การลงทุนแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ง่ายกว่าที่คิด!

การลงทุนแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ง่ายกว่าที่คิด!

การลงทุนแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ง่ายกว่าที่คิด!

การลงทุนถือเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามาก ใคร ๆ ก็สามารถที่จะลงทุนเพื่อให้เกิดผลกำไรที่งอกเงยได้แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ สำหรับใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็สามารถที่จะเริ่มต้นลงทุนได้อย่างไม่ยาก

สิ่งแรกที่เราควรรู้สำหรับการลงทุนก็คือ ในการลงทุนนั้น เราควรที่จะใช้เงินเย็นหรือเงินที่เราสามารถแบ่งสรรปันส่วนมาใช้ได้โดยไม่เดือดร้อน ไม่กระทบกับสภาพคล่องทางการเงินของเรา พูดง่าย ๆ ก็คือในส่วนนี้เราไม่ควรที่จะกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาใช้ในการลงทุน เพราะถึงแม้ว่าการลงทุนจะมีโอกาสที่ได้รับผลตอบแทนมาก แต่ความเสี่ยงในการที่จะขาดทุนก็สูงตามไปด้วย

การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับมนุษย์เงินเดือน

การลงทุนแบบที่ 1 ก็คือ การลงทุนในสลากออมทรัพย์ เป็นวิธีการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย คล้ายกับการซื้อลอตเตอรี่แต่เงินต้นที่ได้ลงทุนไปนั้นไม่ได้สูญเปล่า เสมือนเป็นการออมเงินอีกทางหนึ่งนั่นเอง แต่จะแตกต่างจากการฝากประจำตรงที่มีโอกาสลุ้นรางวัลในแต่ละงวด ทั้งนี้จะได้มากหรือได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับรางวัลที่ได้นั่นเอง ผลตอบแทนในวิธีการนี้ก็จะไม่แน่นอน อาจได้หรือไม่ได้เลยก็ได้ ซึ่งถ้าหากเราฝากเงินด้วยการซื้อสลากครบกำหนดตามเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็น 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปีก็จะได้รับดอกเบี้ยด้วย ถือเป็นวิธีการออมเงินทางอ้อมวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ

การลงทุนแบบที่ 2 ก็คือ การลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนประเภทนี้ถือว่ามีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นกว่าแบบแรกคือ มีโอกาสที่จะขาดทุนนั่นเอง ในส่วนนี้เราต้องศึกษาแต่ละกองทุนที่เรามีความสนใจว่ามีแนวโน้มของผลตอบแทนเป็นเช่นไร จำนวนเงินขั้นต่ำที่ใช้ลงทุนต้องเป็นเท่าไหร่ แล้วเรามีความต้องการผลตอบแทนในระยะสั้นหรือระยะยาว ก็ให้เลือกตามความเหมาะสมและความต้องการของตนเอง วิธีการนี้เราจะเป็นเพียงผู้ลงทุน ทางกองทุนจะมีผู้จัดการกองทุนที่เข้ามาบริหารเงินลงทุนของเราทั้งหมด

การลงทุนแบบที่ 3 ก็คือการลงทุนในหุ้น ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในบรรดาการลงทุนที่ได้กล่าวมาข้างต้น เพราะเราจะต้องเป็นคนบริหารจัดการเองทั้งหมด ทั้งการซื้อหุ้น ขายหุ้น ทั้งนี้หากเราคิดจะลงทุนในหุ้น ก็ควรที่จะใส่ใจในวิธีการลงทุน และติดตามการเปลี่ยนแปลงข่าวสารเศรษฐกิจ การผันผวนของหุ้นอย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นได้ว่าการลงทุนล้วนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น แต่การที่เราไม่คิดจะเสี่ยงหรือลงทุนอะไรเลย ก็คงไม่สามารถที่จะเพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่ได้ ดังนั้นหากว่าเรามีความตั้งใจ ใฝ่หาความรู้ข้อมูลต่าง ๆ และประเมินความเสี่ยงในการลงทุนอยู่เสมอ การลงทุนก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวของมนุษย์เงินเดือนอีกต่อไป

เหตุผลที่คนเงินน้อยควรเลือกออมหุ้น

เหตุผลที่คนเงินน้อยควรเลือกออมหุ้น

การเก็บออม ถือเป็นแผนการเงินที่ควรเริ่มต้นทำตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่ออนาคตที่มั่นคง ส่วนวิธีการที่จะสามารถเก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมายโดยเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับวงเงินที่ตั้งใจจะเก็บออมในแต่ละเดือน ความเสี่ยงที่รับได้ และโอกาสรับผลตอบแทนในการออมเงินที่จะแตกต่างไปในแต่ละรูปแบบการออม

หากมีเงินเก็บออมในแต่ละเดือนไม่มาก เพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงานและอายุยังน้อย แต่ต้องการผลตอบแทนเงินออมสูง ๆ ในอนาคต แนะนำให้เลือกวิธี “การออมหุ้น” ซึ่งถือเป็นการออมด้วยการลงทุน

การออมหุ้นคืออะไร

เป็นวิธีการลงทุนหุ้นสะสมไว้ในบัญชีของตนเอง (Port) เป็นประจำทุกเดือน เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนหุ้นที่สะสมไว้ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสได้รับส่วนต่างของราคา (กำไร) สูงกว่า เมื่อเทียบกับการนำเงินจำนวนเท่ากันไปฝากไว้ในธนาคาร นอกจากนี้ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในระหว่างการออมหุ้น ด้วย ”เงินปันผล” ที่บริษัทจะจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น หรือ สิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น การให้หุ้นเพิ่มทุนกับผู้ถือหุ้น เป็นต้น

ทั้งนี้การเลือกหุ้นสำหรับโครงการออมหุ้นนั้น ส่วนใหญ่จะได้รับการแนะนำให้เลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต และแน่นอนว่าไม่ใช่หุ้นในกลุ่มเก็งกำไร หลายคนเลือกหุ้นจากกลุ่ม SET50 เพื่อเก็บออมไว้ในระยะยาว

วิธีการออมหุ้น

1. กำหนดวงเงินที่จะออมหุ้น ส่วนใหญ่บริษัทหลักทรัพย์ที่มีโครงการให้ออมหุ้นนั้น จะกำหนดวงเงินขั้นต่ำไว้ที่เดือนละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินลงทุนที่ไม่สูงมากและเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ที่สำคัญการออมหุ้นหรือการซื้อหุ้นเก็บไว้นั้น ย่อมมีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ซึ่งกลุ่มคนที่อายุน้อยจะเป็นกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้ดีกว่าคนที่อายุมาก ดังนั้นจึงเป็นวิธีการเก็บออมที่เหมาะกับคนอายุน้อยและคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน

2. กำหนดจำนวนหุ้นที่จะซื้อเก็บเข้า Port ของตัวเอง โดยปกติบริษัทหลักทรัพย์ที่เปิดโครงการให้ออมหุ้นจะกำหนดให้เลือกซื้อหุ้นเก็บได้เดือนละไม่เกิน 20 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตัวเดิม ๆ ในวันที่เดียวกันของทุกเดือน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเก็บหุ้นด้วยวิธีนี้ อาจเริ่มด้วยการเก็บหุ้นไม่เกิน 2-3 ตัวก่อน เพื่อจะได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลพื้นฐานหุ้นที่เลือกให้ชัดเจน เพราะไม่ว่าจะเลือกลงทุนด้วยวิธีใดก็ต้องทำความเข้าใจพื้นฐานของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ให้ดีเสมอ

3. เลือกวันเวลาในการซื้อหุ้น โดยกำหนดไว้ให้ชัดเจนว่าทุกวันที่ใดของเดือนที่จะให้บริษัทดำเนินการตัดเงินชำระค่าหุ้นที่จะออม ซึ่งจะมีการตัดบัญชีในวงเงินเท่า ๆ กันทุกเดือน เพื่อซื้อหุ้นในกลุ่มที่เลือกไว้ สะสมไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ควรกำหนดให้ชัดเจนถึงบัญชีที่จะใช้ในการจ่ายเงินซื้อหุ้นและการรับเงินในกรณีที่บริษัทหุ้นนั้น ๆ จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นด้วย

สิ่งสำคัญสำหรับการออมหุ้น คือไม่ควรตื่นตระหนกกับการขึ้นลงของราคาหุ้นที่ออมไว้ เพราะเป้าหมายของการออมด้วยวิธีนี้คือการสร้างความมั่งคั่งในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้นประจำวัน เป็นเรื่องที่จะต้องมองข้าม เพื่อรอผลตอบแทนที่ดี และกำไรเป็นกอบเป็นกำในอนาคต

การออมหุ้นคืออะไร

อาหารทานเล่น ธุรกิจน่าลงทุน ปี พ.ศ.2563

อาหารทานเล่น ธุรกิจน่าลงทุน ปี พ.ศ.2563

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพการเงิน เศรษฐกิจและสังคม สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การทำงานประจำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไม่ได้เป็นงานที่สามารถการันตีถึงความมั่นคงในอาชีพอีกต่อไป ทำให้หลายคนเริ่มมองหาช่องทางในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เสริม หรือรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้

การลงทุน ในการขายสินค้าเป็นช่องทางในการลงทุนที่หลายคนให้ความสนใจ หนึ่งในประเภทสินค้าที่ลงทุนไม่เยอะ ทำง่ายและขายได้กำไร โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าประเภทของทานเล่นต่าง ๆ ซึ่ง 5 ธุรกิจอาหารทานเล่น ที่น่าลงทุน มีดังนี้

5 ธุรกิจอาหารทานเล่น

ไก่ป๊อบ เป็นอาหารว่างที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลายคนโปรดปราน สามารถทานคู่กับน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ รวมถึงยังทานเป็นอาหารจานหลักคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ และน้ำพริกหรือน้ำจิ้มได้ เงินลงทุนซื้อไก่ป๊อบผสมสำเร็จพร้อมทอดอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 100 – 200 บาท แต่หากทำเองจะอยู่ที่ประมาณ 80 – 100 บาทต่อกิโลกรัม โดยส่วนใหญ่ขายในท้องตลาดลูกละ 1 – 2 บาท

แซนด์วิชคลีน เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมมากทำง่ายเพราะไม่ต้องสรรหาวัตถุดิบเยอะและสามารถสร้างกำไรได้ดี โดยต้นทุนต่อขนมปัง 1 ถุง รวมวัตถุดิบอื่น ๆ อยู่ที่ประมาณ 150 – 200 บาท (ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใส่) ขายได้ 18 คู่ คู่ละประมาณ 25 บาท

รวมมิตร หน้าร้อนใกล้เข้ามาเท่าไหร่ขนมรวมมิตรใส่น้ำแข็งเย็น ๆ ราดด้วยน้ำหวานและนมข้นเป็นเมนูสุดโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลายคน โดยวัตถุดิบในการทำรวมมิตรสามารถหาซื้อได้จากท้องตลาดทั้งหมด โดยราคาที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 20 – 30 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณวัตถุดิบและขนาดของภาชนะที่ใส่

เฟรนช์ฟรายด์ ของทอดแสนอร่อยที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคก็สามารถทานได้เพลิน ๆ เงินลงทุนไม่สูงมากแต่ทำกำไรได้ดี รวมถึงมีขั้นตอนในการทำไม่ยุ่งยาก สามารถหาซื้อวัตถุดิบเฟรนช์ฟรายด์ปรุงสำเร็จพร้อมทอดได้จากห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าทั่วไป เมื่อทอดเสร็จราดด้วยซอสหรือเพิ่มผงแต่งรสต่าง ๆ ลงไปเพื่อความแปลกใหม่ โดยนำมาขายแบ่งเป็นถ้วย ถ้วยละ 20 – 25 บาท หรืออาจสูงกว่านี้ได้ขึ้นอยู่กับท็อปปิ้งต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้าไป

ยำ เป็นอาหารสตรีทฟู้ดที่ได้รับความนิยมทั่วทุกพื้นที่ ต้นทุนอาจสูงกว่าอาหารว่างอื่น ๆ แต่สามารถขายได้กำไรมากกว่า รวมถึงหากทำได้อร่อยก็สามารถสร้างฐานลูกค้าประจำได้ด้วย โดยส่วนใหญ่ยำ 1 ถุง จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 50 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและวัตถุดิบที่ใช้

อาหารทานเล่นทั้ง 5 เมนู เป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่งเท่านั้น หากคุณมีเมนูพิเศษประจำตัวที่สามารถทำได้ดีอาจเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะต่อการลงทุนเพื่อขายทำกำไรได้เช่นกัน

5 ธุรกิจอาหารทานเล่น

การลงทุนแบบมือใหม่ต้องเริ่มจากอะไรดี

ผู้ที่เป็นมือใหม่คิดจะลงทุน ต้องเรียนรู้โดยเริ่มจากอะไร

การลงทุนเป็นคำที่คนรุ่นใหม่ได้ยินบ่อยขึ้น เพราะภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนและภาวะเงินเฟ้อที่จะทำให้เงินมีมูลค่าลดลง การลงทุนจึงเป็นช่องทางที่จะทำให้เงินที่มีอยู่เพิ่มมูลค่าได้ โดยหากลงทุนตั้งแต่อายุน้อย ก็จะทำให้มีโอกาสร่ำรวยได้เร็วขึ้นด้วย

ผู้ที่เป็นมือใหม่คิดจะลงทุน ต้องเรียนรู้โดยเริ่มจากอะไร

1. เลือกสิ่งที่ตัวเองถนัด

ทุกคนต่างต้องการการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น ลงทุน 100 บาทแล้วได้ตอบกลับมาเป็น 10-30% ซึ่งการที่จะทำแบบนั้นได้ ส่วนใหญ่ต้องเป็นการลงทุนหุ้นรายตัวที่กำลังมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงและต้องเรียนรู้จังหวะในการซื้อขายด้วย แต่หากเป็นมือใหม่ ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ แนะนำให้เริ่มศึกษาจากสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตร และค่อย ๆ ปรับไปตามความถนัดจะป้องกันการสูญเงินต้นได้ดีที่สุด

2. ไม่ละเลยการหาความรู้

การเรียนรู้เรื่องการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญมากที่แม้แต่คนที่เป็นนักลงทุนมืออาชีพมีทรัพย์สินหมื่นล้านยังไม่สามารถหยุดนิ่งตัวเองที่จะเรียนรู้ได้ การศึกษาจากคลิปวิดีโอหรือการลงเรียนในคอร์สต่าง ๆ ที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษาเทคนิคการดูกราฟหุ้น การวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกและการเมือง ฯลฯ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การลงทุนมีทิศทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

3. กล้าที่จะลงมือ

หลายคนมัวแต่คิด แต่ไม่กล้าทำเสียที อย่าลืมว่าการเรียนรู้ผ่านระบบเสมือนหรือเกมส์การลงทุน ย่อมไม่เหมือนกับการอยู่ในสถานการณ์จริงของตลาด การเริ่มลงทุนจริง ๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คุณได้ก้าวต่อไป เพียงแต่เริ่มจากเงินทุนน้อย ๆ ประมาณ 5-10% ของเงินเก็บ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับขยายไป จะเป็นการไม่ประมาทและไม่ทำให้เสียดายมากหากถึงกรณีต้องขาดทุน

4. ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ

มีช่องทางมากมายที่นักลงทุนมือใหม่จะเข้าใจสภาพเศรษฐกิจและหัดประเมินสถานการณ์ตลาดการลงทุนที่สนใจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมตัวช่วยด้านเทคนิคในมือถือ หรือลงในคอมพิวเตอร์แบบฟรี ๆ ได้จากหลายเว็บไซต์

5. เข้าใจคำว่า cut loss

คำว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เป็นความจริงเสมอ ดังนั้น หากคุณต้องเผชิญสภาวะขาดทุนจากการลงทุน เช่น หุ้น ต้องเรียนรู้ที่จะ cut loss หรือหยุดการเสียหายไว้เท่าที่ใจคุณยอมรับได้ ซึ่งบางคนอาจยอมรับการขาดทุนได้ 10-20% แต่บางคนอาจยอมรับได้สูงถึง 50% ในส่วนนี้จึงต้องขึ้นกับอุปนิสัยและเงินทุนของแต่ละคน

จะเห็นได้ว่า การลงทุนสำหรับมือใหม่ มีหลายด้านที่ต้องศึกษา มีความตั้งใจจริง และสม่ำเสมอในการติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและลงทุนอย่างเป็นระบบ จะทำให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน

การลงทุนแบบมือใหม่ต้องเริ่มจากอะไรดี

เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เคล็ดลับการลงทุนที่ต้องรู้

ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายของตัวเอง

เป็นธรรมดาของคนเริ่มธุรกิจใหม่ที่จะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายการลงทุนที่มีราคาสูง แม้ว่าจะเป็นเพียงธุรกิจเล็ก ๆ จะต้องมีต้นทุนด้านสถานที่ ค่าธรรมเนียมธุรกิจ ใบอนุญาตและการลงทะเบียน ไหนจะต้องซื้ออุปกรณ์และวัสดุทั้งหลาย หมดเงินไปจำนวนมาก ยังไม่ทันเริ่มก็เครียดแล้ว แต่ถ้าเรียนรู้กลยุทธ์การออมและการลงทุนที่ถูกต้อง จะมีเงินหมุนเวียนคล่องมือ ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพคล่องอีกด้วย เมื่อคิดจะทำธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบพร้อมกับศึกษาเคล็ดลับต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจในฝันเดินหน้าไปจนถึงจุดคุ้มทุนโดยไม่สะดุดเสียก่อน มาดูกันว่ากลยุทธ์เหล่านั้นมีอะไรบ้าง

1.ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายของตัวเอง

คนที่เพิ่งเริ่มธุรกิจด้วยเงินลงทุนของตนเอง ก่อนอื่นคุณต้องบันทึกไว้ว่าคุณมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่าไร สามารถลดทอนและประหยัดได้เท่าไร ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายส่วนตัวแยกไว้เก็บบัญชีหนึ่ง ส่วนเงินสำหรับการลงทุนในธุรกิจให้แยกไว้อีกบัญชีหนึ่ง เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ช่วยให้บริหารจัดการเงินสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น การควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองทำให้ไม่พลาดเรื่องลดการใช้จ่ายเล็กน้อยที่ไม่สำคัญ เช่น กินกาแฟนที่บ้านแทนกาแฟสดราคาแพง ยกเลิกสมาชิกโรงยิมที่ไม่ว่าเข้าใช้บริการ หรือยกเลิกการสมัครสมาชิกเคเบิลทีวี เงินที่ประหยัดได้ส่วนนี้ควรเก็บออมสะสมเพื่อการลงทุนในภายหลัง

2.ลงทุนในกองทุนรวม

มีธนาคารพาณิชย์ไม่กี่แห่งที่ยอมปล่อยสินเชื่อให้เจ้าของกิจการหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นนับหนึ่งเท่านั้น ความไม่พร้อมทำให้เกิดปัญหาและไปไม่รอด หากคุณต้องการมองหาแหล่งทุนเพิ่มเติม อาจจะลงทุนกับกองทุนรวมซึ่งง่ายสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ข้อสำคัญคือพิจารณาเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ซื้อง่ายขายคล่อง ไม่มีข้อผูกพันระยะยาว เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ฉลาดเพื่อนำเงินออกมาใช้ได้เมื่อพร้อมที่จะเปิดธุรกิจ อย่างไรก็ดี ตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่ถูกหลอก กองทุนที่สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูง มีความเสี่ยงน้อยมาก อาจเป็นสัญญาณการหลอกลวงที่ชัดเจน

3.ลงทุนด้านความรู้

มีความคิดจะทำธุรกิจ สิ่งแรกที่สำคัญอาจไม่ใช่เงินทุนก้อนโต แต่เป็นการวางแผนล่วงหน้าและความรู้ซึ่งต้องศึกษาอย่างจริงจังและเตรียมตัวเพื่อทำธุรกิจโดยมีความรู้ความสามารถมากที่สุด มีความรอบคอบนำเงินลงทุนไปใช้ให้เกิดดอกผลงอกเงยในระยะสั้น ไม่ใช้เงินแบบเปล่าประโยชน์ เช่น ซื้อสินค้ามากักตุนไว้เพราะเห็นแก่การซื้อส่งที่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่สะสมของไว้ในสต๊อกมากเกินไป เริ่มธุรกิจไม่ทันไรก็ขาดสภาพคล่องแล้ว ซ้ำร้ายสินค้าระบายไม่ทันอาจหมดอายุเสื่อมคุณภาพไปเสียก่อน เท่ากับว่าทุนหายกำไรหด ในกรณีที่ตนเองไม่เก่งในด้านไหนให้จ้างคนที่มีความรู้ความถนัดมาช่วย เมื่อพบปัญหาก็จะคิดหาแนวทางแก้ไขได้ทันท่วงที

4.ลงทุนในสิ่งที่ส่งเสริมให้ธุรกิจก้าวหน้า

ก่อนนำเงินมาลงทุนในธุรกิจต้องพิจารณาว่าผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ การลงทุนแบบไหนจะส่งให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นที่สุด เช่น การลงทุนจ่ายค่าวางสินค้าในตำแหน่งสินค้าขายดีดูเด่นสะดุดกว่าคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าเห็นก่อนและหยิบง่ายในช่วงเวลารีบเร่ง ในฐานะธุรกิจขนาดเล็กยังไม่มีเงินทุนมากพอ อาจปรับการลงทุนเป็นการออกแบบแพ็คเกจจิ้งให้สะดุดตาน่าสนใจกว่า คิดหาวิธีที่สามารถปรับปรุงให้ธุรกิจมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เคล็ดลับการลงทุนที่ต้องรู้

ลงทุนแบบไหนมนุษย์เงินเดือนควรศึกษา

ลงทุนแบบไหนมนุษย์เงินเดือนควรศึกษา

ปัจจุบันมีการลงทุนหลากหลายแบบที่สามารถทำให้เงินทองงอกเงยขึ้นได้ ซึ่งคนที่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนควรจะทำการศึกษาไว้เพื่อทำให้เงินที่ได้มาอย่างจำกัดสามารถเพิ่มผลประโยชน์หรือสร้างรายได้ จากการลงทุนทั้งในแบบระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่งคั่งและความปลอดภัยทางฐานะในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

การลงทุนที่มนุษย์เงินเดือนควรศึกษาการ มีดังนี้

1. การฝากเงินแบบประจำ จะเป็นวิธีสะสมเงินออมไปเรื่อย ๆ แบบที่ได้ดอกเบี้ยอย่างแน่นอน เป็นการลงทุนแบบง่ายที่สุด ที่ผู้ทำงานแบบรับเงินเดือน จะไม่รู้สึกเป็นภาระหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มความเครียดในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ เงินฝากแบบประจำจะมีข้อดีที่ปลอดจากการเรียกเก็บภาษีด้วย เช่น ฝากประจำเดือนละ 500 บาทติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปีเต็ม จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% อย่างการฝากเงินแบบอื่น ๆ

2. การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรศึกษาและทำการหักเงินเข้ากองทุนเหล่านี้ตั้งแต่เดือนแรก ๆ เพื่อให้มีเงินเก็บเป็นก้อนจำนวนหลายแสนบาท สำหรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณ ทั้งนี้สามารถที่กำหนดเปอร์เซ็นต์เงินออมได้ว่าต้องการให้หักอัตโนมัติเท่าใดจากรายได้แต่ละเดือน (ในช่วงตั้งแต่ 12 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งอาจจะมีการสมทบจากนายจ้างตามกฎหมายด้วย การหักเงินอัตโนมัติเข้ากองทุนนี้ เป็นวิธีรักษาเงินไว้ได้เป็นอย่างดี ถ้าเทียบกับการลงทุนในหุ้นที่คุณยังศึกษาไม่ดีพอ ก็อาจทำให้เงินต้นสูญไปทั้งหมดได้

การลงทุนที่มนุษย์เงินเดือนควรศึกษา

3. สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นตัวอย่างการลงทุนแบบหนึ่งที่มีความเสี่ยงมากกว่าที่กล่าวมาใน 2 ข้อแรก โดยเฉพาะหากเป็นสหกรณ์จัดตั้งใหม่ที่ยังขาดระบบในการควบคุมและตรวจสอบ แต่ก็เป็นการลงทุนแบบที่มีอัตราผลตอบแทนที่สูง มีการคำนวณเงินปันผลให้กับสมาชิกของสหกรณ์เป็นรายเดือนรายปี ที่สามารถถอนมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้ หรือจะเก็บสะสมไปเรื่อย ๆ ก็ได้เช่นกัน

4. การลงทุนในหุ้นแบบปันผล เพียงศึกษาการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของบริษัท การซื้อหุ้นแบบปันผลในบริษัทเหล่านั้น จะสร้างความมั่งคั่งให้แก่คุณในระยะยาวได้ โดยยังสามารถซื้อหุ้นได้ในหลายกิจการอย่างที่คุณไม่สามารถเปิดกิจการเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง การลงทุนในข้อนี้จึงเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่

หวังว่าวิธีการออมที่ยกตัวอย่างมา จะมีประโยชน์ต่อทุกท่านในการทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้ เพื่อลงทุนและสำรองเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต

สิ่งที่ควรลงทุน ต้อนรับปี 2019

สิ่งที่ควรลงทุน ต้อนรับปี 2019

สิ่งที่ควรลงทุน ต้อนรับปี 2019

ในยุคที่มีการแข่งขันกันสูงทั้งทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ การค้าขายลงทุนในประเทศต่าง ๆ ก็จะล้วนได้รับผลกระทบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การลงทุนในสิ่งใดจึงจะตอบโจทย์ในด้านการลดความเสี่ยงและมีโอกาสได้ผลกำไร หรือมีรายได้งอกเงยกลับมาอย่างสม่ำเสมอในปี 2019?

เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ 6 ด้านการลงทุน เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับปีใหม่ 2019 ที่จะมาถึงอีกไม่ช้า

1. การลงทุนทางเว็บไซต์ออนไลน์ หลายคนยังใช้หน้าร้านแบบออฟไลน์ (offline) เพียงอย่างเดียวในการทำธุรกิจ ทำให้เป็นจุดด้อยสำหรับการแข่งขันในตลาด การลงทุนเปิดหน้าร้านออนไลน์ (online) จะช่วยเสริมให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางมากขึ้น ทั้งยังได้อาศัยหน้าร้านออฟไลน์ในเพิ่มความน่าเชื่อถือและเป็นแหล่งตรวจสอบความ “มีอยู่จริง” ของร้านค้า และยังสามารถรับลูกค้าที่สัญจรไปมาได้อีกทางหนึ่งเช่นเดิม

2. การเช่าพื้นที่ หรือ web hosting เพื่อการขายสินค้าบนเว็บไซต์ ถือเป็นการลงทุนเปิดตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจตัวเองที่คุ้มค่า โดยต้องเลือกบริษัทที่สามารถดูแล server และร้านค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ

3. การลงทุนจ้างกูรูด้าน SEO website และผู้เชี่ยวชาญในการทำ content SEO เพื่อปรับปรุงดาต้าและอัพเกรดข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ผ่านเข้าระบบอัลกอรึทึ่มการสืบค้น อย่าง กูเกิ้ล ยาฮู ได้จนติดอันดับหน้าแรก ๆ ทำให้สินค้าและบริการของคุณติดตลาดได้ไวยิ่งขึ้น

4. การลงทุนหาประสบการณ์ใหม่ ๆ แล้วนำมาบอกเล่าต่อ เป็นวิธีการของผู้ที่เป็นยูทูบเบอร์ (youtuber) หรือ Influenzer ที่มีความชื่นชอบในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ และถ่ายทอดออกมาทางสื่อออนไลน์ เช่น ท่องเที่ยวหรือ ลงเรียนคอร์สออกกำลังกายเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อนำมาต่อยอดเกิดเป็นรายได้ จากการอัพเคลิปเจ๋ง ๆ หรือบทความที่โดนใจ เรียกว่าเป็นการลงทุนสั้น แต่ได้ผลยาวเช่นกัน

5. การลงทุนด้านการเงิน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสถาบันด้านธนาคารและการลงทุนมีมากขึ้น หากคุณมีเป้าหมายที่จะมีรายได้แบบ passive จำเป็นต้องศึกษาว่าจะต่อยอดเงินเก็บไปกับการลงทุนแบบใดดีที่ตอบโจทย์เป้าหมายและอิสระในการใช้เวลาของคุณได้มากที่สุด ทั้งนี้ต้องศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนการลงทุนด้านนี้ให้มากด้วย

6. การลงทุนด้านสุขภาพ การใส่ใจสุขภาพ ซึ่งเป็นเหมือนทรัพยากรเดียวที่มีค่าที่สุดของคุณ ทั้งกายและใจ จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยอาหารที่มีคุณภาพดี คือ ไม่ใช่ราคาแพงเกินกำลังซื้อ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รับประทานครบห้าหมู่ทุกมื้อและหมั่นออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล และชะลอความเสื่อมของอวัยวะ และที่สำคัญคือ สมองจะได้โลดแล่น คิดอะไรไว ไม่เป็นโรคสมองเสื่อมก่อนวัยด้วย

เป็นอย่างไรบ้าง กับ 6 สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าเป็นสิ่งที่จะตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อการเติบโตของธุรกิจและรายได้อย่างยั่งยืน ตลอดปี 2019 อย่างแน่นอน

คุณพร้อมรับมือกับปีใหม่ 2019

แนวทางการลงทุน

แนะแนวทางลงทุนอย่างไรดีในช่วงครึ่งปี

แนวทางการลงทุน

ต้องยอมรับกันว่าครึ่งปีหลังภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวนแน่นอน โดยเฉพาะจากผลกระทบด้านเมืองที่ความขัดแย้งส่อเค้ารุนแรงขึ้น เกิดความตึงเครียดเข้าเกาะกุมในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยที่ไม่ได้มีรากฐานมั่นคง หากเกิดปัญหาติดขัดขาดเงินทุนสำรองเข้ามาอัดฉีดได้ทันเวลา เรื่องนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยอย่างมาก ต้องเตรียมตัวรับความผันผวนให้ดี เห็นความเสี่ยงล่วงหน้าแล้วต้องป้องกันให้ดี ถ้าช่วงนี้ยังมีจังหวะพอขยับขยายได้ให้รีบทำเลย แต่ถ้าต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง แนะนำให้ดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า เพราะมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คิด เงินเฟ้อสูงเร็วกว่าที่คาด

แม้ภาพรวมระบบเศรษฐกิจยังมีเสถียรภาพ แต่ปัญหาที่รุมเร้าหลายด้านกำลังเข้ามาสั่นคลอนบรรดานักลงทุนรายเล็กรายน้อย ถ้าอยากที่จะเจ็บตัวในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดก็ตาม ถามตนเองก่อนว่าเตรียมพร้อมรับมือกับการ แบกรับความเสี่ยง มากน้อยแค่ไหน ไม่มีใครปฏิเสธว่าสตาร์ทอัพและ SME กำลังมาแรงในยุคนี้ เพราะการทำงานเป็นลูกจ้างจะไม่มีโอกาสรวย เป็นได้อย่างมากก็แต่คนระดับกลางที่มีกินสุขสบาย แต่ถ้าอย่างมั่งคั่งอย่างยั่งยืนต้องเป็นเจ้าของกิจการ ในเมื่อเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยเพราะมีปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน การทำธุรกิจระดับเล็กและกลางเข้ามาตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ใช้เงินทุนน้อย แรงงานน้อย ระยะเวลาคืนทุนเร็ว ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือวัยเกษียณมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการได้ทุกคน

ติดขัดว่าช่วงครึ่งปีหลังอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นเพราะปัญหาสภาพคล่องทำให้บริษัทเล็ก ๆ เข้าไม่ถึงแหล่งทุน ทั้งยังขาดความรู้ในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะความเข้าใจในเรื่องการตลาด ทำให้กิจการล้มพับไปไม่น้อย ก่อนจะเป็น SME จำเป็นต้องเสียเวลาศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปลงทุน แหล่งทุนเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากเข้าถึงแหล่งทุนไม่ทันเวลาจะเสียโอกาส ไอเดียดี ๆ ของเราจะครบเครื่องและติดอาวุธให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็วทันใจ

ความเสี่ยงมีอยู่ในการลงทุน

การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง ต้องมีความรู้ในการลงทุนมาก่อน ในระหว่างที่พบกับปัญหาและอุปสรรคจะต้องเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ล้มแล้วลุกขึ้นมาปัดฝุ่นเดินหน้าต่อไป ปัญหาที่พบบ่อยคือทัศนคติในแง่ลบที่คิดว่าตนล้มไม่เป็นท่า รู้สึกเจ็บตัวกับการลงทุน

กังวลแต่ว่าภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ใครจะเข้ามาช่วยเหลือค้ำจุน พาลให้วางมือไม่ทำอะไร ไม่คิดแก้ไข ได้แต่ปลง ความจริงการปล่อยวางนั้นเป็นหลักธรรมให้วางจากความทุกข์แล้วลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวให้ก้าวไปสู่เป้าหมายข้างหน้า ขยันเรียนรู้และแก้ไขปัญหาด้วยความฉลาดอย่างมืออาชีพ นั่นคือแนวทางสร้างธุรกิจของคนธรรมดาที่ต่อมากลายเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง คนธรรมดาอย่างเราก็ไปให้ถึงฝันได้ เพียงแต่ต้องมีความรู้และเข้าใจว่าทำอย่างไรถูกต้องและถูกวิธี เพื่อที่จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จในที่สุด

แบกรับความเสี่ยงในการลงทุน