สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ Cryptocurrency

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ Cryptocurrency

ใคร ๆ ก็ทราบดีว่าการลงทุนเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราเกิดความมั่นคงทางการเงินได้ในปัจจุบันและอนาคต เพราะค่าเงินที่เราใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต้องเสื่อมค่าลงตามระยะเวลาอันเป็นไปตามกลไกทางการเงินตามปกติ 

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสื่อมค่าดังกล่าวเราจึงต้องนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรักษาระดับค่าเงินหรือเพิ่มมูลค่าให้กับเงินลงทุนของเรา ซึ่งทั้งหมดคือการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้กับเรานั่นเอง

การลงทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมานอกจากการลงทุนแบบดั้งเดิมในอสังหาริมทรัพย์ ทองคำหรือหลักทรัพย์ต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งในสินทรัพย์ที่ผู้คนให้ความสนใจลงทุนกันมากก็คือ การลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี่ Cryptocurrency หลายคนเมื่อเกิดความสนใจก็ตัดสินใจกระโดดลงไปในตลาดทันทีโดยไม่ได้ศึกษาที่มาที่ไปของเงินสกุลดิจิทัลให้ดีเสียก่อน ทำให้บางครั้งเกิดความผิดพลาดจนต้องสูญเสียเงินลงทุนไปเป็นจำนวนมากก็มี 

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงเบื้องต้น เราจึงควรทำความรู้จักว่าเงินดิจิตอลหรือคริปโตเคอเรนซี่มีอะไรบ้างที่เราควรต้องรู้?

1. Cryptocurrency ผันผวนมากกว่าสินทรัพย์อื่น

ด้วยความที่การซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่เป็นการซื้อขายผ่านบล็อกเชนที่มีความอิสระสูง และด้วยความใหม่บวกกับกระแสความนิยมที่เกิดขึ้นอย่างมาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคาซื้อขายค่อนข้างรวดเร็วและแตกต่างกันมากในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งต้องบอกว่านี่คือธรรมชาติของสินทรัพย์ดิจิทัลที่จับต้องไม่ได้ อิทธิพลทางความรู้สึกของนักลงทุนจึงมีผลต่อราคาสูงมาก

2. Cryptocurrency ไม่ใช่สกุลเงินที่เป็นมาตรฐานสากล

ทั้งด้วยความใหม่และความเข้าใจที่ยังไม่แพร่หลาย ดังนั้นการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินสกุลดิจิตอลจึงมีประเทศที่ให้การยอมรับและออกกฎหมายรับรองการซื้อขายแลกเปลี่ยนจำนวนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังไม่เปิดให้มีการใช้จ่ายหรือซื้อขายเงินดิจิตัลอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งนักลงทุนเองต้องศึกษากฎหมายก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ให้ดีเสียก่อน

3. กฎหมายไทยไม่รับรองการซื้อขายบางประเภท

หากนักลงทุนทำการซื้อขาย Cryptocurrency ผ่านผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ในต่างประเทศ หากเกิดปัญหาขึ้นทางหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตัลของประเทศไทยจะไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือดูแลให้ได้ รวมไปถึงผู้ให้บริการบางรายในประเทศเองด้วยที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

4. โปรดระวังการหลอกลวงลงทุนใน Cryptocurrency 

ด้วยความนิยมและกระแสที่มาแรง ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะสวมรอยเป็นผู้ให้บริการที่ถูกต้อง เข้าไปเสนอทางเลือกการลงทุนให้กับนักลงทุนที่ขาดความรู้ในการซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่ ซึ่งเรื่องนี้นักลงทุนต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังให้มาก ก่อนที่จะกลายเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้

สโลแกนที่เราได้ยินกันเป็นประจำในเรื่องการลงทุนใด ๆ ก็คือการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุนเสมอ ซึ่งการลงทุนใน Cryptocurrency ก็เช่นกัน หากยังรู้ไม่จริง อย่าเพิ่งรีบกระโดดเข้ามาเป็นดีที่สุด

“กองทุนรวม” ไม่ยากถ้าคิดลงทุน

“กองทุนรวม” ไม่ยากถ้าคิดลงทุน

ปัจจุบันการออมเงินไว้ในบัญชีเงินฝากคงไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแม้แต่เงินเฟ้อก็ยังเอาชนะไม่ได้เลย แต่เงินฝากก็มีข้อดีคือ มีสภาพคล่องสูง เรียกคืนได้ทันทีเมื่อถอน กองทุนรวมจึงเข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือทางการเงิน ที่เป็นได้ทั้งการออมและการลงทุนไปพร้อม ๆ กัน 

กองทุนรวมคืออะไร?

พูดแบบเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นคือ การนำเงินทุกคนมากองรวมกัน แล้วนำไปลงทุนอะไรสักอย่างที่ต้องมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน และมีคนมาคอยบริหารให้เงินกองนั้นโตขึ้น ๆ กองทุนรวมใช้เงินจำนวนน้อยกว่าการเทรดหุ้น ด้วยเหตุนี้จึงได้รับความนิยมสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ก่อนจะขยับไปเปิดพอร์ตเทรดหุ้นต่อไป 

ประเภทกองทุนรวม

มีทั้งแบบกองทุนเปิดที่มีการซื้อขายได้ในทุกวันทำการและกองทุนปิด คือมีระยะเวลากำหนดไว้เพื่อเลิกกอง กองทุนรวมมีทั้งแบบกองทุนที่ลงทุนไปเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นและกองทุนที่ลงทุนไปเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี 

นอกจากนี้ กองทุนรวมยังมีแบบจ่ายเงินปันผล และไม่มีการจ่ายเงินปันผล แบบที่มีเงินปันผลก็จะได้ทั้งผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น และถ้ากองทุนมีกำไรสะสมก็ยังได้รับเงินปันผลตามไปด้วย ส่วนแบบไม่มีปันผล กำไรต่อหน่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าแบบมีปันผล เพราะต้องไม่ลืมว่าถ้ากองทุนไม่มีกำไร ก็ไม่สามารถจ่ายปันผลได้เช่นกัน 

จะลงทุนกองทุนรวมควรคำนึงถึงอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญที่สุดคือความเสี่ยงจากการลงทุนที่เราจะยอมรับได้ เพราะการลงทุนกองทุนรวมจึงอาจเป็นไปได้ทั้ง“กำไร” หรือ “ขาดทุน” ดังนั้น “ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเลือกลงทุนในกองทุนรวมนั้น ๆ โดยสิ่งที่นำมาพิจารณาเพิ่ม ได้แก่ 

1. นโยบายการลงทุน จะเป็นตัวกำหนดและบอกเราว่า กองทุนรวมนี้จะนำเงินเราไปลงทุนในเงินฝาก, พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน, หุ้นสามัญประเภทใด, กองทุนรวมในประเทศ/ต่างประเทศ ฯลฯ 

2.กองทุนรวมนี้เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร ประเภทที่เงินต้นต้องอยู่ครบหรือคนที่สามารถรอคอยได้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูง ๆ ในอนาคต ฯลฯ

3. ระดับความเสี่ยงของกองทุนรวม เสี่ยงน้อย – เสี่ยงปานกลาง – เสี่ยงสูง 

4. สัดส่วนการลงทุน กองทุนนี้เทน้ำหนักไปที่สินทรัพย์อะไร หุ้น, หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้ ฯลฯ 

5.ค่าธรรมเนียมที่กองทุนเรียกเก็บจากนักลงทุนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจต้องนำมาคิด หักค่าธรรมเนียมเวลาซื้อหรือหักค่าธรรมเนียมเวลาขายหรือไม่ และหักกี่ % 

6.ผลตอบแทนการดำเนินงาน จะเป็นตัวชี้วัดว่ากองทุนรวมตัวนั้นบริหารเป็นอย่างไร โดยดูได้จากผลตอบแทนย้อนหลัง 3, 6, 12 เดือน 3 ปี 5 ปี ตั้งแต่ตั้งกองทุน 

นอกจากคำแนะนำข้างต้นนี้แล้ว คุณยังสามารถศึกษาข้อมูลเหล่านี้ได้จากเอกสารที่เรียกว่า “หนังสือชี้ชวน Factsheet” และ “ผลการดำเนินงานย้อนหลัง Monthly Fund Update” เพียงเท่านี้ การเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวมก็ไม่ยากอีกต่อไป

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5 รูปแบบ ที่คนไทยนิยม

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5 รูปแบบ ที่คนไทยนิยม

การลงทุนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสร้างความมั่นคงในชีวิตในระยะยาว และหนึ่งในการลงทุนระยะยาวที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจที่จะแบ่งเงินทำให้งอกเงยมากที่สุด ก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ประเภทของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็มีตั้งแต่การซื้อที่ดิน บ้าน อาคารชุด คอนโดมิเนียม ไปจนถึงการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่มีผู้บริหารจัดการกองทุนคอยดูแลให้อย่างมืออาชีพ

หากเราจะพูดถึงเฉพาะรูปแบบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนชาวไทย จะมีอยู่ด้วยกัน 5 รูปแบบ คือ

1.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบเก็งกำไร
การเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ที่นิยมกันมาก ก็คือ การเก็งกำไรใบจองห้องชุด ซึ่งต้องเป็นห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมในทำเลทองยอดนิยม มีความต้องการซื้อสูง เช่น ย่านสีลม ไอคอนสยาม แนวเส้นทางรถไฟฟ้า ฯลฯ การเก็งกำไรจากการขายต่อใบจองเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากและได้ผลตอบแทนกลับมาเร็ว

2.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายเดือน
การลงทุนแบบนี้ เราต้องมีเงินลงทุนเบื้องต้นพอสมควร โดยเราต้องหาซื้อบ้านหรืออาคารชุดที่อยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าอยู่อาศัยรายเดือน เช่น ใกล้มหาวิทยาลัย อยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งทำงาน เช่น โรงงาน ออฟฟิศต่าง ๆ หรือใกล้ระบบการคมนาคมที่สะดวกอย่างรถไฟฟ้า เป็นต้น

3.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายวัน
การลงทุนในลักษณะนี้อาจคล้ายกับการลงทุนในแบบที่ 2 เพียงแต่การเลือกทำเลของอสังหาริมทรัพย์ที่เราจะลงทุนมีความแตกต่างกัน คือ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่ารายวัน ควรเลือกทำเลที่เราจะลงทุนในย่านท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพหรือตามจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือธรรมชาติที่สวยงาม จะมีนักท่องเที่ยวมองหาที่พักแบบรายวันตลอดปี

4.การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์
สำหรับคนที่มีเงินลงทุนไม่มากหรือไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงมากเกินไป การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อรับผลตอบแทนผ่านการบริหารกองทุนจากผู้จัดการกองทุนมืออาชีพก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะเราไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง เพียงแต่เราต้องศึกษาข้อมูลของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปบริหารจัดการให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนเท่านั้น

5.การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อพัฒนาก่อนปล่อยขาย
มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อีกรูปแบบที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่พอมีความรู้ในเรื่องการออกแบบตกแต่งหรือรีโนเวทให้ถูกใจคนซื้อ ด้วยการลงทุนในบ้าน อาคารหรือห้องชุดมือสองนำมาปรับปรุงใหม่ก่อนที่จะขายต่อหรือการซื้อที่ดินเปล่ามาพัฒนาเป็นพื้นที่บ้านพักผ่อนในต่างจังหวัดก็มีหลายคนที่นิยมทำกัน ปัจจัยสำคัญในการลงทุนรูปแบบนี้คือ ต้องการมีทีมดูแลเรื่องการก่อสร้างที่ดี ควบคุมต้นทุนได้ จะช่วยให้การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก่อนขายต่อ ได้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ

การลงทุนใด ๆ มีความเสี่ยง แม้แต่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นถาวรวัตถุก็ตาม ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนจึงเป็นคำเตือนที่ผู้เชี่ยวชาญบอกไว้แก่นักลงทุนหน้าใหม่เสมอ ๆ

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงนั้นสามารถลดลงได้ด้วยการหาความรู้ในการลงทุน ซึ่งการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นหนึ่งช่องทางที่ให้ผลตอบแทนที่ดี ช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายในการเก็บออมและเพิ่มกระแสเงินสดในบัญชีให้มากขึ้น

การลงทุนในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. การลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถจับต้องได้ เช่น การลงทุนซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อปล่อยเช่า เป็นต้น, 2. การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ได้แก่ บิตคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอร์เลียม (Ethereum) เป็นต้นและ 3. การลงทุนในหลักทรัพย์ เช่น การลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น

สหกรณ์ออมทรัพย์ คืออะไร?
สหกรณ์ออมทรัพย์ คือ กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อลงทุนสะสมหุ้นของสหกรณ์ร่วมกัน เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ที่ต้องการกู้เงินไปใช้จ่ายได้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่น ซึ่งสมาชิกที่สะสมหุ้นจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลในทุก ๆ ปี

สหกรณ์ออมทรัพย์ เหมาะกับใคร?
การลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์เหมาะสำหรับพนักงานประจำที่ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงในการลงทุนสูง แต่ต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากประจำ โดยผู้ที่จะสามารถลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ได้จะต้องเป็นพนักงานประจำของหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนของหน่วยงานที่มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์รวมชุมนุมสหกรณ์ในประเทศไทยประมาณ 7,976 แห่ง (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563)

ข้อควรรู้! ก่อนลงทุน สหกรณ์ออมทรัพย์
ข้อดีของการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือผู้ที่ไม่อยากยุ่งยากเรื่องการลงทุน โดยการลงทุนในหุ้นสหกรณ์เป็นการลงทุนที่ให้อัตราดอกเบี้ยตอบแทนค่อนข้างสูงและยังปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้แม้ว่าการลงทุนในสหกรณ์จะมีความเสี่ยงต่ำแต่ก็สามารถเกิดความผิดพลาดได้ โดยเหตุการณ์ที่สามารถสร้างผลเสียต่อสมาชิกที่ลงทุนมี 2 ประเด็นหลัก คือ การบริหารจัดการในสหกรณ์ไม่ดี ทำให้สหกรณ์เสียสภาพคล่องทางการเงิน และการทุจริตในหน่วยงาน ซึ่งการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์อยู่เสมอเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงทุนได้

โดยสรุปแล้ว การลงทุนในสหกรณ์เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับสมาชิกที่ต้องการสร้างสภาพคล่องทางการเงินและต้องการเงินทุนหมุนเวียนในความเสี่ยงต่ำ แต่การลงทุนทุกประเภทล้วนมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ทั้งสิ้น ผู้ลงทุนควรศึกษาและหมั่นอัปเดตข้อมูลการลงทุนกับสหกรณ์ เพื่อจะได้ทราบการดำเนินงานและการนำเงินทุนของสมาชิกไปลงทุนประเภทใด มีผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร โดยนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจ

ลงทุน ปี 2021 ธุรกิจอะไรมาแรง

ลงทุน ปี 2021 ธุรกิจอะไรมาแรง

แม้ว่าใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าการลงทุนในปี 2021 ดูไม่น่าจะไปไหวและยังไม่น่าจะหอบเงินก้อนโตมาทำธุรกิจใด ๆ ในช่วงเวลานี้ เพราะด้วยความซบเซาของเศรษฐกิจและปัญหาเชื้อ Covid-19 ที่ระบาดอย่างหนัก จึงทำให้ทุกธุรกิจต่างก็สั่นคลอนไปหมด แต่ยังคงมีธุรกิจมาแรงในปี 2021 ที่คุณไม่ควรมองข้าม คือ

1.ความงาม
การลงทุนด้านความงามของปี 2021 ถือว่าทำรายได้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง คือ ธุรกิจคลินิกความงาม, การศัลยกรรม และการเสริมความงามต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้สวยได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถือว่ามาแรงอย่างมากและยังคงขายดีอยู่เสมอ แม้ Covid-19 จะรุนแรงมากแค่ไหน แต่เรื่องของความสวยงามในผู้หญิงและการดูแลบุคลิกภาพของผู้ชายยังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มของคนในวงการบันเทิง ดังนั้นคลินิกความงามต่าง ๆ จึงพากันเสริมโปรโมชันเด็ดเพื่อดึงดูดลูกค้ากันเป็นจำนวนมาก

2.ค้าขายผ่าน E-commerce
สำหรับพ่อค้าและแม่ค้าทั่วไป ถ้าต้องการให้ธุรกิจอยู่รอดในยุค Covid-19 ระบาด สิ่งที่คุณควรทำคือการปรับเปลี่ยนมาค้าขายผ่านทางเว็บไซต์ E-commerce ต่าง ๆ เลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่คุณจะสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว มีระบบสำเร็จรูปให้คุณลงสินค้า ลงรายละเอียดและราคาได้ง่าย ที่สำคัญคือการเริ่มต้นขายไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ถือว่าเป็นการค้าขายที่มีพื้นที่ฟรีให้คุณได้ไปใช้กันอย่างเต็มที่ เมื่อใดที่ขายดีแล้วจึงค่อยโหมโฆษณาก็ยังถือว่าได้กำไร

3.YouTuber
ถ้าต้องการลงทุนด้านความบันเทิง โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองงบมาก มีเพียงแค่โทรศัพท์มือถือกล้องสวย 1 เครื่อง และ Content สุดสร้างสรรค์ สามารถปรับเปลี่ยนมาสู่การเป็นธุรกิจ YouTuber ที่มอบความสนุกสนาน ความบันเทิง หรือความรู้ต่าง ๆ ให้กับผู้คนบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งเหล่า YouTuber ไทยจากหลากหลายช่องที่มีผู้ติดตามจำนวนนับล้าน สามารถทำรายได้สูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

4.เทคโนโลยีด้านวิเคราะห์
ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2021 โดยเฉพาะการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบ Big Data, ข้อมูลการพัฒนาและการวิเคราะห์, การพัฒนาเพื่อความชำนาญที่มากขึ้น, ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันด้านธุรกิจ, ข้อมูลเกี่ยวกับราคาและกำไร รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนเงินดิจิทัลอย่างเหรียญคริปโตเคอเรนซี นักวิเคราะห์ด้านนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อตลาดการเงินดิจิทัลอย่างมาก จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

5.Street Food
เรื่องของอาหารและเครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งรูปแบบธุรกิจที่คุณไม่ควร พลาด เพราะอาหารยังคงมีความสำคัญต่อมนุษย์เสมอ ซึ่งในยุคนี้ธุรกิจอาหารที่ถือว่ามาแรงมาก คือ ธุรกิจแบบ Street Food ที่สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ราคาไม่แพงมากและค่าส่งไม่สูง ทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งให้ลูกค้าได้ทันเวลา ถือเป็นเทรนด์มาแรงและถูกใจคนในยุค Covid-19 เป็นอย่างมาก

ถ้าคุณกำลังมองหาการ ลงทุน ที่เหมาะสมกับตัวเอง ให้ความคุ้มค่าและเป็นเทรนด์ของปี 2021 ขอแนะนำทั้ง 5 ธุรกิจที่กล่าวมานี้ ยิ่งถ้าคุณมีความสามารถเฉพาะด้านด้วยแล้ว รับรองว่าธุรกิจจะไปได้สวยแน่นอน

ลงทุนทำอย่างไรให้มีรายได้หลักแสน

ลงทุนทำอย่างไรให้มีรายได้หลักแสน

เลิกผูกติดกับรายได้

เลิกผูกติดกับรายได้อย่างกับเงินเดือนของงานประจำที่ต้องออกทุกเดือน ควรเล็งแต่ผลที่ตอบแทนในระยะยาว อย่างเช่น กำไรปันผล ให้เข้าใจง่าย ๆ คือสร้างผลตอบแทน 100% ต่อปี ดีกว่าผลตอบแทนรายเดือนแค่ 5%

ลองจินตนาการถึงหุ้น

ซื้อหุ้น ให้ผลตอบแทน 5% เช่นลงทุนไป 10 ล้าน จะได้ปันผล 5 แสน/ปี หรืออาจจะซื้อคอนโดยูนิตละ 5 ล้าน แล้วเอามาปล่อยเช่า ได้ค่าเช่าเดือนละ 2 หมื่น คงจะเข้าใจได้ว่า ถ้าอยากมีรายได้เยอะ ให้เก็บเงินต้นให้เยอะขึ้น ก็คือเก็บเงินเดือนให้ได้เยอะ ๆ

ถ้ามีเงินน้อย แต่อยากได้เงินเยอะ ต้องมีความเสี่ยงมากขึ้น

การลงทุนต้องศึกษาให้มาก ๆ หากมีความรู้แล้วก็สามารถสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็ว ขอแค่คุณมีความรู้ และมีประสบการณ์เยอะ ถ้าอยากได้เงินที่รวดเร็วก็ต้องฝึกหนัก ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ

เลิกคิดถึงแต่ผลตอบแทนที่ใช้ในการลงทุน

ไม่ควรคิดถึงแต่ผลตอบแทน ที่จะไม่ต้องทำอาชีพอื่น แต่ควรที่จะทำงานที่ตนเองรักไปด้วยพร้อมกับการลงทุน รายได้จากการทำงานจะช่วยลดความยากของการลงทุน

ลงทุน อย่างไรให้มีรายได้หลักแสน

มนุษย์เงินเดือน ลงทุนอะไรดี

มนุษย์เงินเดือน ลงทุนอะไรดี

มนุษย์เงินเดือนส่วนมากมักจะคิดว่าต้องมีเงินเดือนสูง ๆ ถึงจะสามารถลงทุนได้ แต่ที่แล้วจริงคือคุณจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ หากสามารถแบ่งสัดส่วนของเงินได้ ก็สามรถนำเงินนั้นไปลงทุนเพื่อให้มีรายได้เพิ่มได้ สร้างอาชีพและรายไดีใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากเงินเดือนได้

มนุษย์เงินเดือน ลงทุน

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ ฐานเงินเดือนอาจจะยังได้น้อยอยู่ แต่ไม่ว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ ก็สามารถแบ่งสรรปันส่วน สามารถนำเงินไปลงทุนได้ เพื่อเพิ่มรายได้

เมื่อได้รับเงินเดือน สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ แบ่งเงินที่ได้มาออกเป็น 3 ส่วน ตามการใช้จ่ายของตัวเองในแต่ละเดือน และ กำหนดจำนวนเงินให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายของเราให้มากที่สุด

การแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วนทำได้ดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 60%

2. เก็บเป็นเงินสำรอง 10%

3. ลงทุน 30%

จะเริ่มยังไงดี…กับการลงทุน ? แนวทางการลงทุน

1. ขายของ

ขายของออนไลน์ ตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กับตลาดนัด ยุคนี้ใคร ๆ ก็เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีไปเดียมองหาสินค้าที่จะสามารถสร้างความสนใจให้ลูกค้าได้มาสร้างหน้าร้านบนเว็บไซต์ และโซเชียล มีเดีย ต่าง ๆ เช่น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ โดยเฉพาะตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีคนเข้าถึงมากที่สุด นั่นคือ เฟสบุ๊ค นั่นเอง เพียงแค่โปรโมทให้ถูกวิธี หรือถ้าเป็นการทำหน้าร้านบนเว็บไซต์ อาจจะเป็นการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเรานั้นติดอันดับการค้นหา หากได้รับการตอบรับที่ดี อาจพัฒนาเป็นธุรกิจส่วนตัวได้เลย ถ้าสามารถทำอันดับกลุ่มเว็บ hero88 ขึ้นมาได้ก็ยิ่งทำเงินได้มาก ความสามารถเป็นไปตามกำไรที่จะได้รับ

ขายของตลาดนัด ช่วงนี้ ตลาดกลางคืนมีเปิดใหม่มากมาย ถือเป็นแหล่งรวมนักช้อป หากมีความชอบด้านการขายของตามตลาดนัด ก็สามารถนำเงินไปลงทุนได้ โดยขายสินค้าที่น่าสนใจและมีคุณภาพ เช่น อาหาร ของกินเล่นต่าง ๆ เสื้อผ้า แล้วแต่ความคิดและความถนัดของแต่ละบุคคล

2. การฝากประจำ

ถ้าไม่อยากลงแรง ก็สามารถนำเงินไปฝากไว้ทุกเดือน เป็นการสร้างวินัยการออมเงิน อีกวิธีหนึ่ง เมื่อครบตามกำหนดจะได้ดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ ซึ่งสูงกว่าการสะสมทรัพย์หรือสูงกว่าการฝากในบัญชีออมทรัพย์ ฝากนานเท่าไหร่ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก

มนุษย์เงินเดือน ลงทุนอะไร

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน ต้องทำอะไรบ้าง

การจะประสบความสำเร็จในการลงทุนหลักล้าน จำเป็นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานหลายประการ ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมสิ่งที่นักลงทุนระดับเงินล้านทำเป็นกิจวัตรเพื่อเป็นบันไดสู่ความสำเร็จของทุกท่าน ดังนี้

การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาคลังความรู้ในสมอง

นอกจากการลงทุนด้วยเงินในธุรกิจที่น่าสนใจแล้ว ยังต้องลงทุนในความรู้อยู่ตลอดเวลา เราจะพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งฟังข่าว อ่านหนังสือ หรือติดตามคอลัมน์ในสื่อเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการอัพเดตความรู้ให้มีความทันสมัยและไม่ปล่อยให้โอกาสในการลงทุนในสิ่งใหม่ ๆ ก่อนคนอื่นหลุดมือไปง่าย ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความรู้ด้วยการฟังสัมมนาทั้งแบบฟรีและเสียเงินแบบที่จัดในไทยและต่างประเทศเพื่อศึกษาทฤษฎีใหม่ ๆ จากนักการตลาดและนักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าเป็นประจำ ไม่มีคำว่าล้าสมัยเลยสำหรับคลังสมองของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จชั้นแนวหน้ากลุ่มนี้

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน ต้องทำอะไรบ้าง

การลงพื้นที่จริงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่หลากหลาย

นักลงทุนเงินล้านต้องรู้และเห็นด้วยตาตัวเองก่อนที่จะเชื่อว่าการรายงานตามสื่อ หรือเอกสารต่าง ๆ เป็นความจริง โดยเฉพาะผู้ลงทุนในหุ้นและธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ยิ่งต้องได้ลองไปเยี่ยมเยียนสถานที่ประกอบกิจการนั้น ๆ มาก่อนแล้วทั้งสิ้น

ส่วนการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกับคนอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันเช่นกัน เพื่อให้เกิดการฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก ที่มักได้ความคิดเห็นที่หลากหลายยิ่งกว่าการทำงานในบริษัท

การอ่านรายงานผลดำเนินงานของกิจการ

ในทุกวันหลังการทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัว นักลงทุนที่ดีจะมีการอ่านรายงานผลประกอบการ ผลวิเคราะห์สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้น บัญชีสินทรัพย์ รายได้รายจ่ายขององค์กร เพื่อพิจารณาว่าควรต้องเดินหน้าอย่างไร จะผลักดันแผนการส่วนไหนให้กู้สถานการณ์วิกฤต หรือเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดฝัน ฯลฯ

การเดินทางไปหาประสบการณ์ที่หลากหลายและความท้าทายใหม่ ๆ

แม้ว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จหลายท่านจะอยู่ในจุดที่มีเงินทองพอกินและเหลือใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะมีไลฟ์สไตล์ที่สบายแบบไม่ต้องทำงานอย่างที่คนทั่วไปใฝ่ฝัน ตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านั้นต่างพากันสะพายเป้ออกเดินทางครั้งใหม่ในสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้ เช่น การปีนยอดเขาเอเวอร์เรส การไปเล่นสกีน้ำแข็งในสนามสุดโหด รวมถึงการไปในดินแดนต่างประเทศที่มีความทุรกันดารแนว unseen เพื่อหาความท้าทายใหม่ ๆ และเป็นการสร้างคุณค่าให้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม

การเรียนรู้จากนักลงทุนเงินล้านทั้งด้านวิธีการคิดและการใช้ชีวิต จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเรา จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินชีวิตประจำวันให้เข้าใกล้ความสำเร็จเฉกเช่นกัน

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวยและมีสุข ปี 2019

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวยและมีสุข ปี 2019

ปี 2019 เป็นอีกปีหนึ่งที่คนต้องการลงทุนเพื่อการสร้างรายได้ที่มั่นคงและเสริมสร้างความอุ่นใจในอนาคต ซึ่งประโยคที่เราทุกคนได้ยินกันบ่อย ๆ คือ การลงทุนทุกครั้งมีความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนการลงทุนต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง ต้องลงทุนอย่างไรจึงจะทำให้ร่ำรวยและมีความสุขได้พร้อมกัน เชิญผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในการลงทุนมาหาคำตอบด้วยกัน ดังนี้

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวย

ก่อนการลงทุน ต้องรู้ความสนใจและความถนัดของตัวเอง

การมีความสามารถหลายด้านเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการเลือกลงทุนในสิ่งที่ตัวเองถนัด และมีความหลงใหลหรือ passion กับมันมากที่สุด ซึ่งจะเห็นได้ว่านักธุรกิจหรือมหาเศรษฐกิจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ล้วนมีความสุขกับการทำสิ่งที่ชอบ และมักต่อยอดไปในแขนงต่าง ๆ จากสิ่งที่ตัวเองสนใจอยู่แต่เดิม คุณจึงต้องลองทำและหาประสบการณ์ในสิ่งต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น ทำอาหาร เล่นกีฬา เล่นดนตรี ฯลฯ ซึ่งจะทำให้คุณตอบตัวเองได้ว่าจะลงทุนกับสิ่งใดที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองมากที่สุด

การดูทิศทางของตลาดโลกและสถานการณ์ทางสังคม

การลงทุนต้องมีความพอประมาณ ไม่ทำตัวเองให้อยู่ในจุดเสี่ยงจนเกินไป ซึ่งการที่จะรู้ได้ว่าความเสี่ยงที่สุดอยู่จุดใด ก็จำเป็นต้องมีการศึกษาหาข้อมูลทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม ทั้งระดับรากหญ้าและมหภาคหรือสังคมโลกว่าขณะนั้น ๆ กำลังอยู่ในจุดที่ตลาดการค้าขายคึกคัก หรือซบเซา เทรนด์สินค้าและบริการด้านใดเป็นที่นิยมและเป็นกระแสสังคมยอดฮิต เช่น กระแสการใช้เทคโนโลยีระบบ 4G และ 5G ที่กำลังจะมาถึงตัวเราในอีกไม่ช้า หากเราทำตัวให้อยู่ในกระแสและจับตาทิศทางของตลาดไว้อย่างต่อเนื่อง ย่อมสามารถลงทุนได้ถูกจังหวะและมีเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดน้อย

การแบ่งเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงในการลงทุน

การประเมินตัวเองว่าสามารถรับความเสี่ยงในการขาดทุนได้มากน้อยเพียงใด เป็นสิ่งสำคัญในการทำให้คุณรู้จักตัวเองได้ดีขึ้น (สามารถทดสอบได้จากเว็บไซต์ด้านการเงิน การลงทุนของสถาบันการเงินต่าง ๆ) โดยผลลัพธ์จากการประเมินจะเป็นแนวทางให้คุณเลือกจัดสรรเงินทุนที่มีอยู่กับการลงทุนที่มีความเสี่ยง (แง่ลบ) และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน (แง่บวก) ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมกับตัวเอง

เช่น ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงขาดทุนได้ต่ำ ก็ควรลงทุนในพันธบัตรตราสารหนี้หรือกองทุนเปิดในสัดส่วนที่มากกว่าการซื้อขายหุ้นรายตัวในตลาดหลักทรัพย์ หากคุณมีวินัยในการลงทุนเช่นนี้จะทำให้ไม่เครียดและทำให้คุณมีเวลาไปทำในสิ่งอื่น ๆ ที่ถนัดและต้องการได้อีกด้วย

ลงทุนอย่างไร ให้ร่ำรวยและมีสุข

การเลือกลงทุนในสิ่งที่ชอบ มี passion และความถนัดเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดให้ก้าวสู่ความสำเร็จ มีโอกาสร่ำรวยมากกว่าการทำตามแฟชั่นที่ตัวเองก็ยังไม่รู้จักมันดีพอ ซึ่งย่อมสัมพันธ์กับความสุขในการลงทุนและการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาวอย่างแน่นอน

อย่าเพิ่งลงทุน-หากยังไม่ได้ศึกษาตลาดโลก-ปี-2018

อย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ศึกษาตลาดโลก ปี 2018

เรียกได้ว่า ปัจจุบันเป็นยุคแห่งการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจมือเก๋าหรือนักธุรกิจน้องใหม่ไฟแรง ล้วนต้องปรับตัวและแนวคิดให้เข้ากับยุคเทคโนโลยี 4.0 ซึ่งบอกได้เลยว่าอย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเทรนด์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจและสังคมโลก ดังนี้

อย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ศึกษาตลาดโลก

ปัจจัยแรกคือ ด้านวัยของประชากร

การที่ประเทศไทยของเราและประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย จึงทำให้แนวทางการลงทุนมุ่งเน้นไปที่ ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้ โดยองค์การสหประชาชาติวิเคราะห์ว่าอีกไม่เกิน 15 ปี ประชากรโลกที่อายุเกินวัยเกษียณจะมีมาก ถึง 16 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองโลกทั้งหมด

ปัจจัยที่สอง คือ ด้านจำนวนของประชากร

การที่จำนวนประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนกว่าแปดพันล้านคน หรือราว 14 เปอร์เซ็นต์จากปัจจุบัน จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำ และทรัพยากรทางธรรมชาติ ทิศทางการลงทุนจึงเน้นไปทางธุรกิจอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการย้ายฐานอุตสาหกรรมด้านเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังประเทศที่มีค่าแรงและค่าครองชีพต่ำ อย่างลาว เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของเรามากขึ้น

ปัจจัยที่สามคือ ด้านระยะทางและความสะดวกในการขนส่ง

ในขณะนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทำให้การสั่งซื้อสินค้าเป็นเรื่องง่าย และเกิดวงจรการซื้อขายทั่วโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งและเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งผลิตไปยังศูนย์กระจายสินค้าและส่งถึงมือผู้ซื้อ หรือที่เรียกกันว่า ระบบโลจิสติกส์และการคลังสินค้า จึงเป็นธุรกิจที่น่าดึงดูดใจ มีอัตราการคืนทุนและให้ผลกำไรสูงมาก จึงเป็นแนวทางการลงทุนที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก

ปัจจัยที่สี่คือ ด้านการตลาดและ content ออนไลน์

เครือข่ายการสื่อสารในยุค 4.0 อย่างปัจจุบัน เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการทำธุรกิจให้เติบโตไว เพราะทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ตลอดเวลา นักการตลาดออนไลน์และนักทำ content ที่มีฝีมือขั้นเทพจึงเป็นที่ต้องการและมีรายได้สูงมากขึ้น โดยเฉพาะหากสามารถสร้างผลงานได้หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของผู้จ้างงานได้ ในเวลารวดเร็ว ก็จะได้ค่าตอบแทนที่น่าพึงพอใจยิ่งขึ้น ทั้งนี้งานสายนี้ก็มีการลงทุนคือการลงเรียนในคอร์สเฉพาะทางและค่าโปรแกรมต่าง ๆ เช่นกัน

อย่าเพิ่งลงทุน หากยังไม่ได้ศึกษา

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับทั้ง 4 ปัจจัยที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในยุค 2018 จะเห็นได้ว่า ล้วนมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อการออกมาตรการทางกฎหมาย การค้า การภาษี และทางการฑูตระหว่างประเทศ ดังนั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องที่กล่าวมาอีกมากนับจากนี้ นักธุรกิจทุกท่านจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป