4 เทคนิคที่เปลี่ยนทุนหลักร้อยให้เป็นผลกำไรหลักหมื่นหลักแสน

กระแสฟุตบอลกำลังมาแรงมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ แล้วหลายคนก็รู้ดีว่าการแข่งขันฟุตบอลมักจะมาคู่กันกับการพนัน จนทำให้สร้างรายได้มากถึง 200-300 บาทต่อวัน และมีบางคนที่ทำกำไรได้มากถึงหลักแสน จากการเดิมพันในช่วงระยะเวลา 1 ปี แล้วก็มีเซียนบอลจำนวนหนึ่งที่ความสามารถเปลี่ยนทุนเดิมพันหลักร้อยให้เป็นผลกำไรหลักหมื่นหลักแสนได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ เล่าเรื่องมาขนาดนี้แล้ว เชื่อว่ามีหลายคนกำลังให้ความสนใจและอยากรู้เทคนิค ดังนั้นเรามาดูกันกับ 4 เทคนิค

เทคนิคที่ 1 : เลือกเว็บเดิมพันที่เป็น Partner ในการลงทุนระยะยาว โดยผู้เล่นต้องให้ความสนใจกับเรื่องตัวเว็บพนันที่ผู้เล่นจะใช้บริการในการลงทุนเสียก่อน เนื่องจากเว็บเดิมพันนั้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในด้านประสบความสำเร็จ หากเกิดเลือกใช้บริการในเว็บพนันที่ไม่มีคุณภาพก็อาจจะล้มเหลว ส่วนการเลือกเว็บพนันออนไลน์ที่ดีนั้นควรจะมีโปรโมชั่นเข้ามาช่วยส่งเสริมในการทำกำไร ช่วยให้ผู้เล่นมีโอกาสขาดทุนน้อยลงจากการวางเดิมพันในแต่ละครั้ง ยกตัวอย่าง คืนเงินที่ผู้เล่นเสียไปเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ หรือเป็นเว็บที่ไม่เอาเปรียบผู้เล่นจนเกินไปในเรื่องของอัตราการต่อรองที่เปิดมาให้เดิมพัน

เทคนิคที่ 2 : เลือกโหมดเดิมพันที่เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ ไม่ใช่เลือกแต่โหมดที่ได้รับความนิยม ยกตัวอย่างเช่น โหมดการเดิมพันแฮนดิแคปอัตราต่อรอง หรือเดิมพันแบบสเต็ปที่ได้ผลกำไรมากเป็นหลายเท่าตัว เพราะใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำกำไรจากโหมดเหล่านี้ได้ มาดูกันไปทีละโหมด เริ่มที่โหมดลูกเตะมุม สามารถทำการเก็งกำไรได้จากจำนวนลูกเตะมุมของทั้งสองทีม ส่วนเทคนิคในการเก็งกำไรจากลูกเตะมุมนั้นให้ดูฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมเป็นหลัก แล้วถ้าเกิดทั้งสองทีมมีการบุกใส่กันตลอดทั้งเกม ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าเข้าข่ายโหมดแต้มสูงที่นับจากจำนวนประตูของทั้งสองทีมที่ทำได้

เทคนิคที่ 3 : ต้องวางแผนจะได้มองเห็นการทำกำไรในระยะยาว ซึ่งการเดิมพันในแต่ละครั้งนั้นจะหวังแค่ดวงช่วยไม่ได้ โดยที่ผู้เล่นควรกำหนดเอาไว้ว่าลงทุนจำนวนเงินเท่าไหร่และจะแบ่งใช้เดิมพันทั้งหมดกี่วัน โดยเทคนี้จะช่วยลดปัญหาของการโอเวอร์เบทหรือการลงเดิมพันด้วยจำนวนเงินที่เยอะมากเกินไปในแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการขาดทุนมานักต่อนักแล้ว และในทุกๆครั้งที่ผู้เล่นสามารถทำกำไรได้ในแต่ละวัน ควรจะเป็นกำไรที่ขั้นต่ำ 2 เท่าของเงินที่ผู้เล่นขาดทุนจากการลงทุนไปก่อนหน้า เช่นขาดทุน 100 บาท โดยจำนวนเงินกำไรที่ผู้เล่นควรทำได้ในแต่ละวันก็คือ 200 บาทเป็นอย่างต่ำ

เทคนิคที่ 4 : ให้เลือกเก็งกำไรไปทีละคู่ไม่ต้องรีบร้อนเล่นทีละหลายคู่ เอาจริงแล้วจำเป็นต้องเดิมพันวันละหลายคู่ก็ได้ เพราะถ้าเกิดผู้เล่นใช้เงินลงทุนหนักๆที่คู่มั่นใจเพียงแค่ 1 คู่ เราก็สามารถทำกำไรได้ไม่แพ้กับการลงทุน 3 คู่หรือ 5 คู่ แล้วการเดิมพันทีละคู่นั้นมีประโยชน์ตรงที่ทำให้ผู้เล่นสามารถโฟกัสในการลงทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยการคาดการณ์ผลการแข่งขันที่แม่นยำจากช่วงเวลาวิเคราะห์บอลที่มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากมี 500 บาท แล้วแบ่งเป็นคู่ละ 100 บาท อาจจะได้กำไรแค่ 3 คู่ แล้วขาดทุนไป 2 คู่ แต่ถ้าเกิดผู้เล่นลงทุนคู่เดียวไปหนักๆ 500 บาท แล้วชนะขึ้นมาก็จะได้รับกำไรกลับมาเต็มที่ 500 เลย

ทั้ง 4 เทคนิคที่ได้กล่าวมาไม่ใช่เทคนิคที่ตายตัวหรือต้องทำตามแบบเคร่งครัดแต่อย่างใด แต่ว่าผู้เล่นสามารถนำเทคนิคต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ได้ในรูปแบบของการลงทุนของตัวผู้เล่นเอง เพียงแต่รูปแบบของการลงทุนที่เรานำมาเสนอนี้ มีเซียนบอลหลายๆคนเลือกใช้ ถ้าหากอิงจากสถิติแล้วพบว่าได้ผลเกิน 90% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการต่อยอดและการเรียนรู้เข้าใจของตัวผู้เล่นเองด้วย

ขาดทุนเลี้ยวซ้าย ได้กำไรเลี้ยวขวา เรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

ทำไมการลงทุนจึงขาดทุนได้

“ถ้าคิดจะเป็นนักลงทุน ต้องพร้อมที่จะกำไรและขาดทุน” เพราะโลกของเราไม่ได้มีแต่ด้านที่สวยหรูอย่างคำลวงผิด ๆ ที่ชวนฝันให้เห็นภาพว่าถ้าลงทุนแล้วจะรวยเป็นเศรษฐี หรือ คำกล่าว “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” ซึ่งก็มีความจริงอยู่บ้างแต่ไม่ทั้งหมด ดังนั้นการลงทุนจึงเหมือนทางเดินที่ไปพบกับทางเลือกสองทางคือ การขาดทุน และ การได้กำไร

ทำไมการลงทุนจึงขาดทุนได้?

มีสาเหตุมากมายทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ธุรกิจ SMEs เกิดใหม่เพียงร้อยละ 50 เท่านั้น ที่เป็นผู้รอดเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี นั่นหมายความว่าอีกร้อยละ 50 ก็คือขาดทุนหรือจำเป็นต้องปิดตัวลงไป ด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ รวมถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็มีผลทำให้กำไรหรือขาดทุนได้ แม้เป็นนักลงทุนรายย่อยก็เช่นกัน หุ้นตัวที่ถืออยู่อาจจะทำกำไรได้ในวันนี้ แต่อาจจะขาดทุนมหาศาลในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้ รวมถึงการถือครองโลหะที่มูลค่าอย่างทองคำ หากเข้าซื้อผิดช่วงก็จะเกิดการติดดอยทองคำ ลงมาไม่ได้ไม่กล้าขายออกเพราะจะขาดทุน หลายรายต้องขาดทุนยิ่งขึ้นไปอีก เพราะพื้นลดระดับลงไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งดูสูงขึ้นจนไม่กล้ากระโดดลงมา

การปิดประตูขาดทุนทำได้หรือไม่?

สามารถทำได้ถ้ามีความรู้เท่าทันเหตุการณ์ และมีความจดจ่ออยู่กับธุรกิจที่ลงทุน อย่างเช่น นักลงทุนในหุ้น ที่บริหารพอร์ตด้วยตนเอง ได้รับคำแนะนำว่าให้ถือหุ้นเพียง 2-3 ตัวเท่านั้น หากมากกว่านั้น อาจจะติดตามข่าวสารไม่ทัน ซึ่งทุกวันนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมาก เช่น สหรัฐฯ สั่งขึ้นภาษีสินค้าจีน จากข่าวนี้ก็อาจจะทำให้หุ้นตัวที่ถืออยู่เกิดผลกระทบได้โดยที่คาดไม่ถึงมาก่อนก็เป็นได้ ความรู้ในงานที่ทำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก อีกทั้งต้องก้าวตามให้ทันเทคโนโลยีและแนวโน้ม ซึ่งมีกรณีศึกษามากมายถึงธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัวได้กับยุคของเทคโนโลยีทำให้ต้องปิดตัวลงไป ที่เห็นได้ชัด เช่น สื่อสิ่งพิมพ์สำนักต่าง ๆ ที่ทยอยปิดตัวลง หรือวงการเพลงที่ซบเซาลง จากการมาของยุคอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (Internet of Things) การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI กำลังมีบทบาทสำคัญที่อาจจะทำให้งานบางงานหรือบางธุรกิจต้องรีบปรับตัว

นักลงทุน ในหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ จะถือหุ้นบนหอคอยงาช้าง รอรับเงินปันผลเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเข้ามาขวนขวายความรู้ของธุรกิจไปด้วย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ต่าง ๆ กับสังคมออนไลน์ เพื่อรวบรวมข้อมูลทุกด้านเข้าด้วยกันแล้วประเมินความเสี่ยงของธุรกิจที่ถือครองหุ้นอยู่ว่าจะมีแนวโน้มอย่างไรในอีก 5-10 ปี ข้างหน้า หากทำได้ก็จะได้ก้าวเข้าไปอยู่ในเส้นทางของกำไรมากกว่าการขาดทุน

ขาดทุนเลี้ยวซ้าย ได้กำไรเลี้ยวขวา เรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน ต้องทำอะไรบ้าง

การจะประสบความสำเร็จในการลงทุนหลักล้าน จำเป็นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานหลายประการ ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมสิ่งที่นักลงทุนระดับเงินล้านทำเป็นกิจวัตรเพื่อเป็นบันไดสู่ความสำเร็จของทุกท่าน ดังนี้

การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาคลังความรู้ในสมอง

นอกจากการลงทุนด้วยเงินในธุรกิจที่น่าสนใจแล้ว ยังต้องลงทุนในความรู้อยู่ตลอดเวลา เราจะพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งฟังข่าว อ่านหนังสือ หรือติดตามคอลัมน์ในสื่อเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการอัพเดตความรู้ให้มีความทันสมัยและไม่ปล่อยให้โอกาสในการลงทุนในสิ่งใหม่ ๆ ก่อนคนอื่นหลุดมือไปง่าย ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความรู้ด้วยการฟังสัมมนาทั้งแบบฟรีและเสียเงินแบบที่จัดในไทยและต่างประเทศเพื่อศึกษาทฤษฎีใหม่ ๆ จากนักการตลาดและนักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าเป็นประจำ ไม่มีคำว่าล้าสมัยเลยสำหรับคลังสมองของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จชั้นแนวหน้ากลุ่มนี้

อยากสำเร็จอย่างนักลงทุนเงินล้าน ต้องทำอะไรบ้าง

การลงพื้นที่จริงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่หลากหลาย

นักลงทุนเงินล้านต้องรู้และเห็นด้วยตาตัวเองก่อนที่จะเชื่อว่าการรายงานตามสื่อ หรือเอกสารต่าง ๆ เป็นความจริง โดยเฉพาะผู้ลงทุนในหุ้นและธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ยิ่งต้องได้ลองไปเยี่ยมเยียนสถานที่ประกอบกิจการนั้น ๆ มาก่อนแล้วทั้งสิ้น

ส่วนการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกับคนอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันเช่นกัน เพื่อให้เกิดการฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก ที่มักได้ความคิดเห็นที่หลากหลายยิ่งกว่าการทำงานในบริษัท

การอ่านรายงานผลดำเนินงานของกิจการ

ในทุกวันหลังการทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัว นักลงทุนที่ดีจะมีการอ่านรายงานผลประกอบการ ผลวิเคราะห์สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้น บัญชีสินทรัพย์ รายได้รายจ่ายขององค์กร เพื่อพิจารณาว่าควรต้องเดินหน้าอย่างไร จะผลักดันแผนการส่วนไหนให้กู้สถานการณ์วิกฤต หรือเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดฝัน ฯลฯ

การเดินทางไปหาประสบการณ์ที่หลากหลายและความท้าทายใหม่ ๆ

แม้ว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จหลายท่านจะอยู่ในจุดที่มีเงินทองพอกินและเหลือใช้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะมีไลฟ์สไตล์ที่สบายแบบไม่ต้องทำงานอย่างที่คนทั่วไปใฝ่ฝัน ตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านั้นต่างพากันสะพายเป้ออกเดินทางครั้งใหม่ในสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้ เช่น การปีนยอดเขาเอเวอร์เรส การไปเล่นสกีน้ำแข็งในสนามสุดโหด รวมถึงการไปในดินแดนต่างประเทศที่มีความทุรกันดารแนว unseen เพื่อหาความท้าทายใหม่ ๆ และเป็นการสร้างคุณค่าให้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม

การเรียนรู้จากนักลงทุนเงินล้านทั้งด้านวิธีการคิดและการใช้ชีวิต จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเรา จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินชีวิตประจำวันให้เข้าใกล้ความสำเร็จเฉกเช่นกัน

ลงทุนกับพนักงานเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ

ลงทุนกับพนักงานเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ

ลงทุนกับพนักงานเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ

คุณคงเคยได้ยินเรื่องการลงทุนกับพนักงานเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่า ไม่เพียงเราจะได้ทรัพยากรที่มีความสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังสร้างแรงจูงใจในระยะยาวให้พนักงานมีความจงรักภักดีต่อองค์กรอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอธิบายว่า พนักงานเป็นสินทรัพย์สำคัญที่สุดของบริษัทธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ การพัฒนาทักษะความสามารถของลูกจ้างทุกระดับ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดได้

การพัฒนานำไปสู่เป้าหมายสูงสุด

พัฒนาคน พัฒนางาน

การพัฒนาคนเป็นพื้นฐานสำคัญทำให้ลูกจ้างมีความภักดีต่อองค์กร เมื่อเราให้เขาอย่างเต็มที่ เป็นแรงจูงใจให้เขาทำงานกับเราอย่างเต็มที่และและมีประสิทธิภาพ พนักงานจะเข้าใจบทบาทของตนและมีแรงบันดาลใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทำให้บริษัทของตนบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ อย่าลืมความสำคัญของแผนผังองค์กร ต้องบริหารคนไปตามโครงสร้างโดยดูว่าใคร หรือตำแหน่งไหน ควรได้รับการสนับสนุนเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของบริษัท

ความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

หลักการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพควรเปิดรับความคิดใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจของคุณ ตรวจสอบว่าคุณใช้เวลาของคุณอย่างไร ถ้าคุณใช้เวลามากเกินไปในการปฏิบัติงานหรือคุณอาจจะไม่มีเวลามากพอ ควรลงทุนส่งเสริมให้พนักงานได้เรียนเสริมเพิ่มความรู้และแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนดูแลงานแทนคุณ วิธีนี้จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตและสร้างผลตอบแทนตามต้องการโดยที่คุณไม่ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง ผู้นำที่มีประสิทธิภาพสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้มากขึ้น ทำงานเก่งขึ้น มีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ตั้งใจทำงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนให้ดีขึ้น รู้สึกมีแรงจูงใจที่จะเติบโตและมีส่วนร่วมในเป้าหมายทางธุรกิจของบริษัท

การพัฒนานำไปสู่เป้าหมายสูงสุด

สร้างวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน

การสร้างวัฒนธรรมองค์กร มีค่านิยม ความเชื่อ มุมมองและพฤติกรรมที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จและมีผลกำไร เราจะรู้ได้ว่าใครพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมได้ตั้งแต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์งาน สามารถประเมินได้ว่าผู้สมัครมีความเหมาะสมกับวัฒนธรรมขององค์กรและพร้อมจะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพได้หรือไม่ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต้องการให้พนักงานทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน มีความสนใจในเรื่องความก้าวหน้าของบริษัท จะเกิดประโยชน์กับธุรกิจของคุณมากที่สุด

การลงทุนฝึกอบรมพนักงาน

บริษัทธุรกิจจึงไม่ควรละเลยเรื่องการลงทุนในด้านฝึกอบรมพนักงานและการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ทั้งในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ให้ทุกคนทำงานด้วยใจรักได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องวางแผนความสำเร็จของบริษัทโดยรับประกันความเติบโตและก้าวหน้าในตำแหน่งงานและการเงินของพนักงานด้วย ลูกจ้างจะมีกำลังใจทำงานหากรู้ว่าทำงานแล้วมีโอกาสได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ปรับเพิ่มเงินเดือน ทำให้มีเป้าหมายในการทำงานให้สำเร็จรวดเร็วและมีคุณภาพ เพราะรู้ว่าประโยชน์ของบริษัทมีมากเท่าไร จะสร้างผลตอบแทนย้อนกลับมาสู่ตนเองมากทวีคูณเช่นเดียวกัน

ลงทุน 3 ประการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ลงทุน 3 ประการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ลงทุน 3 ประการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ในเรื่องของการลงทุนนั้น เราจำเป็นจะต้องระวังให้ดีและคิดให้ดีก่อนที่จะลงทุน เพราะการลงทุนเงินโดยที่ไม่ได้มีการวางแผน ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากจะทำให้คุณต้องเสียเงินทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยที่ไม่ได้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมา แถมความเสี่ยงก็สูงมากขึ้นกว่าเดิมด้วย การวางแผนผ่านการลงทุนคุณสามารถวางแผนได้ โดยใช้หลักการคิดที่ว่าจะลงทุนเพื่อให้เงินก้อนนี้งอกเงยขึ้นมากว่าเดิมได้อย่างไร จะให้เงินงอกเงยออกมาเป็นดอกหรือเป็นผลได้อย่างไรบ้าง เมื่อคิดวางแผนเช่นนี้แล้วขั้นตอนต่อไปคือการค้นหาว่าจะลงทุนทำอะไรเป็นหลัก และวางแผนเจาะลึกอีกครั้งว่าจะทำในระยะสั้นหรือระยะยาวตามมา แต่ไม่ว่าคุณจะลงทุนทำอะไรก็ตาม คุณจำเป็นจะต้องอาศัยหลักในการลงทุน 3 อย่างเป็นตัวชี้นำทาง ดังนี้

การวางแผนในเรื่องของเงินทุนเริ่มต้น

สำหรับเงินทุนเริ่มต้น นับได้ว่าเป็นเงินต้นที่เราจะนำไปลงทุนโดยตรง หากว่าเราไม่มีสิ่งนี้เป็นหลัก เราจะไม่สามารถลงทุนได้ สิ่งที่เราจะแนะนำก็คือ อย่าพยายามนำเงินร้อนที่คุณมีมาเป็นเงินต้นในการลงทุน เนื่องจากการลงทุนอาจจะต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้เกิดผล ยิ่งถ้าหากไม่ได้ตามที่คุณได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ด้วยแล้ว ยิ่งจะส่งผลกระทบถึงคุณโดยตรงอย่างแน่นอน

ลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างไร

เมื่อเราได้ลงทุนไปแล้ว เราจะต้องรู้ต่อว่าลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างไร มีผลเช่นไร คุ้มค่าหรือไม่ และควรคิดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย หากเกิดขึ้นเราจะทำอย่างไรต่อไป นอกจากนี้คุณควรศึกษาเกี่ยวกับระบบการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น อย่ายึดแต่จะลงทุนเพียงอย่างเดียว โดยที่คุณไม่รู้อะไรเลย

คิดในเรื่องของระยะเวลาในการลงทุน

ในส่วนของระยะเวลาในการลงทุน นับได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง เมื่อเรามองเห็นช่องทางที่สร้างผลตอบแทนได้ดี เราย่อมที่จะลงทุนกับสิ่ง ๆ นั้น แต่คุณจะต้องคิดด้วยว่าระยะเวลาที่คุณจะได้ผลตอบแทนนั้น เป็นระยะเวลาที่ยาวนานขนาดไหน หากเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากและไม่เหมาะสมกับตัวคุณ คุณก็ไม่ควรลงทุนกับสิ่งนั้น

สำหรับหลักในการลงทุนทั้ง 3 แบบนี้ ถือได้ว่าเป็นหลักในการคิดและการวางแผนขั้นตอนเพื่อให้การลงทุนนั้นมีความรอบคอบ ต่อให้ไม่ว่าคุณจะลงทุนอะไรแบบไหน คุณก็จะสามารถลงทุนได้ดี ตลอดจนกระทั่งทำให้มันงอกเงยออกมาได้ตามใจคุณ หากคุณมีการวางแผนพร้อมทั้งบริหารดูแลมาเป็นอย่างดีแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่คุณได้วางแผนเอาไว้