แอปพลิเคชันเพื่อการลงทุนที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้จัก

แอปพลิเคชันเพื่อการลงทุนที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้จัก

ปัจจุบันการลงทุนซื้อขายหุ้น กองทุน สินทรัพย์ เช่น ทองคำ สามารถทำได้ทางระบบออนไลน์ ผ่านหน้าจอมือถือ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระบบ 5G ซึ่งมีการออกแบบแอปพลิเคชันให้ใช้งานได้ง่ายและมีฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ ที่ดึงดูดใจนักลงทุนคนรุ่นใหม่ให้ดาวน์โหลดใช้งานอยู่เสมอ

เราจึงได้รวมแอปพลิเคชันด้านการลงทุนที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้จัก เพื่อให้เข้าถึงการลงทุนเสริมสร้างความมั่งคั่งทางการเงินได้ง่ายขึ้น ดังนี้

1. FIN

เป็นแอปพลิเคชันที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนแบบความเสี่ยงปานกลาง หรือเสี่ยงน้อยกว่าการ เล่นหุ้น เพราะเป็นแหล่งรวมข้อมูลกองทุนให้เลือกทั้งในไทยและต่างประเทศ มีทั้งแบบ LTF RMF และกองทุนรวมอื่น ๆ ที่มีสถิติให้ดูเปรียบเทียบย้อนหลัง เพื่อการตัดสินใจลงทุนที่ง่ายขึ้นด้วย

2. Settrade Streaming

เป็นแอปพลิเคชันชื่อดังที่คนไทยนิยมใช้ สามารถใช้ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยจะใช้บริการผ่านโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการ Android หรือ iOS ก็ได้ ถูกออกแบบมาให้แสดงผลกราฟและสถิติต่าง ๆ แบบเป็นปัจจุบันหรือ Real-time และผู้ใช้แต่ละคนสามารถตั้งค่ารายการหุ้นที่สนใจในหัวข้อ Favorite เพื่อการติดตามได้อย่างรวดเร็วด้วย

3. Stock Radar

เป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบและพัฒนาโดยฝีมือคนไทย มีการใช้สูตร MACD และ RSI ซึ่งเป็นเทคนิคในการเลือกหุ้น เพื่อการลงทุนที่ดี จุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้ คือ มีสถิติตัวเลขและกราฟแบบที่คนไทยเข้าใจง่าย เพราะวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือจะทำหน้าที่เหมือนเป็นเรดาร์ ในการหาหุ้นที่มีคุณภาพดีผ่านระบบวิเคราะห์ algorithm ที่จะจับสัญญาณการเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว ให้นักลงทุนซื้อขายได้ตรงถูกจังหวะมากขึ้น

4. HSH Trade

สำหรับคนที่ชอบลงทุนในทองคำ ต้องห้ามพลาดแอปพลิเคชันนี้ เพราะช่วยให้ซื้อขายทองคําร้านฮั่วเซ่งเฮงที่มีชื่อเสียงอันดับต้นของประเทศได้ง่ายดาย ทั้งสามารถดูตัวเลขมูลค่าทองคำย้อนหลัง ทั้งทองรูปพรรณและทองคำแท่ง เพื่อวางแผนลงทุนได้ดีขึ้นด้วย

5. Gold th

เป็นตัวช่วยที่ทำให้การซื้อขายทองคำเป็นเรื่องง่าย สามารถติดตามราคาทองคำทั้งในและต่างประเทศได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ไม่พลาดจังหวะการซื้อขาย ที่ต้องเน้นความรวดเร็วในการตัดสินใจซื้อขายที่แม่นยำ นักลงทุนด้านทองคำ จึงไม่ควรพลาด รีบดาวน์โหลดไว้ในมือถือเสียแต่วันนี้แอปพลิเคชันด้านการลงทุน

คนรุ่นใหม่นิยมใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการลงทุนรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ส่งเสริมความมั่งคั่งให้นักลงทุนหน้าใหม่ตั้งแต่อายุน้อย ทำให้เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทางการเงิน วางแผนการออมและใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล และทำให้มีประสบการณ์ด้านการลงทุนที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจในอนาคตด้วย

วิธีการลงทุนที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ 2019

วิธีการลงทุนที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ 2019

ในปี 2019 คนรุ่นใหม่มีความสนใจในศาสตร์การเงินและการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้เงินเก็บเพิ่มพูนมูลค่าได้อย่างมาก ทั้งผลประโยชน์ในรูปแบบเงินดอกเบี้ย เงินปันผล ตลอดจนสิทธิพิเศษต่าง ๆ ตามรูปแบบของการลงทุน

เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าของเงินเก็บมาฝากกัน ดังนี้

1. การเล่นหุ้น

ผู้ที่สนใจการเล่นหุ้นในปี 2019 ควรศึกษาจากการอ่านหนังสือที่กูรูหรือเซียนหุ้นเขียนอย่างละเอียดและหมั่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเทรดหุ้นจริงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะทำให้ตอบตนเองได้ว่าไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบเหมาะกับการเล่นหุ้นประเภทใด เพราะการซื้อขายหุ้นมีหลายแบบ เช่น การซื้อขายรายวันหรือ day-trade การถือครองหุ้นระยะยาวหรือ VI (Value investment) ซึ่งแต่ละแบบจะมีเปอร์เซ็นต์ของค่าตอบแทนที่แตกต่างกันตามจังหวะของตลาดหุ้น

2. การซื้อกองทุนรวม

เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่เชี่ยวชาญ อีกทั้งขาดประสบการณ์ลงทุนในหุ้น จึงเลือกที่จะซื้อกองทุนรวมที่มีผู้บริหารกองทุนทำหน้าที่ดูแลอย่างเป็นทางการ ซึ่งโดยรวมแล้วเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนของกองทุนรวมอาจน้อยกว่าการเล่นหุ้นแบบรายตัว เพราะจะเป็นการถัวเฉลี่ยค่าตอบแทนจากหุ้นหลายสิบตัวในตลาดหลักทรัพย์

3. การออมเงินในสหกรณ์

การสมัครเป็นสมาชิกในสหกรณ์ใด ๆ ต้องมีคุณสมบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมักเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับคนที่ทำงานในสายราชการหรือหน่วยงานขนาดใหญ่ ที่จะมีการจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์เพื่อการออมเงิน โดยมีการจูงใจด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากธนาคารและการซื้อกองทุนตราสารหนี้ทั่วไป ทั้งยังสามารถกู้เงินสหกรณ์ได้ตามสิทธิ์ เพื่อการลงทุนทำกิจการต่าง ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย จึงนับว่าเป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่นิยมลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. การซื้อทอง

ทองเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงตลอดเวลา และอาจปรับเพิ่มมูลค่าตามภาวะเศรษฐกิจได้อีกด้วย การลงทุนด้วยการซื้อทองเก็บไว้จึงเป็นวิธีในการเก็บออมเงินที่ดี และทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไปด้วย ทั้งนี้ควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองก่อนการซื้อ เพื่อให้ได้มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด โดยจะซื้อในรูปแบบของทองรูปพรรณ ทองแท่ง หรือซื้อผ่านกองทุนทอง เพื่อความปลอดภัยในการเก็บรักษาก็ได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าการลงทุนมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละคนควรเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับตัวเอง ที่สำคัญคือ การลงทุนในความรู้ เพื่อที่จะพัฒนาวิสัยทัศน์ ความสามารถในการวิเคราะห์สภาพตลาด เศรษฐกิจและการเมืองของโลกได้อย่างรอบด้าน อันจะทำให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากยิ่งขึ้นได้

นรุ่นใหม่ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าของเงิน

ขาดทุนเลี้ยวซ้าย ได้กำไรเลี้ยวขวา เรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

ทำไมการลงทุนจึงขาดทุนได้

“ถ้าคิดจะเป็นนักลงทุน ต้องพร้อมที่จะกำไรและขาดทุน” เพราะโลกของเราไม่ได้มีแต่ด้านที่สวยหรูอย่างคำลวงผิด ๆ ที่ชวนฝันให้เห็นภาพว่าถ้าลงทุนแล้วจะรวยเป็นเศรษฐี หรือ คำกล่าว “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” ซึ่งก็มีความจริงอยู่บ้างแต่ไม่ทั้งหมด ดังนั้นการลงทุนจึงเหมือนทางเดินที่ไปพบกับทางเลือกสองทางคือ การขาดทุน และ การได้กำไร

ทำไมการลงทุนจึงขาดทุนได้?

มีสาเหตุมากมายทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ธุรกิจ SMEs เกิดใหม่เพียงร้อยละ 50 เท่านั้น ที่เป็นผู้รอดเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี นั่นหมายความว่าอีกร้อยละ 50 ก็คือขาดทุนหรือจำเป็นต้องปิดตัวลงไป ด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ รวมถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็มีผลทำให้กำไรหรือขาดทุนได้ แม้เป็นนักลงทุนรายย่อยก็เช่นกัน หุ้นตัวที่ถืออยู่อาจจะทำกำไรได้ในวันนี้ แต่อาจจะขาดทุนมหาศาลในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้ รวมถึงการถือครองโลหะที่มูลค่าอย่างทองคำ หากเข้าซื้อผิดช่วงก็จะเกิดการติดดอยทองคำ ลงมาไม่ได้ไม่กล้าขายออกเพราะจะขาดทุน หลายรายต้องขาดทุนยิ่งขึ้นไปอีก เพราะพื้นลดระดับลงไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งดูสูงขึ้นจนไม่กล้ากระโดดลงมา

การปิดประตูขาดทุนทำได้หรือไม่?

สามารถทำได้ถ้ามีความรู้เท่าทันเหตุการณ์ และมีความจดจ่ออยู่กับธุรกิจที่ลงทุน อย่างเช่น นักลงทุนในหุ้น ที่บริหารพอร์ตด้วยตนเอง ได้รับคำแนะนำว่าให้ถือหุ้นเพียง 2-3 ตัวเท่านั้น หากมากกว่านั้น อาจจะติดตามข่าวสารไม่ทัน ซึ่งทุกวันนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมาก เช่น สหรัฐฯ สั่งขึ้นภาษีสินค้าจีน จากข่าวนี้ก็อาจจะทำให้หุ้นตัวที่ถืออยู่เกิดผลกระทบได้โดยที่คาดไม่ถึงมาก่อนก็เป็นได้ ความรู้ในงานที่ทำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก อีกทั้งต้องก้าวตามให้ทันเทคโนโลยีและแนวโน้ม ซึ่งมีกรณีศึกษามากมายถึงธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัวได้กับยุคของเทคโนโลยีทำให้ต้องปิดตัวลงไป ที่เห็นได้ชัด เช่น สื่อสิ่งพิมพ์สำนักต่าง ๆ ที่ทยอยปิดตัวลง หรือวงการเพลงที่ซบเซาลง จากการมาของยุคอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (Internet of Things) การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI กำลังมีบทบาทสำคัญที่อาจจะทำให้งานบางงานหรือบางธุรกิจต้องรีบปรับตัว

นักลงทุน ในหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ จะถือหุ้นบนหอคอยงาช้าง รอรับเงินปันผลเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเข้ามาขวนขวายความรู้ของธุรกิจไปด้วย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ต่าง ๆ กับสังคมออนไลน์ เพื่อรวบรวมข้อมูลทุกด้านเข้าด้วยกันแล้วประเมินความเสี่ยงของธุรกิจที่ถือครองหุ้นอยู่ว่าจะมีแนวโน้มอย่างไรในอีก 5-10 ปี ข้างหน้า หากทำได้ก็จะได้ก้าวเข้าไปอยู่ในเส้นทางของกำไรมากกว่าการขาดทุน

ขาดทุนเลี้ยวซ้าย ได้กำไรเลี้ยวขวา เรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เคล็ดลับการลงทุนที่ต้องรู้

ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายของตัวเอง

เป็นธรรมดาของคนเริ่มธุรกิจใหม่ที่จะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายการลงทุนที่มีราคาสูง แม้ว่าจะเป็นเพียงธุรกิจเล็ก ๆ จะต้องมีต้นทุนด้านสถานที่ ค่าธรรมเนียมธุรกิจ ใบอนุญาตและการลงทะเบียน ไหนจะต้องซื้ออุปกรณ์และวัสดุทั้งหลาย หมดเงินไปจำนวนมาก ยังไม่ทันเริ่มก็เครียดแล้ว แต่ถ้าเรียนรู้กลยุทธ์การออมและการลงทุนที่ถูกต้อง จะมีเงินหมุนเวียนคล่องมือ ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพคล่องอีกด้วย เมื่อคิดจะทำธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบพร้อมกับศึกษาเคล็ดลับต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจในฝันเดินหน้าไปจนถึงจุดคุ้มทุนโดยไม่สะดุดเสียก่อน มาดูกันว่ากลยุทธ์เหล่านั้นมีอะไรบ้าง

1.ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายของตัวเอง

คนที่เพิ่งเริ่มธุรกิจด้วยเงินลงทุนของตนเอง ก่อนอื่นคุณต้องบันทึกไว้ว่าคุณมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่าไร สามารถลดทอนและประหยัดได้เท่าไร ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายส่วนตัวแยกไว้เก็บบัญชีหนึ่ง ส่วนเงินสำหรับการลงทุนในธุรกิจให้แยกไว้อีกบัญชีหนึ่ง เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ช่วยให้บริหารจัดการเงินสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น การควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองทำให้ไม่พลาดเรื่องลดการใช้จ่ายเล็กน้อยที่ไม่สำคัญ เช่น กินกาแฟนที่บ้านแทนกาแฟสดราคาแพง ยกเลิกสมาชิกโรงยิมที่ไม่ว่าเข้าใช้บริการ หรือยกเลิกการสมัครสมาชิกเคเบิลทีวี เงินที่ประหยัดได้ส่วนนี้ควรเก็บออมสะสมเพื่อการลงทุนในภายหลัง

2.ลงทุนในกองทุนรวม

มีธนาคารพาณิชย์ไม่กี่แห่งที่ยอมปล่อยสินเชื่อให้เจ้าของกิจการหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นนับหนึ่งเท่านั้น ความไม่พร้อมทำให้เกิดปัญหาและไปไม่รอด หากคุณต้องการมองหาแหล่งทุนเพิ่มเติม อาจจะลงทุนกับกองทุนรวมซึ่งง่ายสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ข้อสำคัญคือพิจารณาเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ซื้อง่ายขายคล่อง ไม่มีข้อผูกพันระยะยาว เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ฉลาดเพื่อนำเงินออกมาใช้ได้เมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ อย่างไรก็ดี ตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่ถูกหลอก กองทุนที่สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูง มีความเสี่ยงน้อยมาก อาจเป็นสัญญาณการหลอกลวงที่ชัดเจน

3.ลงทุนด้านความรู้

มีความคิดจะทำธุรกิจ สิ่งแรกที่สำคัญอาจไม่ใช่เงินทุนก้อนโต แต่เป็นการวางแผนล่วงหน้าและความรู้ซึ่งต้องศึกษาอย่างจริงจังและเตรียมตัวเพื่อทำธุรกิจโดยมีความรู้ความสามารถมากที่สุด มีความรอบคอบนำเงินลงทุนไปใช้ให้เกิดดอกผลงอกเงยในระยะสั้น ไม่ใช้เงินแบบเปล่าประโยชน์ เช่น ซื้อสินค้ามากักตุนไว้เพราะเห็นแก่การซื้อส่งที่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่สะสมของไว้ในสต๊อกมากเกินไป เริ่มธุรกิจไม่ทันไรก็ขาดสภาพคล่องแล้ว ซ้ำร้ายสินค้าระบายไม่ทันอาจหมดอายุเสื่อมคุณภาพไปเสียก่อน เท่ากับว่าทุนหายกำไรหด ในกรณีที่ตนเองไม่เก่งในด้านไหนให้จ้างคนที่มีความรู้ความถนัดมาช่วย เมื่อพบปัญหาก็จะคิดหาแนวทางแก้ไขได้ทันท่วงที

4.ลงทุนในสิ่งที่ส่งเสริมให้ธุรกิจก้าวหน้า

ก่อนนำเงินมาลงทุนในธุรกิจต้องพิจารณาว่าผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ การลงทุนแบบไหนจะส่งให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นที่สุด เช่น การลงทุนจ่ายค่าวางสินค้าในตำแหน่งสินค้าขายดีดูเด่นสะดุดกว่าคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าเห็นก่อนและหยิบง่ายในช่วงเวลารีบเร่ง ในฐานะธุรกิจขนาดเล็กยังไม่มีเงินทุนมากพอ อาจปรับการลงทุนเป็นการออกแบบแพ็คเกจจิ้งให้สะดุดตาน่าสนใจกว่า คิดหาวิธีที่สามารถปรับปรุงให้ธุรกิจมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เคล็ดลับการลงทุนที่ต้องรู้

ลงทุนแบบไหนมนุษย์เงินเดือนควรศึกษา

ลงทุนแบบไหนมนุษย์เงินเดือนควรศึกษา

ปัจจุบันมีการลงทุนหลากหลายแบบที่สามารถทำให้เงินทองงอกเงยขึ้นได้ ซึ่งคนที่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนควรจะทำการศึกษาไว้เพื่อทำให้เงินที่ได้มาอย่างจำกัดสามารถเพิ่มผลประโยชน์หรือสร้างรายได้ จากการลงทุนทั้งในแบบระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่งคั่งและความปลอดภัยทางฐานะในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

การลงทุนที่มนุษย์เงินเดือนควรศึกษาการ มีดังนี้

1. การฝากเงินแบบประจำ จะเป็นวิธีสะสมเงินออมไปเรื่อย ๆ แบบที่ได้ดอกเบี้ยอย่างแน่นอน เป็นการลงทุนแบบง่ายที่สุด ที่ผู้ทำงานแบบรับเงินเดือน จะไม่รู้สึกเป็นภาระหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มความเครียดในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ เงินฝากแบบประจำจะมีข้อดีที่ปลอดจากการเรียกเก็บภาษีด้วย เช่น ฝากประจำเดือนละ 500 บาทติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปีเต็ม จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% อย่างการฝากเงินแบบอื่น ๆ

2. การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรศึกษาและทำการหักเงินเข้ากองทุนเหล่านี้ตั้งแต่เดือนแรก ๆ เพื่อให้มีเงินเก็บเป็นก้อนจำนวนหลายแสนบาท สำหรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณ ทั้งนี้สามารถที่กำหนดเปอร์เซ็นต์เงินออมได้ว่าต้องการให้หักอัตโนมัติเท่าใดจากรายได้แต่ละเดือน (ในช่วงตั้งแต่ 12 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งอาจจะมีการสมทบจากนายจ้างตามกฎหมายด้วย การหักเงินอัตโนมัติเข้ากองทุนนี้ เป็นวิธีรักษาเงินไว้ได้เป็นอย่างดี ถ้าเทียบกับการลงทุนในหุ้นที่คุณยังศึกษาไม่ดีพอ ก็อาจทำให้เงินต้นสูญไปทั้งหมดได้

การลงทุนที่มนุษย์เงินเดือนควรศึกษา

3. สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นตัวอย่างการลงทุนแบบหนึ่งที่มีความเสี่ยงมากกว่าที่กล่าวมาใน 2 ข้อแรก โดยเฉพาะหากเป็นสหกรณ์จัดตั้งใหม่ที่ยังขาดระบบในการควบคุมและตรวจสอบ แต่ก็เป็นการลงทุนแบบที่มีอัตราผลตอบแทนที่สูง มีการคำนวณเงินปันผลให้กับสมาชิกของสหกรณ์เป็นรายเดือนรายปี ที่สามารถถอนมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้ หรือจะเก็บสะสมไปเรื่อย ๆ ก็ได้เช่นกัน

4. การลงทุนในหุ้นแบบปันผล เพียงศึกษาการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของบริษัท การซื้อหุ้นแบบปันผลในบริษัทเหล่านั้น จะสร้างความมั่งคั่งให้แก่คุณในระยะยาวได้ โดยยังสามารถซื้อหุ้นได้ในหลายกิจการอย่างที่คุณไม่สามารถเปิดกิจการเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง การลงทุนในข้อนี้จึงเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่

หวังว่าวิธีการออมที่ยกตัวอย่างมา จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านในการทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้ เพื่อลงทุนและสำรองเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต

ลงทุนทำอย่างไรให้มีรายได้หลักแสน

ลงทุนทำอย่างไรให้มีรายได้หลักแสน

เลิกผูกติดกับรายได้

เลิกผูกติดกับรายได้อย่างกับเงินเดือนของงานประจำที่ต้องออกทุกเดือน ควรเล็งแต่ผลที่ตอบแทนในระยะยาว อย่างเช่น กำไรปันผล ให้เข้าใจง่าย ๆ คือสร้างผลตอบแทน 100% ต่อปี ดีกว่าผลตอบแทนรายเดือนแค่ 5%

ลองจินตนาการถึงหุ้น

ซื้อหุ้น ให้ผลตอบแทน 5% เช่นลงทุนไป 10 ล้าน จะได้ปันผล 5 แสน/ปี หรืออาจจะซื้อคอนโดยูนิตละ 5 ล้าน แล้วเอามาปล่อยเช่า ได้ค่าเช่าเดือนละ 2 หมื่น คงจะเข้าใจได้ว่า ถ้าอยากมีรายได้เยอะ ให้เก็บเงินต้นให้เยอะขึ้น ก็คือเก็บเงินเดือนให้ได้เยอะ ๆ

ถ้ามีเงินน้อย แต่อยากได้เงินเยอะ ต้องมีความเสี่ยงมากขึ้น

การลงทุนต้องศึกษาให้มาก ๆ หากมีความรู้แล้วก็สามารถสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็ว ขอแค่คุณมีความรู้ และมีประสบการณ์เยอะ ถ้าอยากได้เงินที่รวดเร็วก็ต้องฝึกหนัก ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ

เลิกคิดถึงแต่ผลตอบแทนที่ใช้ในการลงทุน

ไม่ควรคิดถึงแต่ผลตอบแทน ที่จะไม่ต้องทำอาชีพอื่น แต่ควรที่จะทำงานที่ตนเองรักไปด้วยพร้อมกับการลงทุน รายได้จากการทำงานจะช่วยลดความยากของการลงทุน

ลงทุน อย่างไรให้มีรายได้หลักแสน

มนุษย์เงินเดือน ลงทุนอะไรดี

มนุษย์เงินเดือน ลงทุนอะไรดี

มนุษย์เงินเดือนส่วนมากมักจะคิดว่าต้องมีเงินเดือนสูง ๆ ถึงจะสามารถลงทุนได้ แต่ที่แล้วจริงคือคุณจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ หากสามารถแบ่งสัดส่วนของเงินได้ ก็สามรถนำเงินนั้นไปลงทุนเพื่อให้มีรายได้เพิ่มได้ สร้างอาชีพและรายไดีใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากเงินเดือนได้

มนุษย์เงินเดือน ลงทุน

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ ฐานเงินเดือนอาจจะยังได้น้อยอยู่ แต่ไม่ว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ ก็สามารถแบ่งสรรปันส่วน สามารถนำเงินไปลงทุนได้ เพื่อเพิ่มรายได้

เมื่อได้รับเงินเดือน สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ แบ่งเงินที่ได้มาออกเป็น 3 ส่วน ตามการใช้จ่ายของตัวเองในแต่ละเดือน และ กำหนดจำนวนเงินให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายของเราให้มากที่สุด

การแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วนทำได้ดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 60%

2. เก็บเป็นเงินสำรอง 10%

3. ลงทุน 30%

จะเริ่มยังไงดี…กับการลงทุน ? แนวทางการลงทุน

1. ขายของ

ขายของออนไลน์ ตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กับตลาดนัด ยุคนี้ใคร ๆ ก็เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีไปเดียมองหาสินค้าที่จะสามารถสร้างความสนใจให้ลูกค้าได้มาสร้างหน้าร้านบนเว็บไซต์ และโซเชียล มีเดีย ต่าง ๆ เช่น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ โดยเฉพาะตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีคนเข้าถึงมากที่สุด นั่นคือ เฟสบุ๊ค นั่นเอง เพียงแค่โปรโมทให้ถูกวิธี หรือถ้าเป็นการทำหน้าร้านบนเว็บไซต์ อาจจะเป็นการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเรานั้นติดอันดับการค้นหา หากได้รับการตอบรับที่ดี อาจพัฒนาเป็นธุรกิจส่วนตัวได้เลย ถ้าสามารถทำอันดับกลุ่มเว็บ hero88 ขึ้นมาได้ก็ยิ่งทำเงินได้มาก ความสามารถเป็นไปตามกำไรที่จะได้รับ

ขายของตลาดนัด ช่วงนี้ ตลาดกลางคืนมีเปิดใหม่มากมาย ถือเป็นแหล่งรวมนักช้อป หากมีความชอบด้านการขายของตามตลาดนัด ก็สามารถนำเงินไปลงทุนได้ โดยขายสินค้าที่น่าสนใจและมีคุณภาพ เช่น อาหาร ของกินเล่นต่าง ๆ เสื้อผ้า แล้วแต่ความคิดและความถนัดของแต่ละบุคคล

2. การฝากประจำ

ถ้าไม่อยากลงแรง ก็สามารถนำเงินไปฝากไว้ทุกเดือน เป็นการสร้างวินัยการออมเงิน อีกวิธีหนึ่ง เมื่อครบตามกำหนดจะได้ดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ ซึ่งสูงกว่าการสะสมทรัพย์หรือสูงกว่าการฝากในบัญชีออมทรัพย์ ฝากนานเท่าไหร่ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก

มนุษย์เงินเดือน ลงทุนอะไร

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน ต้องทำอะไรบ้าง

การจะประสบความสำเร็จในการลงทุนหลักล้าน จำเป็นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานหลายประการ ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมสิ่งที่นักลงทุนระดับเงินล้านทำเป็นกิจวัตรเพื่อเป็นบันไดสู่ความสำเร็จของทุกท่าน ดังนี้

การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาคลังความรู้ในสมอง

นอกจากการลงทุนด้วยเงินในธุรกิจที่น่าสนใจแล้ว ยังต้องลงทุนในความรู้อยู่ตลอดเวลา เราจะพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งฟังข่าว อ่านหนังสือ หรือติดตามคอลัมน์ในสื่อเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการอัพเดตความรู้ให้มีความทันสมัยและไม่ปล่อยให้โอกาสในการลงทุนในสิ่งใหม่ ๆ ก่อนคนอื่นหลุดมือไปง่าย ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความรู้ด้วยการฟังสัมมนาทั้งแบบฟรีและเสียเงินแบบที่จัดในไทยและต่างประเทศเพื่อศึกษาทฤษฎีใหม่ ๆ จากนักการตลาดและนักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าเป็นประจำ ไม่มีคำว่าล้าสมัยเลยสำหรับคลังสมองของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จชั้นแนวหน้ากลุ่มนี้

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน ต้องทำอะไรบ้าง

การลงพื้นที่จริงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่หลากหลาย

นักลงทุนเงินล้านต้องรู้และเห็นด้วยตาตัวเองก่อนที่จะเชื่อว่าการรายงานตามสื่อ หรือเอกสารต่าง ๆ เป็นความจริง โดยเฉพาะผู้ลงทุนในหุ้นและธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ยิ่งต้องได้ลองไปเยี่ยมเยียนสถานที่ประกอบกิจการนั้น ๆ มาก่อนแล้วทั้งสิ้น

ส่วนการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกับคนอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันเช่นกัน เพื่อให้เกิดการฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก ที่มักได้ความคิดเห็นที่หลากหลายยิ่งกว่าการทำงานในบริษัท

การอ่านรายงานผลดำเนินงานของกิจการ

ในทุกวันหลังการทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัว นักลงทุนที่ดีจะมีการอ่านรายงานผลประกอบการ ผลวิเคราะห์สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้น บัญชีสินทรัพย์ รายได้รายจ่ายขององค์กร เพื่อพิจารณาว่าควรต้องเดินหน้าอย่างไร จะผลักดันแผนการส่วนไหนให้กู้สถานการณ์วิกฤต หรือเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดฝัน ฯลฯ

การเดินทางไปหาประสบการณ์ที่หลากหลายและความท้าทายใหม่ ๆ

แม้ว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จหลายท่านจะอยู่ในจุดที่มีเงินทองพอกินและเหลือใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะมีไลฟ์สไตล์ที่สบายแบบไม่ต้องทำงานอย่างที่คนทั่วไปใฝ่ฝัน ตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านั้นต่างพากันสะพายเป้ออกเดินทางครั้งใหม่ในสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้ เช่น การปีนยอดเขาเอเวอร์เรส การไปเล่นสกีน้ำแข็งในสนามสุดโหด รวมถึงการไปในดินแดนต่างประเทศที่มีความทุรกันดารแนว unseen เพื่อหาความท้าทายใหม่ ๆ และเป็นการสร้างคุณค่าให้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม

การเรียนรู้จากนักลงทุนเงินล้านทั้งด้านวิธีการคิดและการใช้ชีวิต จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเรา จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินชีวิตประจำวันให้เข้าใกล้ความสำเร็จเฉกเช่นกัน

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวยและมีสุข ปี 2019

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวยและมีสุข ปี 2019

ปี 2019 เป็นอีกปีหนึ่งที่คนต้องการลงทุนเพื่อการสร้างรายได้ที่มั่นคงและเสริมสร้างความอุ่นใจในอนาคต ซึ่งประโยคที่เราทุกคนได้ยินกันบ่อย ๆ คือ การลงทุนทุกครั้งมีความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนการลงทุนต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ต้องลงทุนอย่างไรจึงจะทำให้ร่ำรวยและมีความสุขได้พร้อมกัน เชิญผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในการลงทุนมาหาคำตอบด้วยกัน ดังนี้

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวย

ก่อนการลงทุน ต้องรู้ความสนใจและความถนัดของตัวเอง

การมีความสามารถหลายด้านเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการเลือกลงทุนในสิ่งที่ตัวเองถนัด และมีความหลงใหลหรือ passion กับมันมากที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่านักธุรกิจหรือมหาเศรษฐกิจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ล้วนมีความสุขกับการทำสิ่งที่ชอบ และมักต่อยอดไปในแขนงต่าง ๆ จากสิ่งที่ตัวเองสนใจอยู่แต่เดิม คุณจึงต้องลองทำและหาประสบการณ์ในสิ่งต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น ทำอาหาร เล่นกีฬา เล่นดนตรี ฯลฯ ซึ่งจะทำให้คุณตอบตัวเองได้ว่าจะลงทุนกับสิ่งใดที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองมากที่สุด

การดูทิศทางของตลาดโลกและสถานการณ์ทางสังคม

การลงทุนต้องมีความพอประมาณ ไม่ทำตัวเองให้อยู่ในจุดเสี่ยงจนเกินไป ซึ่งการที่จะรู้ได้ว่าความเสี่ยงที่สุดอยู่จุดใด ก็จำเป็นต้องมีการศึกษาหาข้อมูลทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม ทั้งระดับรากหญ้าและมหภาคหรือสังคมโลกว่าขณะนั้น ๆ กำลังอยู่ในจุดที่ตลาดการค้าขายคึกคัก หรือซบเซา เทรนด์สินค้าและบริการด้านใดเป็นที่นิยมและเป็นกระแสสังคมยอดฮิต เช่น กระแสการใช้เทคโนโลยีระบบ 4G และ 5G ที่กำลังจะมาถึงตัวเราในอีกไม่ช้า หากเราทำตัวให้อยู่ในกระแสและจับตาทิศทางของตลาดไว้อย่างต่อเนื่อง ย่อมสามารถลงทุนได้ถูกจังหวะและมีเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดน้อย

การแบ่งเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงในการลงทุน

การประเมินตัวเองว่าสามารถรับความเสี่ยงในการขาดทุนได้มากน้อยเพียงใด เป็นสิ่งสำคัญในการทำให้คุณรู้จักตัวเองได้ดีขึ้น (สามารถทดสอบได้จากเว็บไซต์ด้านการเงิน การลงทุนของสถาบันการเงินต่าง ๆ) โดยผลลัพธ์จากการประเมินจะเป็นแนวทางให้คุณเลือกจัดสรรเงินทุนที่มีอยู่กับการลงทุนที่มีความเสี่ยง (แง่ลบ) และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน (แง่บวก) ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมกับตัวเอง

เช่น ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงขาดทุนได้ต่ำ ก็ควรลงทุนในพันธบัตรตราสารหนี้หรือกองทุนเปิดในสัดส่วนที่มากกว่าการซื้อขายหุ้นรายตัวในตลาดหลักทรัพย์ หากคุณมีวินัยในการลงทุนเช่นนี้จะทำให้ไม่เครียดและทำให้คุณมีเวลาไปทำในสิ่งอื่น ๆ ที่ถนัดและต้องการได้อีกด้วย

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวยและมีสุข

การเลือกลงทุนในสิ่งที่ชอบ มี passion และความถนัดเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดให้ก้าวสู่ความสำเร็จ มีโอกาสร่ำรวยมากกว่าการทำตามแฟชั่นที่ตัวเองก็ยังไม่รู้จักมันดีพอ ซึ่งย่อมสัมพันธ์กับความสุขในการลงทุนและการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาวอย่างแน่นอน

อย่าเพิ่งลงทุน-หากยังไม่ได้ศึกษาตลาดโลก-ปี-2018

อย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ศึกษาตลาดโลก ปี 2018

เรียกได้ว่า ปัจจุบันเป็นยุคแห่งการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจมือเก๋าหรือนักธุรกิจน้องใหม่ไฟแรง ล้วนต้องปรับตัวและแนวคิดให้เข้ากับยุคเทคโนโลยี 4.0 ซึ่งบอกได้เลยว่าอย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเทรนด์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจและสังคมโลก ดังนี้

อย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ศึกษาตลาดโลก

ปัจจัยแรกคือ ด้านวัยของประชากร

การที่ประเทศไทยของเราและประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย จึงทำให้แนวทางการลงทุนมุ่งเน้นไปที่ ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้ โดยองค์การสหประชาชาติวิเคราะห์ว่าอีกไม่เกิน 15 ปี ประชากรโลกที่อายุเกินวัยเกษียณจะมีมาก ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองโลกทั้งหมด

ปัจจัยที่สอง คือ ด้านจำนวนของประชากร

การที่จำนวนประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนกว่าแปดพันล้านคน หรือราว 14 เปอร์เซ็นต์จากปัจจุบัน จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำ และทรัพยากรทางธรรมชาติ ทิศทางการลงทุนจึงเน้นไปทางธุรกิจอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการย้ายฐานอุตสาหกรรมด้านเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังประเทศที่มีค่าแรงและค่าครองชีพต่ำ อย่างลาว เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของเรามากขึ้น

ปัจจัยที่สามคือ ด้านระยะทางและความสะดวกในการขนส่ง

ในขณะนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทำให้การสั่งซื้อสินค้าเป็นเรื่องง่าย และเกิดวงจรการซื้อขายทั่วโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งและเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งผลิตไปยังศูนย์กระจายสินค้าและส่งถึงมือผู้ซื้อ หรือที่เรียกกันว่า ระบบโลจิสติกส์และการคลังสินค้า จึงเป็นธุรกิจที่น่าดึงดูดใจ มีอัตราการคืนทุนและให้ผลกำไรสูงมาก จึงเป็นแนวทางการลงทุนที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก

ปัจจัยที่สี่คือ ด้านการตลาดและ content ออนไลน์

เครือข่ายการสื่อสารในยุค 4.0 อย่างปัจจุบัน เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการทำธุรกิจให้เติบโตไว เพราะทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ตลอดเวลา นักการตลาดออนไลน์และนักทำ content ที่มีฝีมือขั้นเทพจึงเป็นที่ต้องการและมีรายได้สูงมากขึ้น โดยเฉพาะหากสามารถสร้างผลงานได้หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของผู้จ้างงานได้ ในเวลารวดเร็ว ก็จะได้ค่าตอบแทนที่น่าพึงพอใจยิ่งขึ้น ทั้งนี้งานสายนี้ก็มีการลงทุนคือการลงเรียนในคอร์สเฉพาะทางและค่าโปรแกรมต่าง ๆ เช่นกัน

อย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ศึกษา

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับทั้ง 4 ปัจจัยที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในยุค 2018 จะเห็นได้ว่า ล้วนมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อการออกมาตรการทางกฎหมาย การค้า การภาษี และทางการฑูตระหว่างประเทศ ดังนั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องที่กล่าวมาอีกมากนับจากนี้ นักธุรกิจทุกท่านจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป