การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5 รูปแบบ ที่คนไทยนิยม

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5 รูปแบบ ที่คนไทยนิยม

การลงทุนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสร้างความมั่นคงในชีวิตในระยะยาว และหนึ่งในการลงทุนระยะยาวที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจที่จะแบ่งเงินทำให้งอกเงยมากที่สุด ก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ประเภทของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็มีตั้งแต่การซื้อที่ดิน บ้าน อาคารชุด คอนโดมิเนียม ไปจนถึงการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่มีผู้บริหารจัดการกองทุนคอยดูแลให้อย่างมืออาชีพ

หากเราจะพูดถึงเฉพาะรูปแบบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนชาวไทย จะมีอยู่ด้วยกัน 5 รูปแบบ คือ

1.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบเก็งกำไร
การเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ที่นิยมกันมาก ก็คือ การเก็งกำไรใบจองห้องชุด ซึ่งต้องเป็นห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมในทำเลทองยอดนิยม มีความต้องการซื้อสูง เช่น ย่านสีลม ไอคอนสยาม แนวเส้นทางรถไฟฟ้า ฯลฯ การเก็งกำไรจากการขายต่อใบจองเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากและได้ผลตอบแทนกลับมาเร็ว

2.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายเดือน
การลงทุนแบบนี้ เราต้องมีเงินลงทุนเบื้องต้นพอสมควร โดยเราต้องหาซื้อบ้านหรืออาคารชุดที่อยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าอยู่อาศัยรายเดือน เช่น ใกล้มหาวิทยาลัย อยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งทำงาน เช่น โรงงาน ออฟฟิศต่าง ๆ หรือใกล้ระบบการคมนาคมที่สะดวกอย่างรถไฟฟ้า เป็นต้น

3.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายวัน
การลงทุนในลักษณะนี้อาจคล้ายกับการลงทุนในแบบที่ 2 เพียงแต่การเลือกทำเลของอสังหาริมทรัพย์ที่เราจะลงทุนมีความแตกต่างกัน คือ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่ารายวัน ควรเลือกทำเลที่เราจะลงทุนในย่านท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพหรือตามจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือธรรมชาติที่สวยงาม จะมีนักท่องเที่ยวมองหาที่พักแบบรายวันตลอดปี

4.การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์
สำหรับคนที่มีเงินลงทุนไม่มากหรือไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงมากเกินไป การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อรับผลตอบแทนผ่านการบริหารกองทุนจากผู้จัดการกองทุนมืออาชีพก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะเราไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง เพียงแต่เราต้องศึกษาข้อมูลของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปบริหารจัดการให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนเท่านั้น

5.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อพัฒนาก่อนปล่อยขาย
มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อีกรูปแบบที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่พอมีความรู้ในเรื่องการออกแบบตกแต่งหรือรีโนเวทให้ถูกใจคนซื้อ ด้วยการลงทุนในบ้าน อาคารหรือห้องชุดมือสองนำมาปรับปรุงใหม่ก่อนที่จะขายต่อหรือการซื้อที่ดินเปล่ามาพัฒนาเป็นพื้นที่บ้านพักผ่อนในต่างจังหวัดก็มีหลายคนที่นิยมทำกัน ปัจจัยสำคัญในการลงทุนรูปแบบนี้คือ ต้องการมีทีมดูแลเรื่องการก่อสร้างที่ดี ควบคุมต้นทุนได้ จะช่วยให้การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก่อนขายต่อ ได้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ

การลงทุนใด ๆ มีความเสี่ยง แม้แต่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นถาวรวัตถุก็ตาม ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนจึงเป็นคำเตือนที่ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้แก่นักลงทุนหน้าใหม่เสมอ ๆ

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงนั้นสามารถลดลงได้ด้วยการหาความรู้ในการลงทุน ซึ่งการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นหนึ่งช่องทางที่ให้ผลตอบแทนที่ดี ช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายในการเก็บออมและเพิ่มกระแสเงินสดในบัญชีให้มากขึ้น

การลงทุนในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. การลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถจับต้องได้ เช่น การลงทุนซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อปล่อยเช่า เป็นต้น, 2. การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ได้แก่ บิตคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอร์เลียม (Ethereum) เป็นต้นและ 3. การลงทุนในหลักทรัพย์ เช่น การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น

สหกรณ์ออมทรัพย์ คืออะไร?
สหกรณ์ออมทรัพย์ คือ กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อลงทุนสะสมหุ้นของสหกรณ์ร่วมกัน เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ที่ต้องการกู้เงินไปใช้จ่ายได้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่น ซึ่งสมาชิกที่สะสมหุ้นจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลในทุก ๆ ปี

สหกรณ์ออมทรัพย์ เหมาะกับใคร?
การลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์เหมาะสำหรับพนักงานประจำที่ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงในการลงทุนสูง แต่ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากประจำ โดยผู้ที่จะสามารถลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ได้จะต้องเป็นพนักงานประจำของหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนของหน่วยงานที่มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์รวมชุมนุมสหกรณ์ในประเทศไทยประมาณ 7,976 แห่ง (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563)

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์
ข้อดีของการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือผู้ที่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องการลงทุน โดยการลงทุนในหุ้นสหกรณ์เป็นการลงทุนที่ให้อัตราดอกเบี้ยตอบแทนค่อนข้างสูงและยังปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้แม้ว่าการลงทุนในสหกรณ์จะมีความเสี่ยงต่ำแต่ก็สามารถเกิดความผิดพลาดได้ โดยเหตุการณ์ที่สามารถสร้างผลเสียต่อสมาชิกที่ลงทุนมี 2 ประเด็นหลัก คือ การบริหารจัดการในสหกรณ์ไม่ดี ทำให้สหกรณ์เสียสภาพคล่องทางการเงิน และการทุจริตในหน่วยงาน ซึ่งการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์อยู่เสมอเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงทุนได้

โดยสรุปแล้ว การลงทุนในสหกรณ์เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับสมาชิกที่ต้องการสร้างสภาพคล่องทางการเงินและต้องการเงินทุนหมุนเวียนในความเสี่ยงต่ำ แต่การลงทุนทุกประเภทล้วนมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ทั้งสิ้น ผู้ลงทุนควรศึกษาและหมั่นอัปเดตข้อมูลการลงทุนกับสหกรณ์ เพื่อจะได้ทราบการดำเนินงานและการนำเงินทุนของสมาชิกไปลงทุนประเภทใด มีผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร โดยนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจ

ลงทุน ปี 2021 ธุรกิจอะไรมาแรง

ลงทุน ปี 2021 ธุรกิจอะไรมาแรง

แม้ว่าใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าการลงทุนในปี 2021 ดูไม่น่าจะไปไหวและยังไม่น่าจะหอบเงินก้อนโตมาทำธุรกิจใด ๆ ในช่วงเวลานี้ เพราะด้วยความซบเซาของเศรษฐกิจและปัญหาเชื้อ Covid-19 ที่ระบาดอย่างหนัก จึงทำให้ทุกธุรกิจต่างก็สั่นคลอนไปหมด แต่ยังคงมีธุรกิจมาแรงในปี 2021 ที่คุณไม่ควรมองข้าม คือ

1.ความงาม
การลงทุนด้านความงามของปี 2021 ถือว่าทำรายได้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง คือ ธุรกิจคลินิกความงาม, การศัลยกรรม และการเสริมความงามต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้สวยได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถือว่ามาแรงอย่างมากและยังคงขายดีอยู่เสมอ แม้ Covid-19 จะรุนแรงมากแค่ไหน แต่เรื่องของความสวยงามในผู้หญิงและการดูแลบุคลิกภาพของผู้ชายยังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มของคนในวงการบันเทิง ดังนั้นคลินิกความงามต่าง ๆ จึงพากันเสริมโปรโมชันเด็ดเพื่อดึงดูดลูกค้ากันเป็นจำนวนมาก

2.ค้าขายผ่าน E-commerce
สำหรับพ่อค้าและแม่ค้าทั่วไป ถ้าต้องการให้ธุรกิจอยู่รอดในยุค Covid-19 ระบาด สิ่งที่คุณควรทำคือการปรับเปลี่ยนมาค้าขายผ่านทางเว็บไซต์ E-commerce ต่าง ๆ เลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่คุณจะสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว มีระบบสำเร็จรูปให้คุณลงสินค้า ลงรายละเอียดและราคาได้ง่าย ที่สำคัญคือการเริ่มต้นขายไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ถือว่าเป็นการค้าขายที่มีพื้นที่ฟรีให้คุณได้ไปใช้กันอย่างเต็มที่ เมื่อใดที่ขายดีแล้วจึงค่อยโหมโฆษณาก็ยังถือว่าได้กำไร

3.YouTuber
ถ้าต้องการลงทุนด้านความบันเทิง โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองงบมาก มีเพียงแค่โทรศัพท์มือถือกล้องสวย 1 เครื่อง และ Content สุดสร้างสรรค์ สามารถปรับเปลี่ยนมาสู่การเป็นธุรกิจ YouTuber ที่มอบความสนุกสนาน ความบันเทิง หรือความรู้ต่าง ๆ ให้กับผู้คนบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งเหล่า YouTuber ไทยจากหลากหลายช่องที่มีผู้ติดตามจำนวนนับล้าน สามารถทำรายได้สูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

4.เทคโนโลยีด้านวิเคราะห์
ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2021 โดยเฉพาะการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบ Big Data, ข้อมูลการพัฒนาและการวิเคราะห์, การพัฒนาเพื่อความชำนาญที่มากขึ้น, ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านธุรกิจ, ข้อมูลเกี่ยวกับราคาและกำไร รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนเงินดิจิทัลอย่างเหรียญคริปโตเคอเรนซี นักวิเคราะห์ด้านนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อตลาดการเงินดิจิทัลอย่างมาก จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

5.Street Food
เรื่องของอาหารและเครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งรูปแบบธุรกิจที่คุณไม่ควร พลาด เพราะอาหารยังคงมีความสำคัญต่อมนุษย์เสมอ ซึ่งในยุคนี้ธุรกิจอาหารที่ถือว่ามาแรงมาก คือ ธุรกิจแบบ Street Food ที่สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ราคาไม่แพงมากและค่าส่งไม่สูง ทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งให้ลูกค้าได้ทันเวลา ถือเป็นเทรนด์มาแรงและถูกใจคนในยุค Covid-19 เป็นอย่างมาก

ถ้าคุณกำลังมองหาการ ลงทุน ที่เหมาะสมกับตัวเอง ให้ความคุ้มค่าและเป็นเทรนด์ของปี 2021 ขอแนะนำทั้ง 5 ธุรกิจที่กล่าวมานี้ ยิ่งถ้าคุณมีความสามารถเฉพาะด้านด้วยแล้ว รับรองว่าธุรกิจจะไปได้สวยแน่นอน

ไอเดียลงทุนสินค้าขายดีในสถานการณ์โควิด-19

ไอเดียลงทุนสินค้าขายดีในสถานการณ์โควิด-19

วิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ธุรกิจบางประเภท เช่น อุปกรณ์การแพทย์ ไม่เพียงอยู่รอดได้เท่านั้น ยังมียอดสั่งซื้อเพิ่มสูงด้วย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ หน้ากาก เจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาล้างจาน เพราะความกังวลด้านสุขอนามัยทำให้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพขายดี เป็นที่สนใจของนักลงทุนที่กำลังมองหาไอเดียธุรกิจขนาดเล็กใช้งบประมาณน้อยในตอนเริ่มต้น มาดูดันว่ามีสินค้าอะไรบ้างยอดขายขยายตัวสูงตั้งแต่การระบาดใหญ่

1.หน้ากากอนามัย ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากแพทย์ทั่วโลกยืนยันว่าเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัสได้ผลดี มีธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะเกี่ยวกับเสื้อผ้าและสิ่งทอพลิกโฉมสายการผลิตให้กลายเป็นโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินทุนในการปรับปรุงสายการผลิตไม่มากนัก

2.ถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ ต้องสวมถุงมือเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อไวรัสโคโรนาที่แพร่ระบาดอย่างหนัก ถุงมือมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัส รวมถึงคนจำนวนมากเริ่มสวมถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งด้วย ทำให้ปริมาณการผลิตเติบโตเร็วมาก

3.เจลล้างมือและสเปรย์แอลกอฮอล์ นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดพบว่ายอดขายเจลล้างมือและผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็นร้อย ๆ เท่า ช่วงแรกอาจเกิดปัญหาขาดแคลนบ้าง แต่ภายหลังบริษัทส่วนใหญ่เร่งการผลิตได้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันกับความต้องการ สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตรายใหม่ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ออกมาในท้องตลาดเรื่อย ๆ แม้แต่ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือบริษัทเคมีการเกษตรเริ่มผลิตเจลล้างมือออกมาจำหน่ายเช่นกัน

4.สบู่ พฤติกรรมการล้างมือบ่อย ๆ ทำให้ยอดขายสบู่เพิ่มมากขึ้น สบู่ก้อนเป็นผลิตภัณฑ์ล้างมือที่กำจัดเชื้อไวรัสบนผิวหนังได้และเป็นรูปแบบที่มีราคาถูก โดยถูสบู่ล้างมืออย่างถูกวิธีแต่ละครั้งอย่างน้อย 20 วินาที สบู่กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เฟื่องฟูมาในยุคไวรัสแพร่ระบาด เป็นโอกาสทางธุรกิจที่พลาดไม่ได้เพราะใช้เงินลงทุนน้อย สามารถตั้งโรงงานขนาดเล็กที่บ้านสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองได้ง่าย

5.กระดาษชำระ กระดาษชำระและทิชชู่เปียกเป็นสินค้าที่ขาดแคลนทันทีหลังประกาศล็อกดาวน์ ผู้คนซื้อหามากักตุนไว้เพราะการผลิตไม่ทันกับความต้องการ โรงงานต้องทำงานเพื่อให้ทันกับความต้องการ ผู้ประกอบการผลิตออกมาตามการใช้งานหลายประเภท เช็ดหน้า เช็ดปาก เช็ดมือ ใช้ในห้องน้ำ และดูดซับน้ำมันในอาหาร

6.เครื่องจ่ายเจลล้างมือแบบแฮนด์ฟรี เป็นอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติแบบไม่ต้องสัมผัสที่มีความต้องการใช้งานมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับเชื้อโรค ใช้งานในหลายสถานที่ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์ราชการ เป็นต้น

ผู้ประกอบการหลายรายหันมาสำรวจโอกาสทางธุรกิจเพื่อตอบรับความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ และการเริ่มต้นตั้งโรงงานผลิตใช้เงินทุนไม่มาก หลังจากธุรกิจชะงักงันมาพักใหญ่ การกลับไปทำงานไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ลองนำแนวคิดเหล่านี้ไปพิจารณาว่ามีโอกาสทางธุรกิจใดบ้างเหมาะกับตัวคุณ

เริ่มลงทุนครั้งแรก ปี 2021 ควรเริ่มจากอะไรในยุคโควิด

ก้าวเข้าสู่ช่วงปี 2021 ที่ทรหดสุดๆสำหรับพ่อค้า-แม่ขาย และคนหาเช้ากินค่ำ หรือเรียกได้ว่าเป็นผลกระทบกับทุกคนเลยจริงๆ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องลงทุนในช่วงยุคโควิดแบบนี้ ต้องเรียนรู้และใช้สติให้มาก เพราะนอกจากจะมีโรคระบาด เศรษฐกิจก็ย่ำแย่มากด้วย หากใครที่สนใจอยากจะลงทุนเพราะไม่อยากเก็บเงินไว้เฉยๆ ต้องมาอ่านบทความนี้ จะรวบรวมเกี่ยวกับการลงทุนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของยุคสมัยนี้ด้วย 

การลงทุนในยุคโควิดจำเป็นต้องมีหลายตัวเลือก เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับเงินตัวเอง ซึ่งถ้าเรามีตัวเลือกที่เยอะมากเท่าไหร่ก็ส่งผลดีมากเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าการลงทุนมักจะมีความเสี่ยงเสมอ เราไม่สามารถการันตีได้ตั้งแต่เริ่มแรกว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน ก็เหมือนกับคนที่ชอบแทงบอล ส่วนใหญ่ก็จะศึกษาจากเซียน ฟันธงบอลวันนี้ เป็นแนวทางจะทำให้เรามีตัวเลือกทีมที่คิดว่าจะชนะได้ง่ายกว่าการวิเคราะห์เอง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ถ้าเราไม่มีตัวเลือกอะไรเลย คิดแต่ว่าลงทุนให้ได้กำไรก็อาจจะทำให้เสียเงินที่ลงทุนไปได้ง่ายๆ

เทคนิคการลงทุนที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงแค่ความรู้ส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับคนที่อยากลงทุนจำเป็นต้องมีช่องทางศึกษาให้ได้มากที่สุด นี่เป็นแค่แนวทางคร่าวๆที่จะช่วยให้คุณได้กล้าตัดสินใจและรับรู้ถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะตามมา เราจะเปรียบเทียบให้คุณได้เห็นชัดมากขึ้นว่าในปี 2021 ควรจะลงทุนในรูปแบบไหนถึงจะเหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้

ลงทุนอะไรดี ในยุคโรคระบาด

หุ้น คือตราสารที่ออกโดยบริษัทห้างหุ้นส่วนและสหกรณ์ เปรียบเสมือนกับการเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ และเมื่อมีคนสนใจร่วมหุ้น กิจการก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุนนิยมก็จะได้มาจากคนทั่วไป ไม่จำกัดว่าจะเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ได้ หรือจะเรียกง่ายๆก็คือ การเอาธุรกิจมาแบ่งขายเป็นส่วนๆนั่นเอง

เชื่อว่าคนที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนน่าจะเคยผ่านมาบ้างแล้วเกี่ยวกับ หุ้น ซึ่งเป็นตัวเลือกแรกๆเลยของคนสมัยนี้ที่นิยมลงทุนกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีและรอบคอบมากเช่นกัน เพราะการลงทุนกับหุ้นถือว่ามีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทต่างประเทศ หากสนใจอยากเล่นตัวไหนแนะนำให้ศึกษาไปทีละตัวแบบละเอียดจะดีกว่า ไม่ได้มีเพียงแต่คนที่ลงแล้วได้กำไรมหาศาลแต่คนที่ล้มละลายกับหุ้นไปเยอะก็มี ดังนั้นแนะนำว่าให้ซื้อแค่เพียงพอประมาณ แล้วเก็บเล็กเก็บน้อยเอาดีกว่า

ข้อดีของการเล่นหุ้น

เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เพราะวิธีเริ่มต้นลงทุนสามารถทำความเข้าได้ง่าย และเริ่มเล่นด้วยตัวเองได้ ที่สำคัญเริ่มต้นได้จากทุนที่ไม่สูงมาก 

นักลงทุนนิยมเล่นกันเป็นจำนวนมาก เพราะทำเงินได้จริงๆ อีกทั้งเราสามารถเลือกลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยได้ตามใจเรา 

มีข้อมูลให้ศึกษาหลายช่องทางมาก ทั้งทางอินเทอร์เน็ต หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านหุ้นหลายๆคนที่มีประสบการณ์แน่นๆ ช่วยให้เราศึกษาและเข้าใจได้ง่ายมาก

ข้อเสียของการเล่นหุ้น

มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาตามสถานการณ์โลก ซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาทิศทางที่แน่นอนได้เลย อาจจะได้กำไรง่าย แต่ถ้าหากเกิดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่ดีก็อาจจะสูญเสียทั้งต้นทุนและกำไรที่ต่อยอดมานานก็ได้

ควรมีเงินเก็บสำรองไว้เยอะๆ เพราะถ้าหากลงทุนหนักแต่ดันไปตรงในจังหวะที่ไม่ดี ก็มีโอกาสที่จะเสียตั้งเต่เริ่มลงทุนครั้งแรก ดังนั้นควรจะเริ่มจากเล็กไปมากตามความเหมาะสมดีกว่า

ทองคำ นับว่าเป็นการลงทุนที่คนไทยให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะว่าโอกาสขาดทุนมีน้อยมาก เนื่องจากราคาทองที่ขึ้น-ลง มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้ลงหรือขึ้นจนน่าเกลียดเกินไป ไม่แปลกที่คนจะนิยมซื้อทองเก็บไว้แทนเงินสด ที่สำคัญวิธีซื้อไม่ได้ยุ่งยาก หาซื้อได้ตามร้านทองทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ทองรูปพรรณ หรือ ทองคำแท่ง และการเทรดทองคำใน Gold Spot และ Gold Future บางคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง เพราะเป็นการซื้อขายเกร็งกำไรทองที่มีมาเนิ่นนานมากแล้ว จนมาถึงปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ตลอด 

ข้อดีของการลงทุนทองคำ

ทองคำ เป็นที่ต้องการในตลาดโลกอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยเก่าจนมาถึงตอนนี้การลงทุนทองก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับแรกเป็นส่วนใหญ่ของคนที่คิดจะทำการลงทุน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ได้ทั้งใส่และเก็บ ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้ทองมีโอกาสขึ้นราคาสูงมาก ต่างกับการเล่นหุ้นอย่างสิ้นเชิง

จากการคาดเดาราคาทองในอนาคตมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาได้เรื่อยๆ ตามสถานการณ์หรือผลกระทบของบ้านเมือง จากราคาก่อนหน้านี้ที่จับต้องได้กลายเป็นราคาที่แพงมาก ซึ่งคนที่มีอยู่แล้วต้องการนำไปขายยังไงก็ได้กำไรเต็มๆ

มีทองเก็บถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะใช้ใส่ได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อย่างเดียว หรือเรียกง่ายๆว่านำมาใช้ประโยชน์ได้หลายทางมาก โดยเฉพาะใช้เสริมบารมีตัวเอง

ข้อเสียของการลงทุนทองคำ

ความผันผวนของราคาทอง บางทีอาจจะทำให้เราคาดไม่ถึง สำหรับคนที่ต้องรับเร่งใช้เงิน ต้องศึกษาราคาทองให้ดี เพราะถ้าหากซื้อในตอนที่ทองแพงแต่มาขายตอนที่ทองลงก็ขาดทุนได้เยอะเหมือนกัน 

เสียเวลาเดินทางนิดหน่อย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะตามร้านทองมักจะมีโจรกรรมอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นต้องระวังตัวให้ดี

จำเป็นต้องใช้เงินก้อนซื้อ เพราะราคาทองคำมีถึงหลักพันและหลักหมื่น ซึ่งถ้าหากใครสนใจอยากลงทุนจริงๆแต่มีเงินน้อยก็ไม่สามารถซื้อได้

เคล็ดลับการลงทุนที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ในปี 2564

เคล็ดลับการลงทุนที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ในปี 2564

ในช่วงปี 2564 ผู้ประกอบการทั้งเก่าและใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงและไม่แน่นอน จำเป็นต้องอัปเดตความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เงินอย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็ต้องมีทางเลือกที่สองสำรองไว้เพื่อทำให้เงินเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

เราจึงมีคำแนะนำการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อให้ฝ่าฟันผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในปีนี้ไปให้ได้ โดยมีเทคนิคดังนี้

1.เตรียมเงินลงทุนแต่เนิ่น ๆ
หากต้องการเงินมาลงทุนในปีนี้ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ วางแผนงบประมาณการลงทุนและพยายามรัดเข็มขัดเก็บออมเงินไว้ก่อน พยายามลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ตัดการใช้จ่ายเล็กน้อยที่ไม่สำคัญออกไป เพื่อให้สามารถประหยัดเงินมากขึ้นและสะสมไว้เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจภายหลัง เช่น การชงกาแฟกินเองที่บ้าน ทำให้ประหยัดกว่าไปร้านกาแฟบ่อย ๆ หรือยกเลิกสมาชิกฟิตเนสและเคเบิลทีวี เมื่อประหยัดได้มากพอและพร้อมที่จะลงทุนแล้วให้มองหากองทุนที่เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ง่ายสำหรับคนที่เริ่มต้นธุรกิจ เมื่อขายคืนได้ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้าจะใช้เป็นเงินทุนสำรองในอนาคตได้

เพราะการเริ่มต้นธุรกิจใหม่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกเหนือจากเงินทุนทำธุรกิจ ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต และการลงทะเบียนต่าง ๆ แล้ว ยังต้องซื้ออุปกรณ์และวัสดุต่าง ๆ ต้องใช้เงินก้อนโตพอสมควร แต่ถ้าวางแผนกลยุทธ์การออมอย่างรอบคอบ และลงทุนในธุรกิจที่เหมาะสมกับทิศทางของตลาด จะช่วยลดความเครียดเรื่องเงินทุนลงได้มาก

2.วางแผนสำรองไว้เสมอ
การลงทุนเป็นเรื่องท้าทายและมีความเสี่ยง เมื่อเริ่มต้นแผนการลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2564 ด้วยแล้ว ผู้ประกอบการที่ดีมักจะระมัดระวังความเสี่ยง เปิดใจกว้างและวางแผนสำรอง มีตัวเลือกการลงทุนครั้งที่สองเสมอ ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร ควรมุ่งมั่นเรียนรู้ตลาดเพื่อให้คาดการณ์ทิศทางตลาดในอนาคต เปิดรับโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ เลือกลงทุนในสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจก้าวหน้า ที่กล่าวมานี้คือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และทำให้ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง รวมทั้งแก้ไขจุดอ่อนที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องเผชิญ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตได้มากที่สุด

3.ยอมรับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น
ทุกวันนี้ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เป็นเรื่องง่ายที่จะท้อแท้และหมดกำลังใจจากการสูญเสีย ต้องทำใจยอมรับว่าความล้มเหลวอาจเกิดขึ้นได้ หากมีจิตใจมุ่งมั่น ไม่ถอดใจไปง่าย ๆ พร้อมกับคิดบวกว่าการคืนทุนและทำกำไรใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้ายอมอดทนและเรียนรู้จากประสบการณ์ความผิดพลาด สามารถปรับปรุงแก้ไขไปตามสถานการณ์ได้เหมาะสม สุดท้ายการลงทุนจะประสบความสำเร็จในระยะยาว ความล้มเหลวในครั้งแรกจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป หากความล้มเหลวทำให้เกิดหนี้สิน ต้องหาทางจ่ายให้หมดโดยเร็วที่สุด เพื่อลดจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว

หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด ควรติดต่อธนาคารเพื่อเจรจาขอเรตดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและช่วยให้หลุดพ้นจากหนี้ได้เร็วขึ้น สามารถประหยัดเงินไว้ใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจมากขึ้น

เช็กให้ชัวร์กับ 5 ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่

เช็กให้ชัวร์กับ 5 ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่

เชื่อว่าทุกคนต่างมีความฝันอยากเก็บเงินก้อนโต เพื่อเป็นเงินทุนไว้ใช้จ่ายในอนาคตด้วยกันทั้งนั้น แต่หากเก็บออมผ่านบัญชีออมทรัพย์ ดอกเบี้ยอันน้อยนิดที่ได้มาแต่ละปีอาจทำให้เงินงอกเงยไม่ทันใจ หลายคนจึงหันมาใช้เงินเพื่อการลงทุน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เงินงอกเงยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้มีนักลงทุนมือใหม่จำนวนมากหันมาลงทุนด้วยวิธีต่าง ๆ และสำหรับใครที่เป็นมือใหม่และต้องการทดลองลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงิน แนะนำเช็กให้ชัวร์และพิจารณาความพร้อมของตนเองก่อนเสมอว่าพร้อมแล้วกับการลงทุนหรือยัง

5 ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1.รู้วัตถุประสงค์ก่อนลงทุนเสมอ
ก่อนเริ่มต้นลงทุนอะไรก็แล้วแต่ อย่าลืมถามตนเองก่อนว่าวัตถุประสงค์การลงทุนคืออะไร เช่น ลงทุนเพื่อเป็นเงินทุนยามฉุกเฉิน ลงทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาบุตร ลงทุนเพื่อเป็นรายได้ยามเกษียณ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรรู้ด้วยว่าต้องการผลตอบแทนมากหรือน้อยแค่ไหน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

2.รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้แค่ไหน
เชื่อว่าทุกคนคงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ซึ่งแน่นอนว่าหากตัดสินใจลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนควรรับความเสี่ยงได้ ที่สำคัญควรสำรวจตัวเองก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากหรือน้อยเพียงใด เพราะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกประเภทการลงทุน

3.รู้จักการลงทุนแต่ละประเภทดีแล้วหรือไม่
ต้องบอกว่าการลงทุนมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกประเภทการลงทุนควรทำความรู้จักข้อดีและข้อเสียของการลงทุนประเภทต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน เช่น การลงทุนตราสารหนี้ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อยและได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ หรือการลงทุนหุ้นแต่ละชนิดที่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากและน้อยแตกต่างกัน เป็นต้น

4.ลงทุนนานเท่าไหร่ถึงได้ผลตอบแทนคุ้มค่า
การลงทุนแต่ละประเภทให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมคำนวณการได้รับผลตอบแทนโดยคร่าว ๆ เช่น หากมีเงินลงทุนก้อนโตและต้องการผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่ แนะนำให้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ แต่ถึงอย่างนั้นควรอดใจรอช่วงที่ราคาที่ดินดีดตัวสูงแล้วจึงขายทำกำไร เป็นต้น

5.อย่าลืมติดตามผลการลงทุนเสมอ
เมื่อตัดสินใจลงทุนแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เงินทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุก 3 เดือน ทุก 6 เดือน หรือทุก 1 ปี เป็นต้น เพราะหากผลลัพธ์การลงทุนไม่คุ้มค่าหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ จะได้ปรับแผนการลงทุนได้ทันท่วงที และลดโอกาสสูญเสียเงินต้นอีกด้วย

นอกจาก 5 เรื่องควรรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่หยิบมาบอกต่อกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ควรตระหนักไว้เสมอคือ การลงทุนมีความเสี่ยง โดยการลงทุนย่อมมีทั้งกำไรและขาดทุน ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

เปิดวิธีการลงทุนและเก็บออมเพื่ออนาคต

เปิดวิธีการลงทุนและเก็บออมเพื่ออนาคต

การลงทุนและการเก็บออมเป็นวิธีการที่เรียกได้ว่าเป็นวิธีการและแนวทางอันดับต้น ๆ ที่เราจะนึกถึง ถ้าหากว่าเราอยากมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่อยากลำบากในอนาคต ซึ่งตามความเป็นจริงนั้น การเพิ่มพูนและเก็บรักษาเงินทอง ทรัพย์สินต่าง ๆ ได้ดีที่สุดก็คือการที่เราใช้เงินที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยสร้างเงินในอนาคตและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ รวมถึงกรณีฉุกเฉินที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วนอีกด้วย ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับวิธีออมและลงทุนที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน สภาพเศรษฐกิจ และสภาพคล่องทางการเงินของแต่ละคนกัน

3 วิธีการลงทุนและการออมเงินสุดปัง

วิธีแรกก็คือการลงทุนกับสิ่งที่มีความเสี่ยง อย่างที่เราทราบกันดีว่าการลงทุนทุก ๆ อย่างนั้น มีความเสี่ยง โดยความเสี่ยงนั้นจะเพิ่มขึ้นตามผลตอบแทนที่จะได้รับ ซึ่งถ้าผลตอบแทนมาก ความเสี่ยงก็จะสูงตามไปด้วย ในส่วนนี้ขอแนะนำให้เราพิจารณาจากสภาพคล่องทางการเงินของตนเอง ถ้าหากว่าเรามีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี ก็สามารถที่จะนำเงินของเราไปลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงได้ ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ การซื้อกองทุนรวม เป็นต้น เพราะถ้าหากว่ามีการผันผวนของหุ้นที่สูง เราก็จะได้รับผลกระทบมากตามไปด้วย โดยสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ไม่ได้ลงทุนในสิ่ง ๆ เดียว ทั้งนี้เราอาจจะเลือกลงทุนในหุ้นหลาย ๆ ตัว กองทุนหลาย ๆ กองทุน แบ่งเงินลงทุนในสัดส่วนที่มีความพอดีและเหมาะสม ก็จะทำให้เรามีโอกาสสร้างรายได้จากการลงทุน

วิธีที่สองก็คือการออมเงินในรูปแบบของการซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่เราจะลงทุนด้วยนั้นควรจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต อย่างบ้าน คอนโด ที่ดิน อาคารสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนทรัพย์สินที่มีการชำรุด สึกหรอได้ง่าย และมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าลดลงในอนาคต ให้พยายามหลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนในส่วนนี้ไปก่อน

วิธีสามก็คือ การเปิดบัญชีเพื่อการออมโดยเฉพาะ หลาย ๆ คนหาเงินมาได้มากก็จริง แต่มีเงินใช้เพียงแค่เดือนชนเดือน เพราะขาดการเก็บออมเงิน วิธีง่าย ๆ ที่ขอแนะนำคือ นำเงินเข้าบัญชีฝากประจำหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ก็จะทำให้เรานำเงินออกมาใช้ได้ยากขึ้น

วิธีการข้างต้นทั้งหมดนี้คือวิธีการที่มีประสิทธิภาพและสามารถที่จะช่วยทำให้เงินทองของเราเพิ่มพูนมากขึ้นได้จริง ซึ่งต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ประสบการณ์มาใช้ให้ถูกจังหวะถูกเวลา และไปในแนวทางที่ถูกต้อง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ และเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อีกด้วย

ธุรกิจอะไรน่าลงทุนหลังไวรัสโควิด-19 ระบาด

ธุรกิจอะไรน่าลงทุนหลังไวรัสโควิด-19 ระบาด

จากการที่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายทั่วโลก ทำให้ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนหลายประเภท เมื่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและขาดสภาพคล่องตัวอย่างมาก ทำให้นักธุรกิจจำนวนมากต้องศึกษาและปรับตัวอย่างมาก โดยเฉพาะการพิจารณาลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ หลังจากเวลานี้ไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหลังจากนี้ 1-2 ปีจะมีธุรกิจที่น่าลงทุน ดังนี้

1.ธุรกิจขายอาหาร
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าคนทั่วโลกมีการใช้ระบบออนไลน์สั่งอาหารมากขึ้น และใส่ใจสุขอนามัยเลือกรับประทานอาหารจากร้านที่ทำสดใหม่ สะอาด มีมาตรฐานสูง และมีบริการพร้อมส่งไปยังที่อยู่ลูกค้าเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในลักษณะเช่นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นร้านอาหารที่ใส่ใจเรื่องความสะอาดและหากยิ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วย ก็จะยิ่งได้รับความสนใจอุดหนุนจากผู้บริโภคมากขึ้น

2.ธุรกิจการจัดส่งสินค้า
การขนส่งสินค้ามีอัตราการเติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะภายในประเทศที่ผู้คนลดการเดินทางสัญจรเพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคต่าง ๆ และช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการรัดเข็ดขัดในภาวะที่คนส่วนใหญ่มีรายได้ลดลงด้วย ผู้ที่ทำธุรกิจจัดส่งสินค้าทั้งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในครัวเรือน สินค้าไอที ฯลฯ จะมีลูกค้ารอใช้บริการมากขึ้นอย่างแน่นอน

3.ธุรกิจออนไลน์
การทำเว็บไซต์รับคำสั่งซื้อสินค้าเป็นสิ่งจำเป็น ตอบโจทย์พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญคือ การพัฒนาระบบการสั่งซื้อที่สะดวกรวดเร็วและการรักษาความปลอดภัยให้แก่ความลับลูกค้า เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต จะช่วยให้มีโอกาสเติบโตได้มาก นอกจากนี้การเปิดเพจ Facebook หรือ Instagram ยังเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้นด้วย

4.ธุรกิจเกษตรเชิงท่องเที่ยว
ผู้ที่มีความชำนาญในการเพาะปลูกพืชสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ด้วยการวางแผนพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม จัดโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมสวนเกษตรได้เพื่อเพิ่มยอดขาย ทั้งควรจ้างทีมทำเว็บไซต์ที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงในการออกแบบและวางระบบการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากฟาร์มโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จะเพิ่มโอกาสขายได้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

5.ธุรกิจขายตรง
การลงทุนทำธุรกิจเองอาจมีความเสี่ยงสูง ผู้ที่เป็นมือใหม่จึงควรเลือกทำตามระบบของบริษัทขายตรง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และมีแนวโน้มสูงที่จะมีรายได้แบบ passive income และมีอิสระในการใช้เวลาในอนาคตข้างหน้าด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องศึกษาระบบและข้อมูลสินค้าอย่างรอบคอบ และระวังการแอบอ้างจากระบบแชร์ลูกโซ่

จะเห็นได้ว่าการลงทุนมีหลายรูปแบบที่น่าทำในช่วงหลังไวรัสโควิด-19 ระบาด ขอเพียงเลือกสิ่งที่คุณชอบหรือถนัด และมุ่งมั่นพัฒนาฝึกฝนประสบการณ์ให้มากขึ้น ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูงแน่นอน

ลงทุนอย่างไรให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง

ลงทุนอย่างไรให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง

การลงทุนทำธุรกิจทุกประเภท ผู้ลงทุนย่อมคาดหวังให้ธุรกิจเติบโตได้ดี เจริญรุ่งเรือง มีลูกค้าเก่าและใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ใช่ทุกรายจะได้ตามที่หวัง เรามาดูกันว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแนะนำหลักการลงทุนอย่างไรให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง

1.ลงทุนในสิ่งที่เข้าใจถ่องแท้
การทำธุรกิจนั้นต้องเริ่มจากสิ่งที่ตนเองเข้าใจเป็นอย่างดี เช่น การลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ควรศึกษาระบบบัญชีของแต่ละหุ้นก่อนลงทุน เลือกบริษัทที่คุ้นเคย หรือหากลงทุนเปิดโรงงานทำกิจการของตัวเองก็ต้องรู้อย่างลึกซึ้งตั้งแต่การเลือกสถานที่เพาะปลูก คัดเลือกคุณภาพวัตถุดิบ การสร้างมาตรฐานกระบวนการผลิต การทำบัญชีและภาษี การส่งเสริมการตลาด การจัดส่ง ฯลฯ เพื่อให้เงินทุนที่จ่ายไปมีโอกาสได้ผลกำไรกลับมามากที่สุด

2.หาแหล่งเงินทุนที่ดอกเบี้ยต่ำ
ปัจจุบันมีสถาบันการเงินที่สนับสนุนการลงทุนของผู้ประกอบการรายใหม่ในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำแผนการลงทุนและให้เงินลงทุนแบบคิดดอกเบี้ยต่ำ ผู้ที่ต้องการประหยัดต้นทุนการทำธุรกิจและอยากได้คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ ควรเข้าหาสถาบันเหล่านี้เพื่อศึกษาข้อมูล จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ส่วนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ควรใช้เงินออมเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้กู้เงินหรือจำนำจำนองของมีค่าเพื่อนำเงินมาเล่นหุ้น เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกปรับสูญเสียทรัพย์สินหากไม่เป็นไปตามแผนที่คาดไว้

3.มีระบบการจัดการที่ดีรอบด้าน
ระบบจัดการที่ดี หมายถึง การวางแผนธุรกิจที่มีทั้งระยะสั้น กลางและยาวอย่างเป็นรูปธรรม การควบคุมต้นทุนและคุณภาพของสินค้าอย่างรัดกุม การทำระบบบัญชีเบิกจ่ายและระบบภาษีที่รอบคอบ การวางแผนการตลาดที่ต้องจัดสรรงบประมาณแยกไปต่างหาก ฯลฯ หากทำได้อย่างเหมาะสม จะมีโอกาสที่ธุรกิจจะรอดมากกว่าเจ๊ง เพราะเมื่อพบความผิดปกติจะแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

4.ลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์
หากต้องการทดลองบริหารงาน หรืออยากจำกัดความเสี่ยงให้มากที่สุด ควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีผู้ทำเอาไว้เป็นแบบอย่างแล้ว นั่นคือ การซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือแรกเข้าหลักพันถึงล้าน เช่น ธุรกิจขายอาหาร ธุรกิจปั๊มน้ำมัน สินค้าแฟชั่น ฯลฯ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญในการกำกับดูแลและเป็นที่ปรึกษาให้แก่คุณได้

5.การตลาดออนไลน์
ในปัจจุบันผู้คนนิยมซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น คุณจำเป็นต้องเปิดเพจในเฟซบุ๊กเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และต้องโฆษณาหรือทำ SEM (search engine marketing) เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์เป็นช่วง ๆ กระตุ้นให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ ทั้งนี้ ควรจ้างแอดมินประจำเพจ เพื่อให้บริการตอบกลับลูกค้าด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าได้อย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำธุรกิจให้มีโอกาสรอดมากกว่าเจ๊ง ต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้และวางแผนหลายด้านพร้อมกัน ซึ่งต้องมีความอดทนและมุ่งมั่น จึงจะมีผลตอบแทนกลับมาตามที่ต้องการและป้องกันความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ได้