Stock Market

สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้ หากจะลงทุนหุ้น

การลงทุนหุ้นในบางครั้งสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ย่อมได้กำไรกลับคืนมาอย่างมหาศาล และความสำเร็จเหล่านี้จึงกลายมาเป็นอาหารตาอาหารใจ ของเหล่านักลงทุนมือใหม่ ที่กำลังค้นหาช่องทางดี ๆ ให้กับตนเอง และการลงทุนหุ้น ก็ยังคงเป็นช่องทางเด่น ๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ต่างก็พยายามที่จะไขว่คว้า เพื่อที่จะได้เดินทางสายการลงทุนในช่องทางนี้ แต่ทว่า หากคุณพลาดเพียงแค่นิดเดียว ย่อมที่จะต้องพบเจอกับความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น การป้องกันและการลดความเสี่ยงที่ดี คือการค้นหาและศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุนหุ้นให้ดีเสียก่อน หลังจากนั้นคุณควรเดินหน้าและทำการตัดสินใจให้เด็ดขาด ว่าจะทำการลงทุนในรูปแบบนี้หรือไม่ ส่วนสิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้เกี่ยวกับการลงทุนหุ้น มีดังต่อไปนี้

หุ้น คืออะไรกันนะ ?

หุ้น ถือได้ว่าเป็นตราสารรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกิจการส่วนใหญ่ได้ทำการออกให้แก่ผู้ถือโดยตรง เพื่อที่จะนำมาใช้ในการระดมเงินทุน เพื่อนำไปใช้ภายในกิจการอีกที ซึ่งผู้ถือหุ้นจำเป็นจะต้องมีฐานเป็น “เจ้าของ” และมีส่วนได้ส่วนเสียพร้อมทั้งมีสิทธิภายในทรัพย์สิน พร้อมทั้งรายได้ของกิจการร่วมด้วย ซึ่งผลตอบแทนที่จะได้มาหลังจากที่กิจการมีกำไรเกิดขึ้น นั้นก็คือ “เงินปันผล” ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากวันใดวันหนึ่งกิจการกลับมีผลการดำเนินงานที่เป็นไปในลักษณะที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แถมราคาหุ้นก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะยังคงสามารถทำกำไรซึ่งได้จากส่วนต่างของราคาได้อีกด้วย

การลงทุนหุ้น คือทางออกสำหรับผู้ที่มีเงินไม่มากเท่าไหร่นัก

หลายต่อหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การลงทุนหุ้น ถือได้ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับกลุ่มคน หรือแม้กระทั่งเจ้าของกิจการส่วนใหญ่ ที่มีทุนทรัพย์แต่ไม่มากเท่าไหร่นัก หากพวกเขาต้องการที่จะได้เป็นเจ้าของกิจการดี ๆ การลงทุนหุ้น ถือได้ว่าเป็นช่องทางที่จะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้

ในส่วนของผลตอบแทนผ่านการลงทุนหุ้น ถือได้ว่าเป็นผลตอบแทนที่มีลักษณะไม่ค่อยแน่นอนเท่าไหร่นัก เพราะทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับผลของการดำเนินงานของกิจการนั้น ๆ โดยตรง ถ้าหากกิจการกลับมีปัญหาถึงขั้นต้องล้มละลายไป ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ก็จะได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ที่สำคัญ คุณจะได้รับเงินทุนคืนก็ต่อเมื่อทางกิจการ ได้ทำการจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเท่านั้น และนี่ก็คือความเสี่ยงที่นักลงทุนมือใหม่จะต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนทำการลงทุนด้วย เนื่องจากไม่มีใครที่จะสามารถรับรองได้ว่า คุณจะประสบความสำเร็จผ่านการลงทุนหุ้นในแต่ละครั้งหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ เมื่อคุณได้ทำการลงทุนครั้งใด ย่อมมีความเสี่ยงรายล้อมรอบตัวคุณทันทีอย่างแน่นอน

เล่นเก็งกำไร

เทรดเดอร์สายเก็งกำไร ต้องทิ่มให้ถูกจับหวะ

ตอนแรกกะว่าจะจ่อหัวข้อด้วยคำว่านักเก็งกำไรในหุ้น แต่แท้จริงแล้วปัจจุบันมันไม่ได้มีแค่เรื่องของการเก็งกำไรในตลาดหุ้นเท่านั้นที่ได้รับความนิยม แต่ตลาดค่าเงินอย่าง Forex หรือตลาดเก็งกำไรอื่นก็ได้รับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน จึงต้องขอใช้คำว่าเทรดเดอร์สายเก็งกำไรน่าจะเหมาะสมกว่า

นักลงทุนสายเก็งกำไรนั้น คือนักลงทุนที่ใช้ในรูปแบบฉาบฉวยมาสร้างความมั่งคั่งในตนเอง บางคนก็จะไม่ได้เรียกกลุ่มเทรดเดอร์เหล่านี้ว่าเป็นนักลงทุน เพราะมันคือการทำเงินจากการลงทุนช่วงสั้นๆ ตรงนี้ก็จะแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ไม่มีข้อถูกหรือผิด แล้วแต่ว่าเราคิดในเรื่องของคำจำกัดความ “ลงทุน” นั้นกว้างมากแค่ไหน สำหรับตัวผู้เขียนจะถือว่าการเก็งกำไรเป็นการลงทุนในรูปแบบหนึ่ง

เทรดทำกำไร

ศึกษารูปของกราฟให้เข้าใจก่อนลงสนาม

การที่เราจะเป็นนักเก็งกำไรในรูปแบบเทรดเดอร์นั้น อย่างแรกเลยจะต้องรู้จากรูปแบบของกราฟแต่ละโครงสร้าง ว่ามีทิศทางอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นคลื่นหรือ Head & Shoulder หรือรูปแบบอื่น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีสอนการตามหนังสือหุ้นสายเทคนิค ถามว่ารูปเหล่านั้นมันเป็นเกิดขึ้นได้อย่างไร แท้จริงมันมาจากในเรื่องของจิตวิทยาด้วย เมื่อเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ศึกษาเนื้อหาเดียวกัน รูปแบบเหล่านั้นก็มักจะเกิดขึ้นซ้ำซ้อนกันอยู่อย่างสม่ำเสมอจากฝีมือเหล่าเทรดเดอร์นั่นเอง

ประเด็นก็คือ… ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันจะขึ้นไปถึงจุดไหน และจะลงไปถึงจุดไหน แม้โครงสร้างรูปแบบของกราฟนั้นถึงแม้จะมีรูปแบบออกมาเหมือนตามหนังสือสอนเทคนิคต่างๆ คือ Elliott Wave ที่มีคลื่นสามลูกหรือห้าลูกก็ตาม มันจะมีโครงสร้างรูปออกมาเหมือนกัน แต่ความยาวของแต่ละคลื่นนั้นจะแตกต่างกัน นี่คือหัวใจหลักเลย ถ้าเข้าถูกจุดก็กำไร ถ้าเข้าผิดก็ต้องรู้จักตัดขาดทุน

ตรงนี้ถ้าเราอยากจะเป็นเทรดเดอร์สายเก็งกำไรมากกว่าการลงทุนระยะยาว จำเป็นจะต้องศึกษาให้ดีก่อนลงมือเล่น เพราะว่า การเก็งกำไรนั้น ในหนึ่งเดือนสามารถทำกำไรได้เป็น 1000% จากเงินต้นของเรา แต่ในทางกลับกันมันก็สามารถหมดได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน จะเรียกว่าเป็นช่องทางรวยทางลัดก็ได้ แต่ต้องใช้ประสบการณ์และฝีมือเข้ามาช่วย จับให้ถูกจังหวะ เข้าในเวลาที่เหมาะสม และตัดขาดทุนให้เป็น การลงทุนในรูปแบบเก็งกำไรก็ไม่อยากเกินตัวแล้ว