเก็บสำรองไว้เยอะๆ เพราะถ้าหากลงทุนหนักแต่ดันไปตรงในจังหวะที่ไม่ดี ก็มีโอกาสที่จะเสียตั้งเต่เริ่มลงทุนครั้งแรก ดังนั้นควรจะเริ่มจากเล็กไปมากตามความเหมาะสมดีกว่า

ทองคำ นับว่าเป็นการลงทุนที่คนไทยให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะว่าโอกาสขาดทุนมีน้อยมาก เนื่องจากราคาทองที่ขึ้น-ลง มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้ลงหรือขึ้นจนน่าเกลียดเกินไป ไม่แปลกที่คนจะนิยมซื้อทองเก็บไว้แทนเงินสด ที่สำคัญวิธีซื้อไม่ได้ยุ่งยาก หาซื้อได้ตามร้านทองทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ทองรูปพรรณ หรือ ทองคำแท่ง และการเทรดทองคำใน Gold Spot และ Gold Future บางคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง เพราะเป็นการซื้อขายเกร็งกำไรทองที่มีมาเนิ่นนานมากแล้ว จนมาถึงปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ตลอด 

ข้อดีของการลงทุนทองคำ

ทองคำ เป็นที่ต้องการในตลาดโลกอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยเก่าจนมาถึงตอนนี้การลงทุนทองก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับแรกเป็นส่วนใหญ่ของคนที่คิดจะทำการลงทุน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ได้ทั้งใส่และเก็บ ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้ทองมีโอกาสขึ้นราคาสูงมาก ต่างกับการเล่นหุ้นอย่างสิ้นเชิง

จากการคาดเดาราคาทองในอนาคตมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาได้เรื่อยๆ ตามสถานการณ์หรือผลกระทบของบ้านเมือง จากราคาก่อนหน้านี้ที่จับต้องได้กลายเป็นราคาที่แพงมาก ซึ่งคนที่มีอยู่แล้วต้องการนำไปขายยังไงก็ได้กำไรเต็มๆ

มีทองเก็บถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะใช้ใส่ได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อย่างเดียว หรือเรียกง่ายๆว่านำมาใช้ประโยชน์ได้หลายทางมาก โดยเฉพาะใช้เสริมบารมีตัวเอง

ข้อเสียของการลงทุนทองคำ

ความผันผวนของราคาทอง บางทีอาจจะทำให้เราคาดไม่ถึง สำหรับคนที่ต้องรับเร่งใช้เงิน ต้องศึกษาราคาทองให้ดี เพราะถ้าหากซื้อในตอนที่ทองแพงแต่มาขายตอนที่ทองลงก็ขาดทุนได้เยอะเหมือนกัน 

เสียเวลาเดินทางนิดหน่อย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะตามร้านทองมักจะมีโจรกรรมอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นต้องระวังตัวให้ดี

จำเป็นต้องใช้เงินก้อนซื้อ เพราะราคาทองคำมีถึงหลักพันและหลักหมื่น ซึ่งถ้าหากใครสนใจอยากลงทุนจริงๆแต่มีเงินน้อยก็ไม่สามารถซื้อได้

เคล็ดลับการลงทุนที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ในปี 2564

เคล็ดลับการลงทุนที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ในปี 2564

ในช่วงปี 2564 ผู้ประกอบการทั้งเก่าและใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงและไม่แน่นอน จำเป็นต้องอัปเดตความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เงินอย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็ต้องมีทางเลือกที่สองสำรองไว้เพื่อทำให้เงินเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

เราจึงมีคำแนะนำการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อให้ฝ่าฟันผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในปีนี้ไปให้ได้ โดยมีเทคนิคดังนี้

1.เตรียมเงินลงทุนแต่เนิ่น ๆ
หากต้องการเงินมาลงทุนในปีนี้ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ วางแผนงบประมาณการลงทุนและพยายามรัดเข็มขัดเก็บออมเงินไว้ก่อน พยายามลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ตัดการใช้จ่ายเล็กน้อยที่ไม่สำคัญออกไป เพื่อให้สามารถประหยัดเงินมากขึ้นและสะสมไว้เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจภายหลัง เช่น การชงกาแฟกินเองที่บ้าน ทำให้ประหยัดกว่าไปร้านกาแฟบ่อย ๆ หรือยกเลิกสมาชิกฟิตเนสและเคเบิลทีวี เมื่อประหยัดได้มากพอและพร้อมที่จะลงทุนแล้วให้มองหากองทุนที่เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ง่ายสำหรับคนที่เริ่มต้นธุรกิจ เมื่อขายคืนได้ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้าจะใช้เป็นเงินทุนสำรองในอนาคตได้

เพราะการเริ่มต้นธุรกิจใหม่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกเหนือจากเงินทุนทำธุรกิจ ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต และการลงทะเบียนต่าง ๆ แล้ว ยังต้องซื้ออุปกรณ์และวัสดุต่าง ๆ ต้องใช้เงินก้อนโตพอสมควร แต่ถ้าวางแผนกลยุทธ์การออมอย่างรอบคอบ และลงทุนในธุรกิจที่เหมาะสมกับทิศทางของตลาด จะช่วยลดความเครียดเรื่องเงินทุนลงได้มาก

2.วางแผนสำรองไว้เสมอ
การลงทุนเป็นเรื่องท้าทายและมีความเสี่ยง เมื่อเริ่มต้นแผนการลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2564 ด้วยแล้ว ผู้ประกอบการที่ดีมักจะระมัดระวังความเสี่ยง เปิดใจกว้างและวางแผนสำรอง มีตัวเลือกการลงทุนครั้งที่สองเสมอ ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร ควรมุ่งมั่นเรียนรู้ตลาดเพื่อให้คาดการณ์ทิศทางตลาดในอนาคต เปิดรับโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ เลือกลงทุนในสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจก้าวหน้า ที่กล่าวมานี้คือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และทำให้ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง รวมทั้งแก้ไขจุดอ่อนที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องเผชิญ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตได้มากที่สุด

3.ยอมรับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น
ทุกวันนี้ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เป็นเรื่องง่ายที่จะท้อแท้และหมดกำลังใจจากการสูญเสีย ต้องทำใจยอมรับว่าความล้มเหลวอาจเกิดขึ้นได้ หากมีจิตใจมุ่งมั่น ไม่ถอดใจไปง่าย ๆ พร้อมกับคิดบวกว่าการคืนทุนและทำกำไรใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้ายอมอดทนและเรียนรู้จากประสบการณ์ความผิดพลาด สามารถปรับปรุงแก้ไขไปตามสถานการณ์ได้เหมาะสม สุดท้ายการลงทุนจะประสบความสำเร็จในระยะยาว ความล้มเหลวในครั้งแรกจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป หากความล้มเหลวทำให้เกิดหนี้สิน ต้องหาทางจ่ายให้หมดโดยเร็วที่สุด เพื่อลดจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว

หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด ควรติดต่อธนาคารเพื่อเจรจาขอเรตดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและช่วยให้หลุดพ้นจากหนี้ได้เร็วขึ้น สามารถประหยัดเงินไว้ใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจมากขึ้น