เหตุผลที่ควรลงทุน ด้านการตลาดดิจิทัล

เหตุผลที่ควรลงทุน ด้านการตลาดดิจิทัล

คุณกำลังคิดเริ่มต้นธุรกิจของคุณเอง หรือบางทีอาจเป็นเจ้าของกิจการและมองหาวิธีดึงดูดลูกค้ามากขึ้น ธุรกิจประสบความสำเร็จจะต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดี วิธีดีที่สุดคือการปรับตัวตามยุคดิจิตอล บางบริษัททำวิธีการตลาดแบบเดิม ยังไม่เต็มใจที่จะยอมรับ เพราะกังวลและคิดว่าโฆษณาดิจิทัลมีความเสี่ยงในการลงทุน … ความจริงแล้วถ้าบริษัทไม่ปรับตัว จะสูญโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจงด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า ประหยัดเวลา ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่า

หากคุณมีเว็บไซต์และทำธุรกิจแบบอีคอมเมิร์ซ ควรพิจารณาลงทุนทำการตลาดดิจิทัลตั้งแต่วันนี้ เพราะการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตนับวันจะขยายตัว คิดค่าเฉลี่ยคนใช้เวลาท่องอินเทอร์เน็ตมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มใช้งานเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยความสะดวกในการเผยแพร่ข้อมูล การติดต่อสื่อสารและโปรโมทสินค้าและจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น ธุรกิจที่เคยทำการตลาดแบบดั้งเดิมเพื่อเข้าถึงลูกค้าจะพบว่าอินเทอร์เน็ตทำได้ดียิ่งกว่า ลูกค้าสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว เข้าอ่านบทความที่โน้มน้าวใจ อ่านรีวิวความคิดเห็นของผู้อื่นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อทบทวนการตัดสินใจ ทำให้การส่งเสริมการขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากมีทักษะดิจิตัลชั้นสูง อาจช่วยลดต้นทุนได้เยอะ

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคืออินเทอร์เน็ตเจาะเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายแม่นยำกว่า ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนกับการตลาดดั้งเดิม ในเว็บไซต์และเฟซบุ๊กมีเครื่องมือดิจิทัลหลายรูปแบบที่ช่วยค้นหาว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะที่สุด ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ เช่น สถานที่อยู่ , อายุ , เพศ , ความสนใจ , พฤติกรรมการซื้อ เพื่อให้ธุรกิจจัดการกับผู้ชมที่สนใจได้ดีที่สุด การมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าโดยตรงจะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและมีโอกาสปิดการขายได้มากกว่า

การโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตเข้าถึงเกือบทุกส่วนในโลก ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเป็นวิธีการโฆษณาที่มีประโยชน์สำหรับธุรกิจจำนวนมาก อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้จะมีตัวช่วยที่ดีแล้ว แน่นอนว่าคุณยังจะต้องทุ่มเทอย่างหนัก อัปเดตเนื้อหาตลอดเวลา โพสต์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีความเกี่ยวข้องกับสินค้า สร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับผู้ใช้ ซึ่งจะกลายมาเป็นลูกค้าต่อไป อีกข้อดีของการลงทุนออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย สำหรับตัวผู้ประกอบการเองก็จะใช้ง่ายด้วย ไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีมาก ช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใส่เนื้อหาและรูปภาพที่ดึงดูดใจลูกค้ามากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โดยทั่วไปการโฆษณาบนสื่อหลักจะมีค่าใช้จ่ายสูง ยิ่งถ้าทำโฆษณาการตลาดแบบฉีกแนวจะยิ่งสิ้นเปลืองมากขึ้น แต่การตลาดบนเว็บไซต์หรือเฟสบุ๊กเป็นไปอย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎที่น่าเบื่อ เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอความแปลกใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ชมทำให้เกิดความประทับใจ รวมไปถึงสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณมากขึ้น นอกเหนือจากการโฆษณาแล้ว ควรใช้ประโยชน์จากช่องโต้ตอบกับลูกค้าทางออนไลน์ ช่วยให้สามารถตอบคำถามของลูกค้าได้ทันทีและจัดการแก้ไขกับปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงจัง ความคืบหน้าของการแก้ปัญหาจะทำให้ลูกค้าเห็นความจริงใจและสานความสัมพันธ์อันดีทำให้เต็มใจอยู่อุดหนุนกันไปยาวนาน

แนวทางการลงทุน

แนะแนวทางลงทุนอย่างไรดีในช่วงครึ่งปี

แนวทางการลงทุน

ต้องยอมรับกันว่าครึ่งปีหลังภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวนแน่นอน โดยเฉพาะจากผลกระทบด้านเมืองที่ความขัดแย้งส่อเค้ารุนแรงขึ้น เกิดความตึงเครียดเข้าเกาะกุมในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยที่ไม่ได้มีรากฐานมั่นคง หากเกิดปัญหาติดขัดขาดเงินทุนสำรองเข้ามาอัดฉีดได้ทันเวลา เรื่องนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยอย่างมาก ต้องเตรียมตัวรับความผันผวนให้ดี เห็นความเสี่ยงล่วงหน้าแล้วต้องป้องกันให้ดี ถ้าช่วงนี้ยังมีจังหวะพอขยับขยายได้ให้รีบทำเลย แต่ถ้าต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง แนะนำให้ดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า เพราะมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คิด เงินเฟ้อสูงเร็วกว่าที่คาด

แม้ภาพรวมระบบเศรษฐกิจยังมีเสถียรภาพ แต่ปัญหาที่รุมเร้าหลายด้านกำลังเข้ามาสั่นคลอนบรรดานักลงทุนรายเล็กรายน้อย ถ้าอยากที่จะเจ็บตัวในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดก็ตาม ถามตนเองก่อนว่าเตรียมพร้อมรับมือกับการ แบกรับความเสี่ยง มากน้อยแค่ไหน ไม่มีใครปฏิเสธว่าสตาร์ทอัพและ SME กำลังมาแรงในยุคนี้ เพราะการทำงานเป็นลูกจ้างจะไม่มีโอกาสรวย เป็นได้อย่างมากก็แต่คนระดับกลางที่มีกินสุขสบาย แต่ถ้าอย่างมั่งคั่งอย่างยั่งยืนต้องเป็นเจ้าของกิจการ ในเมื่อเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยเพราะมีปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน การทำธุรกิจระดับเล็กและกลางเข้ามาตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ใช้เงินทุนน้อย แรงงานน้อย ระยะเวลาคืนทุนเร็ว ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือวัยเกษียณมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการได้ทุกคน

ติดขัดว่าช่วงครึ่งปีหลังอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นเพราะปัญหาสภาพคล่องทำให้บริษัทเล็ก ๆ เข้าไม่ถึงแหล่งทุน ทั้งยังขาดความรู้ในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะความเข้าใจในเรื่องการตลาด ทำให้กิจการล้มพับไปไม่น้อย ก่อนจะเป็น SME จำเป็นต้องเสียเวลาศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปลงทุน แหล่งทุนเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากเข้าถึงแหล่งทุนไม่ทันเวลาจะเสียโอกาส ไอเดียดี ๆ ของเราจะครบเครื่องและติดอาวุธให้ธุรกิจเติบโตรวดเร็วทันใจ

ความเสี่ยงมีอยู่ในการลงทุน

การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง ต้องมีความรู้ในการลงทุนมาก่อน ในระหว่างที่พบกับปัญหาและอุปสรรคจะต้องเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ล้มแล้วลุกขึ้นมาปัดฝุ่นเดินหน้าต่อไป ปัญหาที่พบบ่อยคือทัศนคติในแง่ลบที่คิดว่าตนล้มไม่เป็นท่า รู้สึกเจ็บตัวกับการลงทุน

กังวลแต่ว่าภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ใครจะเข้ามาช่วยเหลือค้ำจุน พาลให้วางมือไม่ทำอะไร ไม่คิดแก้ไข ได้แต่ปลง ความจริงการปล่อยวางนั้นเป็นหลักธรรมให้วางจากความทุกข์แล้วลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวให้ก้าวไปสู่เป้าหมายข้างหน้า ขยันเรียนรู้และแก้ไขปัญหาด้วยความฉลาดอย่างมืออาชีพ นั่นคือแนวทางสร้างธุรกิจของคนธรรมดาที่ต่อมากลายเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง คนธรรมดาอย่างเราก็ไปให้ถึงฝันได้ เพียงแต่ต้องมีความรู้และเข้าใจว่าทำอย่างไรถูกต้องและถูกวิธี เพื่อที่จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จในที่สุด

แบกรับความเสี่ยงในการลงทุน

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ระวังช้อน

ยิ่งสูง ยิ่งหนาว รอช้อนซื้อเมื่อเศรษฐกิจร่วงดีกว่า

เหตุการณ์ในอดีตจะเป็นตัวสะท้อนบอกถึงอนาคต สำหรับในตลาดหุ้นบ้านเรานั้น ทุกวันนี้ค่อนข้างเติบโตอย่างต่อเนื่องและเกือบจะสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในรอบระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยสถิติของ Set Index บ้านเรา ปัจจุบันอยู่ที่ 1700 กว่าหน่วย ถือว่าเยอะอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปี 2553 ที่เศรษฐกิจบ้านเราตกต่ำจนตลาดโดยรวมของหลักทรัพย์ร่วงลงไปอยู่ไม่ถึง 1000 หน่วยเท่านั้น จำไว้ว่าถึงแม้โดยรวมตอนนี้บางคนจะบอกว่าเศรษฐกิจแย่บ้างล่ะ เงินไม่พอใช้บ้างล่ะ แต่โดยรวมของตลาดยังคงสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจบ้านเรายังคงไปได้ด้วยดีในระดับที่เหมาะสม

เวลานี้ ไม่ควรช้อนซื้อ

สำหรับในมุมนักลงทุน มันคงไม่ใช่จังหวะที่ดีนักสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์ เพราะยิ่งหน่วยเยอะยิ่งมีความเสี่ยงสูง เปรียบเสมือนเราไปซื้อทองคำมาสะสมไว้ในช่วงที่มันราคาขึ้น 25,000 แล้วมีคนให้ข้อมูลว่ามันจะขึ้นไปแตะ 30,000 หากเราซื้อในตอนนั้นทุกวันนี้เราก็คงยังขาดทุนติดดอยกันอยู่ และมันอาจจะเป็นคำพูดที่ดูขัดหูเราสักหน่อยถ้าจะบอกว่าให้รอช้อนตอนเศรษฐกิจร่วงดีกว่า ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีนี้อยู่แล้ว โดยธรรมชาติ เป็นไปไม่ได้ที่เศรษฐกิจในประเทศจะต้องขึ้นไปเรื่อยจนถึงระดับไม่มีสิ้นสุด

ตลาดทั่วโลกไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนั้น มันจะต้องมีทั้งขึ้นและลง ในจังหวะลง เราจะต้องใช้ศาสตร์แห่งการวิเคราะห์เศรษฐกิจตามความเป็นจริงด้วยว่า มันจะร่วงโดยประมาณอยู่ที่เท่าไหร่โดยประมาณ เราอาจเริ่มช้อนซื้อเมื่อมันเริ่มมาตกที่ 1200 หน่วย และช้อนซื้อเพิ่มอีกที่ 1000 หน่วย แล้วก็ช้อนซื้อทุกๆ 200 เหนื่อยถ้ากรณีมันลดลงไปอีกแบบนี้ เมื่อซื้อมาไว้แล้ว เราเพียงถือครองยาวยาว วันหนึ่งผ่านไปซักห้าหกปี

ตลาดเริ่มกลับมาดีขึ้นมันก็จะส่งผลกำไรให้งอกเงยในกรณีที่เราซื้อกองทุนรวมโดยอ้างอิงกับราคา SET Index โดยรวม ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากหลายเท่าตัว ส่วนใครเลือกซื้อตามหุ้นเลยอันนี้ต้องวิเคราะห์หุ้นแต่ละตัวให้ดีด้วย นี่คือหลักการลงทุนที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ แต่เราจะต้องรู้จักวิธีหาจุดเข้าออกให้เหมาะสมด้วย

ดูกราฟก่อนเข้าช้อนหุ้น

investment portfolio

ข้อดีของการลงทุน สาเหตุที่คนเราต้องรู้จักแบกรับความเสี่ยง

จากวัยเด็กของเราๆมักจะถูกสอนเสมอว่าให้รู้จักประหยัดเงิน แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ การประหยัดเงินเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ใช่สิ่งที่เพียงพอหากว่าคุณต้องการจะเพิ่มทรัพย์สินในกระเป๋าให้มากขึ้น เพราะการประหยัดไม่อาจทำให้เกิดความร่ำรวยได้เท่ากับการลงทุน และเพื่อให้เข้าใจถึงการลงทุน เราต้องรู้จักการลงทุนก่อน

การลงทุนคืออะไร ? Investopedia กล่าวว่าการลงทุน คือ ทรัพย์สินหรือสินค้าที่ซื้อมาด้วยความหวังว่าจะสร้างรายได้หรือจะสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ในแง่เศรษฐกิจการลงทุน คือ การซื้อสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเพื่อบริโภค แต่ใช้ในอนาคตเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ในด้านการเงิน การลงทุน เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อเพราะคาดการณ์ได้ว่าจะสร้างรายได้ในอนาคตหรือจะขายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อหากำไร

ไข่ทองคำ

สิ่งที่เป็นประโยชน์ 5 ข้อ ของการลงทุน

1.อิสรภาพทางการเงิน ความเป็นอิสระทางการเงิน หมายความว่าคุณมีความมั่งคั่งเพียงพอที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทำงาน คนที่มีความเป็นอิสระทางการเงินมีทรัพย์สินเพียงพอที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องทำงานทางกายภาพใดๆ เนื่องจากเงินของพวกเขากำลังทำงานให้แทน

วิธีการบรรลุอิสรภาพทางการเงิน ?

  • พยายามเพิ่มรายได้
  • วางแผนการออมของคุณทุกปี
  • เลือกตัวเลือกการลงทุนที่ให้ผลกำไร
  • ตัดสินใจเลือกเป้าหมายทางการเงินของคุณ
  • พยายามหลีกเลี่ยงการกู้ยืมเงินและหนี้สิน

2.ป้องกันภาวะเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อ เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับราคาโดยทั่วไปของสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ในด้านเศรษฐศาสตร์เงินเฟ้อสะท้อนให้เห็นถึงการลดกำลังซื้อต่อหน่วยเงิน เช่น จำนวนเงินเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง เป็นการสูญเสียคุณค่าที่แท้จริงในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนและหน่วยบัญชีภายในระบบเศรษฐกิจ มูลค่าของสินทรัพย์ยังคงเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ เป็นผลให้การลงทุนไม่เพียงแต่ความปลอดภัย แต่ยังเพิ่มขึ้นตามเวลา ดังนั้น จะทำหน้าที่เพื่อเป็นรักษาตนเองเมื่อต้องเจอกับสภาะวะเงินเฟ้อ

3.บรรลุเป้าหมายทางการเงิน เมื่อคุณนำเงินของเราไปลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว เช่น การเกษียณอายุ การเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก บ้านหรูๆ หรือ เพื่อการศึกษาของลูก การลงทุนช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในระยะยาวและระยะสั้นได้ทั้งหมดในเวลาที่แน่นอน

4.เพิ่มความมั่งคั่ง การลงทุนไม่ใช่วิธีที่จะทำให้รวยได้อย่างรวดเร็ว ต้องใช้เวลาอดทนและเรียนรู้ ต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับโอกาสในการวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกแนวทางที่จะลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมหาศาล หากสิ่งต่างๆดำเนินการได้อย่างถูกต้องความมั่งคั่งทางการเงินก็ไม่ใช่เรื่องห่างไกล

5.ให้แหล่งรายได้ บางกองทุนมีรายได้เฉพาะเพื่อให้นักลงทุนมีรายได้ต่อเดือนในขณะที่กองทุนอื่น ๆ เช่นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งจ่ายเงินปันผลเป็นรายเดือนเช่นกัน แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละที่

อะไรคือวิธีการลงทุน และ ตัวเลือกการลงทุนที่เหมาะสมมี เช่น

  • อสังหาริมทรัพย์
  • หุ้น
  • กองทุนรวม
  • พันธบัตรรัฐบาล
  • สินค้าโภคภัณฑ์ (ทองคำเงิน ฯลฯ )
  • เงินฝากประจำ เป็นต้น
ลงทุน 3 ประการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ลงทุน 3 ประการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ลงทุน 3 ประการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

ในเรื่องของการลงทุนนั้น เราจำเป็นจะต้องระวังให้ดีและคิดให้ดีก่อนที่จะลงทุน เพราะการลงทุนเงินโดยที่ไม่ได้มีการวางแผน ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากจะทำให้คุณต้องเสียเงินทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยที่ไม่ได้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมา แถมความเสี่ยงก็สูงมากขึ้นกว่าเดิมด้วย การวางแผนผ่านการลงทุนคุณสามารถวางแผนได้ โดยใช้หลักการคิดที่ว่าจะลงทุนเพื่อให้เงินก้อนนี้งอกเงยขึ้นมากว่าเดิมได้อย่างไร จะให้เงินงอกเงยออกมาเป็นดอกหรือเป็นผลได้อย่างไรบ้าง เมื่อคิดวางแผนเช่นนี้แล้วขั้นตอนต่อไปคือการค้นหาว่าจะลงทุนทำอะไรเป็นหลัก และวางแผนเจาะลึกอีกครั้งว่าจะทำในระยะสั้นหรือระยะยาวตามมา แต่ไม่ว่าคุณจะลงทุนทำอะไรก็ตาม คุณจำเป็นจะต้องอาศัยหลักในการลงทุน 3 อย่างเป็นตัวชี้นำทาง ดังนี้

การวางแผนในเรื่องของเงินทุนเริ่มต้น

สำหรับเงินทุนเริ่มต้น นับได้ว่าเป็นเงินต้นที่เราจะนำไปลงทุนโดยตรง หากว่าเราไม่มีสิ่งนี้เป็นหลัก เราจะไม่สามารถลงทุนได้ สิ่งที่เราจะแนะนำก็คือ อย่าพยายามนำเงินร้อนที่คุณมีมาเป็นเงินต้นในการลงทุน เนื่องจากการลงทุนอาจจะต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้เกิดผล ยิ่งถ้าหากไม่ได้ตามที่คุณได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ด้วยแล้ว ยิ่งจะส่งผลกระทบถึงคุณโดยตรงอย่างแน่นอน

ลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างไร

เมื่อเราได้ลงทุนไปแล้ว เราจะต้องรู้ต่อว่าลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างไร มีผลเช่นไร คุ้มค่าหรือไม่ และควรคิดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย หากเกิดขึ้นเราจะทำอย่างไรต่อไป นอกจากนี้คุณควรศึกษาเกี่ยวกับระบบการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น อย่ายึดแต่จะลงทุนเพียงอย่างเดียว โดยที่คุณไม่รู้อะไรเลย

คิดในเรื่องของระยะเวลาในการลงทุน

ในส่วนของระยะเวลาในการลงทุน นับได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง เมื่อเรามองเห็นช่องทางที่สร้างผลตอบแทนได้ดี เราย่อมที่จะลงทุนกับสิ่ง ๆ นั้น แต่คุณจะต้องคิดด้วยว่าระยะเวลาที่คุณจะได้ผลตอบแทนนั้น เป็นระยะเวลาที่ยาวนานขนาดไหน หากเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากและไม่เหมาะสมกับตัวคุณ คุณก็ไม่ควรลงทุนกับสิ่งนั้น

สำหรับหลักในการลงทุนทั้ง 3 แบบนี้ ถือได้ว่าเป็นหลักในการคิดและการวางแผนขั้นตอนเพื่อให้การลงทุนนั้นมีความรอบคอบ ต่อให้ไม่ว่าคุณจะลงทุนอะไรแบบไหน คุณก็จะสามารถลงทุนได้ดี ตลอดจนกระทั่งทำให้มันงอกเงยออกมาได้ตามใจคุณ หากคุณมีการวางแผนพร้อมทั้งบริหารดูแลมาเป็นอย่างดีแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่คุณได้วางแผนเอาไว้

economy system

เศรษฐกิจแย่ อย่าพึ่งลงทุนแบบก้าวกระโดด

สำหรับในประเทศไทยเวลานี้ การลงทุนต่างๆไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ลงทุนเปิดกิจการ SME การประกอบค้าขายอื่นๆหรือการทำกิจการทั่วไปก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนเราก็ยังไม่ควรที่จะลงทุนเป็นเงินเยอะ เนื่องจากว่าเศรษฐกิจของเราตกต่ำพอสมควร แม้ว่ากราฟในตลาดหุ้นจะยังไม่ได้ถึงขั้นดิ่งลงเหมือนสมัยช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งล่าสุดปี 2552 ที่ผ่านมานั้นก็ตาม

แทบทุกอย่างในตอนนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ได้ว่าพฤติกรรมการใช้สอบของผู้บริโภคมีความลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยมีเงินใช้สอยซื้อของที่ตัวเองชื่นชอบ มีราคาสูง ปัจจุบันนี้ส่วนมากคนจะมักซื้อกันเพียงแต่อาหารการกิน ซื้อตามความจำเป็นเท่านั้น มันทำให้นักลงทุนจะต้องรู้จักวิเคราะห์เรื่องของเศรษฐกิจด้วยถึงแม้ว่าองค์ประกอบในตัวธุรกิจของเราทุกอย่างจะลงตัว เจอผู้ผลิตดี เจอสินค้าดีมีกระบวนการการทำงานในการดำเนินงานต่างๆที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเยอะมากนัก และรวมไปถึงมีนักทำการตลาดที่ดี ถึงแม้ทุกอย่างจะดีแต่เศรษฐกิจแย่บางทีมันก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงระดับหนึ่งเลย

ฐานเศรษฐกิจ

คนเก่งอาจจะต้องมาตกม้าตายในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยได้เสมอ เราเคยเห็นเรื่องแบบนี้มานับต่อนับแล้ว ดังนั้นใครที่คิดจะประกอบกิจการหรือต้องการลงทุนอะไรที่ต้องใช้เงินเป็นก้อนในปริมาณมหาศาล ควรจะยับยั้งใจใจไว้ในระดับหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ลงทุน การลงทุนยังคงจำเป็นหากเราต้องการดำเนินธุรกิจหรือรูปแบบงานต่างๆที่เราต้องการให้เติบโต แต่แค่ให้รู้จักตัดในส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งก่อน แล้วลงทุนเฉพาะในส่วนที่จำเป็น ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจของเราได้ดียิ่งขึ้น ส่วนเรื่องการคิดลงทุนในการเสี่ยงโชค น้ำเต้าปูปลา กลุ่มพนัน หรือพวกหวยนั้นให้เลือกคิดเสีย มันไม่ถือว่าเป็นการลงทุนหรอก

หาความรู้

ลงทุนในความรู้ คือสิ่งที่นักลงทุนต้องทำทุกคน

อย่าพึ่งไปเข้าใจว่าการลงทุนนั้นจะหมายถึงการลงทุนในตัวเงินที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือทรัพย์สินต่างๆที่สามารถจับต้องได้มาเป็นของเรา แบบนั้นมันไม่จริงเสมอไปเพราะแท้จริงแล้วการลงทุนก็คือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เราลองมองให้กว้างจะเห็นว่าการลงทุนนั้นมันสามารถลงทุนได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้ หรือการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่สามารถจับต้องได้ อาทิ ซื้อเว็บไซต์ เช่า Fanpage หรือเครื่องมือดิจิตอลต่างๆที่อยู่ในระบบออนไลน์ เป็นต้น

สิ่งของในระบบออนไลน์ ไม่มีเป็นชิ้นเป็นอันที่ทำให้เราจับต้องออกมาได้ นอกจากนี้ การลงทุนในความรู้ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และนักลงทุนทุกคนไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนไปพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หากความรู้เรายังจมปลักอยู่ที่เดิม ไม่ต่อยอด รับรองได้ว่าเด็กรุ่นใหม่ที่มาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะแซงหน้าเรา อาจทำให้ธุรกิจของเราอาจจะต้องประสบความล้มเหลวอย่างฉับพลันด้วยสาเหตุที่ว่าเราไม่รู้จักศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง

Knowledge

ลงทุนหาความรู้ มีทั้งออฟไลน์และออนไลน์

การลงทุนในเรื่องของหาความรู้นั้น ปัจจุบันก็มีสองช่องทางหลักนั่นก็คือ การซื้อคอร์สอบรมสัมมนาหรือหนังสือตามร้าน และอีกช่องทางหนึ่งก็คือการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ซึ่งก็จะมีทั้งอีบุ๊คเปรียบเสมือนหนังสือออนไลน์เราสามารถอ่านได้ และการเรียนรู้ผ่านคอร์สออนไลน์ก็มีเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อมันขึ้นชื่อว่าการลงทุน มันก็มีความเสี่ยง ความเสี่ยงในการลงทุนด้านความรู้ก็คือเราอาจจะต้องไปเสียเงินจำนวนมากให้กับคอร์สห่วยหรือหนังสือห่วย ที่ผู้เขียนผู้ถ่ายทอดไม่ได้รู้จริง

หากเราไปเสียเงินซื้อสิ่งเหล่านั้นมาและนำวิธีที่เขาสอนมาปฏิบัติในธุรกิจจริง ผลที่ตามมาก็คือธุรกิจเราอาจจะเจ๊งไม่เป็นท่า สาเหตุเพราะทำตามคำแนะนำของผู้ที่ไม่รู้จริงในธุรกิจนั้นๆนั่นเอง เมื่อเลือกที่จะลงทุนต่อยอดหาความรู้ จำเป็นจะต้องไตร่ตรองก่อนเสียเงินซื้อ คิดก่อนลงทุน ของดีมีเยอะแยะ ของแย่ก็มีถมไป พยายามมองหาผู้ที่มีความชำนาญอย่างแท้จริงและพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้ซื้อ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าเป็นการลงทุนอย่างคุ้มค่าในเชิงหาความรู้ต่อยอดเพิ่มเติม เส้นทางนักลงทุน ต้องอย่าลืมเสริมความรู้ให้ตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

ลงทุนเล่นหุ้น

คิดจะลงทุนเล่นหุ้น ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อน

ในการลงทุนสำหรับคนที่มีเงินและชอบความท้าทาย แน่นอนว่าการเล่นหุ้นคือคำตอบที่ดีที่สุดและหลายคนอยากลอง แต่การเล่นหุ้นมันมีความเสี่ยงจะว่าไปก็เหมือนการพนันที่ถูกกฎหมายนั่นล่ะแต่เป็นในรูปแบบธุรกิจแค่นั้นเอง การเล่นหุ้นนั้นดูแล้วจะว่ายากก็ยากง่ายก็ง่ายเพราะคนเล่นต้องมีความเข้าใจในระดับหนึ่งว่า หุ้นคืออะไร ลงทุนกับหุ้นทำแบบไหน ดังนั้นหากสนใจจะเล่นหุ้นหรือลงทุนในหุ้นจริงๆก็ต้องหากข้อมูลกันก่อน

ยกตัวอย่างสักนิด เช่น แนวทางการลงทุนในหุ้นนั้นมีความเสี่ยงจากหลายปัจจัยไม่ใช่แค่ชื่อเสียงบริษัทที่นำมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ การขึ้นราคาโน่นนี่มีผลกระทบกับหุ้นทั้งหมดเพราะหุ้นมันเป็นอะไรที่อ่อนไหวง่าย และในการลงทุนหุ้นนั้นก็มีการปั่นราคาได้ง่ายๆด้วย ดังนั้นหากคิดจะลงทุนกับการเล่นหุ้นควรจะมีที่ปรึกษาดีๆที่เชื่อใจได้ไว้ใจได้นั่นคือ การปรึกษากับโบรกเกอร์หุ้น หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพราะเขาจะสามารถแนะนำให้เราได้ว่าตอนนี้ควรลงทุนกับหุ้นตัวไหน ควรเลือกหุ้นกลุ่มไหนและใช้เงินทุนเท่าไหร่ เพราะโบรกเกอร์เหล่านี้จะมีเครื่องมีอวิเคราะห์แนวโน้มหุ้นได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด รู้แนวโน้มขึ้นลงในอนาคต และรู้กระแสหุ้นในกลุ่มต่างๆทั้งในและนอกประเทศ

ตารางหุ้น

ซึ่งหากเราเป็นนักลงทุนหน้าใหม่การเล่นหุ้นแบบไม่ปรึกษาใครมีแต่เจ๊งกับเจ๊งแน่นอนเพราะหากเราไม่ใช่คนในแวดวงการลงทุนไม่เคยอ่านข่าวสารหรือหาข้อมูลด้านนี้แต่อยากเล่นเพราะเห็นคนอื่นเล่นแล้วได้เงินบอกเลยว่าคุณคือแมงเม่าบินเข้ากองไฟ และหุ้นเป็นอะไรที่ต้องรอเวลา รอกระแส ไม่ใช่ซื้อปุ๊ปขายปั๊ป มันจะมีเวลาว่าเมื่อไหร่ควรขายทำกำไร หรือควรเก็บไว้กินปันผล แน่นอนว่าหลายคนซื้อไว้กินปันผลแต่หากจะให้คุ้มค่าต้องลงทุนสูง

นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น แต่หากอยากได้เงินหมุนให้ พนันออนไลน์ การลงทุนกับหุ้นมันมีความเสี่ยงมากกว่าการ แทงบอลออนไลน์ ตามพวกเว็บค่ายดังซะอีกหากให้เทียบตรงๆเพราะหุ้นที่เราซื้อนั้นเป็นหุ้นของธุรกิจที่มีการนำมาขายหาเงินทุนในตลาดหลักทรัพย์แม้จะมีการตรวจสอบและมีการบริหารจากทีมงานที่เชื่อถือได้แต่กลโกงทางธุรกิจมันมีอะไรซับซ้อนมากแค่ออกข่าวบลัฟกันนิดเดียว หุ้นร่วงทั้งกระดานก็มีมาแล้ว แต่กับการพนันบอล คุณฝากเงินทุนกับเท้านักเตะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีแค่ดวงรอเวลาไม่นานแค่ 90 นาทีก็วัดผลเลยว่าจนหรือรวยในวันนั้นๆมันต่างกันเห็นไหมล่ะ และนี่เป็นการลงทุนของคนที่อยากเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่ง

การลงทุน

4 ข้อของการเป็นนักลงทุนที่ดี

อย่างแรก มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่เราเลือกที่จะลงทุน หากสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ตามที่เรามีความสนใจแต่ยังไม่ได้ถึงขั้นเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ เราจะไม่ลงทุนมันเป็นอันเด็ดขาด เพราะโอกาสที่จะขาดทุนมีสูง ใครก็ตามที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่ แล้วมีการลงทุนเกิดขึ้น เราย่อมมักจะเป็นภูมิแพ้อยู่เสมอ

อย่างที่สอง รู้จักนิสัยของตัวเอง นักลงทุนที่ดี จะต้องรู้ว่าตัวเองนั้นเป็นคนอารมณ์แบบไหน ใจเย็น ใจร้อน หงุดหงิดง่าย เป็นสายลุย เล่นลงทุนหมดแล้วตัก หรือเป็นสายขี้กลัวคือไม่กล้าลงเยอะ แบกรับความเสี่ยงได้น้อย เราจะต้องรู้จักตัวเองเพื่อที่จะเลือกดูชนิดของการลงทุนที่เหมาะสมว่าเราควรจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือเสียงต่ำ

อย่างที่สาม หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้ไปทุกเรื่อง ยิ่งเรื่องของการลงทุนยิ่งต้องรู้จักใส่ใจและหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ต่อให้สิ่งที่เราลงทุนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็ตาม ต่อให้เราลงทุนในกลุ่มตลาดที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับซื้อมาขายไป ในระบบออฟไลน์ ไม่ใช่ออนไลน์ เราก็จำเป็นจะต้องรู้จักหาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆยุคสมัย

อย่างที่สี่ บริหารเงินทุนของตัวเองได้ ข้อนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เราจะมีเงินมากหรือเงินน้อย เราก็จะต้องรู้จักจัดการมันได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่ว่าคนมีเงินน้อยจะไม่สามารถลงทุนได้ แท้จริงแล้ว การลงทุนอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินของเราแม้แต่บาทเดียวเลยก็ได้ แต่เราจะต้องเข้าใจในสิ่งที่เราจะลงทุนก่อนว่ามีความเสี่ยงมากแค่ไหน เหมือนนักธุรกิจหลายคนที่ใช้รูปแบบการกู้เงิน 100% มาลงทุน ไม่ได้ใช้เงินของตัวเองแม้แต่บาทเดียว แต่เขาเหล่านั้นก็ยังสามารถทำเงินได้

นิสัยนักลงทุนที่ดี

และนี่คือสี่ข้อมูลเบื้องต้น ที่นักลงทุนสมัยใหม่ควรจะต้องมีไว้ ถึงแม้จริงๆแล้วยังมีมากกว่านี้หากคุณอยากจะประสบความสำเร็จในการลงทุนระดับสูง แต่ขั้นพื้นฐานยังไงสี่ข้อนี้ย่อมตัองมีให้ครบถ้วน ใครมีไม่ครบก็รีบไปฝึกให้มีครบ เพื่อจะได้ลดความเสี่ยงลงได้ได้อีกระดับหนึ่ง ยิ่งรู้และเข้าใจมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงจะต่ำลงไปมากเท่านั้น

Investor Online

เริ่มต้นเดินเส้นทางนักลงทุน

ไม่มีใครอยากทำงานเหนื่อยไปตลอดชีวิต ไม่มีใครอยากออกแรงแบกหามลำบากไปตลอด ด้วยสังขารร่างกายที่เสื่อมลงในทุกวัน และทุกคนก็ย่อมต้องการรายได้ที่มีเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด ไม่มีใครอยากทดถอยลงอยู่เรื่อยมดังนั้นการลงทุนมันจึงเป็นหนึ่งในเรื่องที่เราจะต้องทำความเข้าใจและศึกษามันอย่างลึกซึ้ง จริงๆแล้วการลงทุนนั้นจะมีมุมมองได้หลายแบบ ทั้งเรื่องของการลงทุนในการหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำความรู้ ได้นำไปต่อยอดหารายได้เพิ่ม หรือการลงทุนด้วยตัวเงินเพื่อจ้างคนมาช่วยบริหารกิจการโดยหวังให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แม้แต่การลงทุนในเวลาให้กับครอบครัวเพื่อที่จะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีให้กับครอบครัวได้มีความสุขมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะการลงทุนรูปแบบไหนมันก็ถือว่ามีความจำเป็นทั้งสิ้น เส้นทางของนักลงทุนที่ดีคือเราจะต้องรู้จักตัวเอง รู้จักแนวคิดของนักลงทุนชั้นยอด รู้จักความเหมาะสมและเลือกลงทุนในสิ่งที่เรามีความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างดี เมื่อไหร่ก็ตามที่เราลงทุนด้วยความผิดพลาด ลงทุนโดยใช้อารมณ์ ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นมาทันทีในระดับสูง ถึงแม้ว่าการลงทุนต่อให้เรามีความเข้าใจเป็นอย่างดีก็ยังมีความเสี่ยง แต่ถ้าเรายิ่งไม่เข้าใจ ความเสี่ยงนั้นจะสูงขึ้นแบบทวีคูณเลย โอกาสที่เราจะขาดทุนย่อมมีสูงมากไปด้วย

Investor

เรื่องขาดทุน ไม่ใช่เฉพาะตัวเงิน

ขาดทุนไม่ได้หมายถึงเรื่องของตัวเงินอย่างเดียว แต่หมายถึงเรื่องของเวลา หรือสิ่งที่ได้กลับมามันไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เราได้เสียไปนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น มีคนขายคอร์สสอนเขียนโปรแกรมมือถือจำนวนมาก เราหลับหูหลับตาเลือกซื้อคอร์สมาโดยไม่ได้ดูอย่างละเอียดก่อนว่าแต่ละคอร์สนั้น เขาสอนอะไรบ้าง และผู้สอนมีประวัติความเป็นมาอย่างไร หากเป็นแบบนี้ คนที่จะขาดทุนก็คือเราเองเพราะแต่ละคอร์ส ถ้าเป็นเรื่องเดียวกัน ก็จะสอนคล้ายๆกัน ดีไม่ดี ซื้อคอร์สออนไลน์มาเรียนรู้เป็น 10 ยังสู้เรียนฟรีใน YouTube ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

จำให้ขึ้นใจว่าสิ่งที่เราควรจะศึกษาก่อนลงทุนก็คือ “เราจะต้องทำความเข้าใจในสิ่งสิ่งนั้นในระดับเบื้องต้นที่เราสามารถเข้าใจมันได้เสียก่อน” เมื่อเราเห็นว่ามันมีโอกาสที่เราจะได้รับผลตอบแทนในเรื่องของความรู้ที่ได้กลับมาคุ้มค่ามากกว่าเงินที่เราเสียไป เราถึงจะเริ่มลงทุนซื้อคอร์สนั้นมาศึกษา นี่คือแนวคิดของการลงทุนที่ถูกต้อง ใครอยากเดินเส้นทางสายนักลงทุนอย่างเต็มตัว มาร่วมเดินไปพร้อมกับเราได้ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสะสมด้วยประสบการณ์ของเราได้อยู่เสมอ นักลงทุนที่ดีย่อมจะต้องหาความรู้ไปตลอดชีวิต ตราบที่ยังต้องการเป็นนักลงทุน จำคำนี้ให้ขึ้นใจ